พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,237 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1129/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในการฟ้องเพิกถอนสัญญาซื้อขายที่ดินต้องมีกรรมสิทธิร่วม หากไม่มีสิทธิฟ้องย่อมไม่มีผล
ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายที่ดิน โดยอ้างว่าตนเป็นเจ้าของร่วมในที่ดินนั้นด้วยการซื้อขายทำกันไม่สมบูรณ์เพราะตนหรือเจ้าของร่วมอีกคนหนึ่งไม่ ได้เป็นผู้ขาย หากแต่จำเลยคนหนึ่งทำใบมอบฉันทะปลอมขึ้นว่าเจ้าของร่วมอีกคนหนึ่งนั้นมอบฉันทะให้จำเลยขายแก่จำเลยอีก คนหนึ่งฝ่ายจำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องใบมอบฉันทะที่ให้จำเลยขายนั้น เป็นใบมอบฉันทะที่แท้จริงและผู้มอบฉันทะก็เป็นเจ้าของที่ดินแต่ผู้เดียว ดังนี้ถือว่าเป็นคดีขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ซึ่งกำหนดลงเป็นราคาเงินมิได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1129/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิฟ้องเพิกถอนสัญญาซื้อขายที่ดิน: โจทก์ต้องพิสูจน์กรรมสิทธิ์ร่วม หากพิสูจน์ไม่ได้ สิทธิฟ้องไม่มี
ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายที่ดิน โดยอ้างว่าตนเป็นเจ้าของร่วมในที่ดินนั้นด้วย การซื้อขายทำกันไม่สมบูรณ์เพราะตนหรือเจ้าของร่วมอีกคนหนึ่งไม่ได้เป็นผู้ขาย หากแต่จำเลยคนหนึ่งทำใบมอบฉันทะปลอมขึ้นว่า เจ้าของร่วมอีกคนหนึ่งนั้นมอบฉันทะให้จำเลยขายแก่จำเลยอีกคนหนึ่งฝ่ายจำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง ใบมอบฉันทะที่ให้จำเลยขายนั้น เป็นใบมอบฉันทะที่แท้จริง และผู้มอบฉันทะก็เป็นเจ้าของที่ดินแต่ผู้เดียว ดังนี้ ถือว่าเป็นคดีขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ซึ่งกำหนดลงเป็นราคาเงินมิได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1121/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
จำกัดสิทธิฎีกาในคดีทุนทรัพย์น้อยกว่า 2,000 บาท โต้เถียงข้อเท็จจริงไม่ได้
โจทก์ฟ้องขอแบ่งที่พิพาทราคา 3000 บาท ออกเป็น 3 ส่วน เป็นของโจทก์คนละ 1 ส่วน เป็นของจำเลย 1 ส่วน ถือว่าเป็นคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 2000 บาท และตามฟ้องโจทก์ตั้งทุนทรัพย์เพียง 2000 บาทเท่านั้นเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในข้อเท็จจริง โจทก์จะฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1120/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิพากษาแก้ไขจำนวนค่าเสียหายเล็กน้อยในคดีมูลละเมิดไม่อาจฎีกาได้ตามมาตรา 248
ฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดนั้นค่าเสียหายที่แท้จริงมีเท่าใด เป็นข้อเท็จจริงที่ต้องพิศูจน์เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้จำนวนค่าเสียหายจากเจ็ดร้อยบาทเศษเป็นเจ็ดร้อยบาท ถ้วนจึงเป็นการแก้ไข เล็กน้อย ต้องห้ามฎีกาตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 248
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1120/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์ค่าเสียหายในคดีมูลละเมิดและการห้ามฎีกาเมื่อศาลอุทธรณ์แก้ไขจำนวนค่าเสียหายเล็กน้อย
ฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดนั้น ค่าเสียหายที่แท้จริงมีเท่าใด เป็นข้อเท็จจริงที่ต้องพิสูจน์ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้จำนวนค่าเสียหายจากเจ็ดร้อยบาทเศษเป็นสี่ร้อยบาทเศษจึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1117/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกถอนการให้เนื่องจากประพฤติเนรคุณ: การด่าทอและขับไล่ผู้ให้
โจทก์ฟ้องจำเลยขอเพิกถอนการให้ เพราะจำเลยประพฤติเนรคุณโดยได้ด่าว่าโจทก์ด้วยถ้อยคำหยาบคายต่าง ๆ และขับไล่โจทก์ จนต้องไปอยู่ที่อื่น ได้รับความเดือดร้อนอดหยาก แม้คำด่าที่โจทก์บรรยายมาในฟ้องจะเป็นการกล่าวคำหมิ่นประมาทซึ่งหน้าก็ตาม ศาลก็ควรฟังพยานหลักฐานแห่งพฤตติการณ์ต่อไป เพราะการกระทำของจำเลยดั่งที่โจทก์อ้างเป็นข้อเท็จจริงในคำฟ้องนั้น อาจถือได้ว่าเป็นการประพฤติเนรคุณตามความในมาตรา 531
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1117/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกถอนการให้ทรัพย์สินเนื่องจากประพฤติเนรคุณจากการด่าทอและขับไล่
โจทก์ฟ้องจำเลยขอเพิกถอนการให้ เพราะจำเลยประพฤติเนรคุณโดยได้ด่าว่าโจทก์ด้วยถ้อยคำหยาบคายต่างๆ และขับไล่โจทก์จนต้องไปอยู่ที่อื่นได้รับความเดือดร้อนอดอยาก แม้คำด่าที่โจทก์บรรยายมาในฟ้องจะเป็นการกล่าวคำหมิ่นประมาทซึ่งหน้าก็ตาม ศาลก็ควรฟังพยานหลักฐานแห่งพฤติการณ์ต่อไปเพราะการกระทำของจำเลยดั่งที่โจทก์อ้างเป็นข้อเท็จจริงในคำฟ้องนั้น อาจถือได้ว่าเป็นการประพฤติเนรคุณตามความในมาตรา 531
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1115/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้เอกสารที่ไม่ได้รับการรับรองเป็นหลักฐานในคดีแพ่ง: หลักการพยานและภาระการพิสูจน์
โจทก์ฟ้องเรียกเงินจากจำเลย โดยอ้างว่าจำเลยได้ทำสัญญายอมความไว้ที่อำเภอจำเลยปฏิเสธว่ามิได้ทำสัญญายอมความลับโจทก์ เมื่อโจทก์จำเลยไม่สืบพยาน ศาลจะอาศัยสำเนาเอกสารในสำนวนในอีกคดีหนึ่งซึ่งจำเลยมิได้เป็นคู่ความด้วย และจำเลยมิได้รับรองสำเนาเอกสารฉะบับนั้นว่าเป็นสัญญาปราณีประนอมยอมความแต่อย่างใดมาเป็นพยานหลัก ฐานพิพากษาให้จำเลยใช้เงินโจทก์ไม่ได้ต้องถือว่าโจทก์ไม่สืบให้สมฟ้องคดีของโจทก์จึงไม่มีหลักฐานพยานพอที่จะ ให้ศาลฟังเป็นความจริงได้ จึงต้องยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1115/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้เอกสารที่ไม่ได้รับการรับรองเป็นหลักฐานในคดี การพิสูจน์ข้อเท็จจริง และการยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องเรียกเงินจากจำเลย โดยอ้างว่าจำเลยได้ทำสัญญายอมความไว้ที่อำเภอ จำเลยปฏิเสธว่ามิได้ทำสัญญายอมความกับโจทก์ เมื่อโจทก์จำเลยไม่สืบพยาน ศาลจะอาศัยสำเนาเอกสารในสำนวนในอีกคดีหนึ่ง ซึ่งจำเลยมิได้เป็นคู่ความด้วย และจำเลยมิได้รับรองสำเนาเอกสารฉบับนั้นว่าเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความแต่อย่างใดมาเป็นพยานหลักฐานพิพากษาให้จำเลยใช้เงินโจทก์ไม่ได้ ต้องถือว่าโจทก์ไม่สืบให้สมฟ้องคดีของโจทก์จึงไม่มีหลักฐานพยานพอที่จะให้ศาลฟังเป็นความจริงได้ จึงต้องยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1114/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องขับไล่: การบรรยายฟ้องไม่จำเป็นต้องระบุวันเดือนปี หากเป็นการกระทำต่อเนื่อง
โจทก์บรรยายว่าให้จำเลยอาศัยอยู่ในที่ดินของโจทก์ บัดนี้ไม่สมัครใจให้อยู่จึงขอขับไล่ดังนี้แม้จะไม่ได้ระบุวันเดือนใด ก็ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม เพราะการให้อาศัยเป็นอาการปฏิบัติสืบเนื่องติดต่อกันมา เป็นการแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและลักษณะแห่งประเภทคดีให้เป็นที่เข้าใจได้แล้ว