คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
เลขวณิชธรรมวิทักษ์

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,237 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1252/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความสัมพันธ์บิดาเลี้ยง-บุตรติดแม่: สิทธิฟ้องร้องและการไม่เป็นบุพการี
บุตรที่ติดแม่มาอยู่กับบิดาเลี้ยงกับแม่นั้นเมื่อไม่มีการแสดงออกรับรองเป็นบุตรบุญธรรมต่อกันแต่อย่างใดแล้ว ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นบุตรบุญธรรมของบิดาเลี้ยง คงเป็นอย่างสามัญทั่วไป คือเป็นลูกติดแม่เท่านั้นเอง ดังนี้บิดาเลี้ยงนั้นจึงมิใช่เป็นบุพการีของบุตรๆ จึงมีสิทธิฟ้องบิดาเลี้ยงได้ ไม่เป็นอุทลุมตามกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1252/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความสัมพันธ์บิดาเลี้ยง-บุตรติดแม่ ไม่ถือเป็นบุตรบุญธรรม สิทธิฟ้องร้องเป็นบุตรบุญธรรมไม่มี
บุตรที่ติดแม่มาอยู่กับบิดาเลี้ยง กับแม่นั้น เมื่อไม่มีการแสดงออกรับรองเป็นบุตรบุญธรรมต่อกันแต่อย่างใดแล้ว ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นบุตรบุญธรรมของบิดาเลี้ยง คงเป็นอย่างสามัญทั่วไป คือเป็นลูกติดแม่เท่านั้นเองดังนี้ บิดาเลี้ยงนั้นจึงมิใช่เป็นบุพการีของบุตรบุตรจึงมีสิทธิฟ้องบิดาเลี้ยงได้ ไม่เป็นอุทลุมตามกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1249/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิรับมรดกและการอ้างอายุความมรดก: ทายาทโดยธรรม vs. ผู้รับมรดกแทน
โจทก์และบิดาจำเลยเป็นทายาทของเจ้ามรดกตามมาตรา 1629(4)ลำดับเดียวกัน บิดาจำเลยยังมีชีวิตอยู่ ตัวจำเลยจึงหาใช่เป็นทายาทของเจ้ามรดกไม่จึงไม่มีสิทธิอ้างอายุความมรดก 1 ปียกขึ้นต่อสู้แก่โจทก์ผู้เป็นทายาทของเจ้ามรดกตามมาตรา 1755 ได้
ในกรณีเช่นนี้จำเลยจะรับมรดกเจ้ามรดกแทนที่บิดาจำเลยได้แต่เมื่อบิดาได้ถึงแก่ความตายแล้ว หรือถูกจำกัดมิให้รับมรดก มิฉะนั้นจะเข้ามารับมรดกแทนที่บิดาไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1249/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิในการรับมรดกและการอ้างอายุความมรดก: ทายาทโดยธรรมและผู้รับมรดกแทนกัน
โจทก์และบิดาจำเลยเป็นทายาทของเจ้ามฤดกตามมาตรา 1629(4)ลำดับเดียวกัน บิดาจำเลยยังมีชีวิตอยู่ ตัวจำเลยจึงหาใช่เป็นทายาทของเจ้ามฤดกไม่จึงไม่มีสิทธิอ้างอายุความมฤดก 1 ปียกขึ้นต่อสู้แก่โจทก์ผู้เป็นทายาทของเจ้ามฤดกตามมาตรา 1755 ได้
ในกรณีเช่นนี้จำเลยจะรับมฤดกเจ้ามฤดกแทนที่บิดาจำเลยได้แต่เมื่อบิดาได้ถึงแก่ความตายแล้ว หรือถูกจำกัดมิให้รับมฤดกมิฉะนั้นจะเข้ามารับมฤดกแทนที่บิดาไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1248/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบเขตอำนาจตัวแทน: ตัวการผูกพันต่อบุคคลภายนอกจากการกระทำของตัวแทนที่ปรากฏแก่บุคคลภายนอกว่าอยู่ในขอบอำนาจ
ตัวการมอบพวงคอเพ็ชรให้แก่ตัวแทนเพื่อไปขายแก่บุคคลภายนอก แต่ตัวแทนกลับนพวงคอเพ็ชรนั้นไปเป็นหลักประกันแทนแหวนเพ็ชรที่ตัวแทนจำนำไว้กับบุคคลภายนอกโดย บอกกับบุคคลภายนอกว่าตัวการให้นำพวงคอเพ็ชรมาเป็นหลักประกันแหวนเพ็ชรและขอรับแหวนเพ็ชรกลับไป ดังนี้ถือว่าทางปฏิบัติของตัวการที่เคยใช้ตัวแทนให้จำนำทรัพย์แก่บุคคลภายนอกมาแล้วนั้นทำให้บุคคลำายนอกมี มูลเหตุอันสมควรจะเชื่อว่าการจำนำโดยการแลกเปลี่ยนกับทรัพย์ที่จำนำไว้นั้นอยู่ภายในขอบอำนาจของตัวแทนตามที่ตัวแทนบอกยืนยันตัวการจังต้องผูกพันต่อบุคคลภายนอกในกิจการที่ตัวแทนได้ทำไปตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 820, 822

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1248/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบอำนาจตัวแทน: การจำนำทรัพย์โดยแลกเปลี่ยนกับทรัพย์เดิม ผูกพันบุคคลภายนอกเมื่อมีมูลเหตุเชื่อถือได้
ตัวการมอบพวงคอเพ็ชรให้แก่ตัวแทนเพื่อไปขายแก่บุคคลภายนอกแต่ตัวแทนกลับนำพวงคอเพ็ชรนั้นไปเป็นหลักประกันแทนแหวนเพ็ชร ที่ตัวแทนจำนำไว้กับบุคคลภายนอก โดยบอกกับบุคคลภายนอกว่าตัวการให้นำพวงคอเพ็ชรมาเป็นหลักประกันแทนแหวนเพ็ชรและขอรับแหวนเพ็ชรกลับไป ดังนี้ ถือว่าทางปฏิบัติของตัวการที่เคยใช้ตัวแทนให้จำนำทรัพย์แก่บุคคลภายนอกมาแล้วนั้น ทำให้บุคคลภายนอกมีมูลเหตุอันสมควรจะเชื่อว่า การจำนำโดยการแลกเปลี่ยนกับทรัพย์ที่จำนำไว้นั้นอยู่ภายในขอบอำนาจของตัวแทนตามที่ตัวแทนบอกยืนยันตัวการ จึงต้องผูกพันต่อบุคคลภายนอกในกิจการที่ตัวแทนได้ทำไปตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 820,822

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1242/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หน้าที่ศาลในการส่งสำเนาฎีกา แม้โจทก์ไม่ดำเนินการส่งเอง ศาลยังต้องดำเนินการตามกฎหมาย
การส่งสำเนาอุทธรณ์ฎีกาในคดีอาญานั้น เป็นหน้าที่ศาลส่งให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 200, 201, 216 ฉะนั้นแม้ศาลจะส่งให้ผู้อุทธรณ์ฎีกานำส่งสำเนาให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งภายในกำหนด พอถึงกำหนดแล้วไม่มานำส่งก็ดี จึงยังถือไม่ได้ว่าศาลส่งสำเนาอุทธรณ์ฎีกาให้จำเลยไม่ได้ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 201 ศาลจึงมีหน้าที่ต้องจัดการส่งสำเนาอุทธรณ์ฎีกาให้จำเลยต่อไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1191-1192/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาไม่รับเนื่องจากศาลชั้นต้นและอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องด้วยเหตุผลเดียวกัน แม้ข้อเท็จจริงเบื้องต้นต่างกัน
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ฟังความเบื้องต้นต่างกัน แต่ในที่สุดศาลเดิมและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยอาศัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยไม่ได้กระทำผิดดังข้อที่โจทก์กล่าวหา ดังนี้ โจทก์จะฎีกาไม่ได้ ต้องห้ามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1188/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยกทรัพย์ชำระหนี้และการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์โดยการครอบครอง อายุความครอบครอง
กู้เงินกันแล้วภายหลังลูกหนี้ยอมยกที่บ้านที่สวนให้แก่ผู้ให้กู้แทนการชำระหนี้นั้น ย่อมกระทำได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 321ในกรณีเช่นนี้แม้จะยังมิได้จดทะเบียนให้สมบูรณ์ และยังครอบครองไม่ถึง 10 ปี ก็หาใช่เป็นการยึดถือครอบครองโดยปราศจากสิทธิไม่ ลูกหนี้จะใช้สิทธิตามมาตรา 1336 ติดตามเรียกทรัพย์คืนไม่ได้ เพราะสิทธิติดตามเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจะกระทำได้แก่บุคคลผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือเท่านั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1188/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การชำระหนี้ด้วยการยกทรัพย์สินให้แก่ผู้ให้กู้ ย่อมเป็นเหตุให้ผู้รับได้สิทธิครอบครองตามกฎหมาย แม้ยังมิได้จดทะเบียน
กู้เงินกันแล้วภายหลังลูกหนี้ยอมยกที่บ้านที่สวนให้แก่ผู้ให้กู้แทนการชำระหนี้นั้นย่อมกระทำได้ตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 321 ในกรณีเช่นนี้ แม้จะยังมิได้จดทะเบียนให้สมบูรณ์ และยังครอบครองไม่ถึง 10 ปี ก็หาใช่เป็นการยึดถือครอบครองโดยปราศจากสิทธิไม่ลูกหนี้จะใช้สิทธิตามมาตรา 1336 ติดตามเรียกทรัพย์คืนไม่ได้เพราะสิทธิติดตามเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจะกระทำได้แก่บุคคลผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือ เท่านั้น
of 324