พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,237 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 626/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาทำร้ายจนวิกลจริต ความผิดตามประมวลกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 254
การที่จำเลยเอาใบไม้เบื่อเมาปนในไข่ทอดให้เจ้าทุกข์กินจนมีอาการวิงเวียนคลื่นไส้เจ้าทุกข์คนหนึ่งซึ่งเป็นเด็กไม่ได้สติคล้ายเป็นบ้า อยู่ 15 ชั่วโมงจึงหาย ดังนี้นับว่าถึงวิกลจริต ต้องตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 254
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 625/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขต พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร ครอบคลุมถึงโคกระบือ และอำนาจศาลในการวินิจฉัยเรื่องสินบน
สิ่งของตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควรนั้นหมายถึง โค กระบือด้วย (อ้างฎีกา 2094/2492)
การจ่ายเงินสินบนแก่ผู้นำจับตาม พระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร แม้ไม่มีฝ่ายใดฎีกาขึ้นมาก็ดี
ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้ เพราะเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน และอยู่ในลักษณะคดี
โคของกลางที่นำออกนอกเขตโดยฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการฯ ริบไม่ได้ต้องคืนเจ้าของ
(อ้างฎีกา 202/2493)
การจ่ายเงินสินบนแก่ผู้นำจับตาม พระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร แม้ไม่มีฝ่ายใดฎีกาขึ้นมาก็ดี
ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้ เพราะเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน และอยู่ในลักษณะคดี
โคของกลางที่นำออกนอกเขตโดยฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการฯ ริบไม่ได้ต้องคืนเจ้าของ
(อ้างฎีกา 202/2493)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 625/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การควบคุมการค้าโคกระบือตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร และการจ่ายเงินสินบนผู้นำจับ
สิ่งของตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควรนั้นหมายถึง โค กระบือด้วย (อ้างฎีกา 2094/2492)
การจ่ายเงินสินบลแก่ผู้นำจับตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร แม้ไม่มีฝ่ายใดฎีกาขึ้นมาก็ดี ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้ เพราะเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน และอยู่ในลักษณะคดี
โคของกลางที่นำออกนอกเขตโดยฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการ ริบไม่ได้ต้องคืนเจ้าของ (อ้างฎีกา 202/2493)
การจ่ายเงินสินบลแก่ผู้นำจับตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร แม้ไม่มีฝ่ายใดฎีกาขึ้นมาก็ดี ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้ เพราะเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน และอยู่ในลักษณะคดี
โคของกลางที่นำออกนอกเขตโดยฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการ ริบไม่ได้ต้องคืนเจ้าของ (อ้างฎีกา 202/2493)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 624/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตการริบของกลาง: ริบได้เฉพาะทรัพย์สินที่จำเลยครอบครองขณะถูกจับ
คดีที่ศาลพิพากษาให้ริบข้าวของกลางจำนวนหนึ่ง ซึ่งปรากกว่าขณะจำเลยถูกจับนั้น มีข้าวของกลางอยู่ในความครอบครองของจำเลยเพียงเล็กน้อย ข้าวนอกนั้นจำเลยได้ขายไปเรื่อย ๆ ก่อนถูกจับ ดังนี้ถือว่าข้าวของกลางคือข้าวที่จับได้จากจำเลย ส่วนข้าวนอกนั้นไม่ใช่ข้าวของกลางที่ศาลให้ริบ ศาลจะให้จำเลยใช้ราคาไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 624/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตการริบของกลาง: ริบได้เฉพาะที่ถูกยึดในความครอบครองของจำเลยขณะจับกุม
คดีที่ศาลพิพากษาให้ริบข้าวของกลางจำนวนหนึ่ง ซึ่งปรากฏว่าขณะจำเลยถูกจับนั้น มีข้าวของกลางอยู่ในความครอบครองของจำเลยเพียงเล็กน้อย ข้าวนอกนั้นจำเลยได้ขายไปเรื่อยๆ ก่อนถูกจับ ดังนี้ถือว่าข้าวของกลางคือข้าวที่จับได้จากจำเลย ส่วนข้าวนอกนั้นไม่ใช่ข้าวของกลางที่ศาลให้ริบ ศาลจะให้จำเลยใช้ราคาไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 623/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อยกเว้นการขนย้ายสิ่งของข้ามแม่น้ำต้องเป็นของสำหรับใช้กับยานพาหนะคันนั้น
แม้ตามประกาศมีข้อยกเว้นให้นำของสำหรับใช้กับยานพาหนะอันนั้นไปได้ก็ดี การที่จำเลยขนย้ายยางรถยนตร์ไปเพื่อใช้สำหรับรถยนตร์คันอื่น ซึ่งยางแตกอยู่ไม่ได้ใช้สำหรับรถยนตร์คันที่ขนไปนั้น ดังนี้ จำเลยมีความผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 623/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขนย้ายยางรถยนต์ข้ามแม่น้ำกก แม้มีข้อยกเว้น แต่ต้องใช้กับยานพาหนะคันเดิม
แม้ตามประกาศมีข้อยกเว้นให้นำของสำหรับใช้กับพาหนะอันนั้นไปได้ก็ดี การที่จำเลยชนย้ายยางรถยนต์ไปเพื่อใช้สำหรับรถยนต์คันอื่น ซึ่งยางแตกอยู่ไม่ได้ใช้สำหรับรถยนต์คันที่ชนไปนั้น ดังนี้ จำเลยมีความผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 560/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายสินบริคณห์โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือ โมฆียะ และหน้าที่นำสืบของผู้โต้แย้ง
ภริยาเอาที่ดินอันเป็นสินบริคณห์ไปทำนิติกรรมโอนขายโดยสามีมิได้ยินยอมเป็นหนังสือ ดังนี้ขัดต่อ ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1476
การที่จำเลยยกอายุความบอกล้างโมฆียะกรรมขึ้นต่อสู้ตามมาตรา 143 ก็ดีและต่อสู้ว่า โจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริต ซึ่งเป็นเรื่องยกข้อเท็จจริงขึ้นต่อสู้เพื่อหักล้างข้อสันนิษฐานของกฎหมาย ตามมาตรา 6 ทั้ง 2 ประการนี้เป็นหน้าที่จำเลยต้องนำสืบแพ้คดี
การที่จำเลยยกอายุความบอกล้างโมฆียะกรรมขึ้นต่อสู้ตามมาตรา 143 ก็ดีและต่อสู้ว่า โจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริต ซึ่งเป็นเรื่องยกข้อเท็จจริงขึ้นต่อสู้เพื่อหักล้างข้อสันนิษฐานของกฎหมาย ตามมาตรา 6 ทั้ง 2 ประการนี้เป็นหน้าที่จำเลยต้องนำสืบแพ้คดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 560/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขายสินบริคณห์โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือ และหน้าที่การนำสืบข้อเท็จจริงของผู้โต้แย้ง
ภริยาเอาที่ดินอันเป็นสินบริคณห์ไปทำนิติกรรมโอนขายโดยสามีมิได้ยินยอมเป็นหนังสือดังนี้ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1476
การที่จำเลยยกอายุความบอกล้างโมฆียะกรรมขึ้นต่อสู้ตามมาตรา 143 ก็ดีและต่อสู้ว่า โจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริตซึ่งเป็นเรื่องยกข้อเท็จจริงขึ้นต่อสู้เพื่อหักล้างข้อสันนิษฐานของกฎหมาย ตามมาตรา 6 ทั้ง 2 ประการนี้เป็นหน้าที่จำเลยต้องนำสืบก่อน หากจำเลยไม่สืบต้องแพ้คดี
การที่จำเลยยกอายุความบอกล้างโมฆียะกรรมขึ้นต่อสู้ตามมาตรา 143 ก็ดีและต่อสู้ว่า โจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริตซึ่งเป็นเรื่องยกข้อเท็จจริงขึ้นต่อสู้เพื่อหักล้างข้อสันนิษฐานของกฎหมาย ตามมาตรา 6 ทั้ง 2 ประการนี้เป็นหน้าที่จำเลยต้องนำสืบก่อน หากจำเลยไม่สืบต้องแพ้คดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 552/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สถานะบริวารของผู้เข้าอยู่ร่วมกับผู้เช่า แม้จดทะเบียนเป็นเจ้าบ้านหรือประกอบธุรกิจ
เมื่อจำเลยเป็นผู้เช่าห้องพิพาทจากโจทก์ แม้ผู้เข้าอยู่กับจำเลยซึ่งเป็นบุตรผู้เช่าจะไปจดทะเบียนสำมะโนครัวว่าตนเป็นเจ้าบ้านและไปจดทะเบียนพาณิชย์ว่าตนเป็นผู้ประกอบพาณิชกิจในห้องนั้น ส่วนจำเลยเป็นเพียงผู้อาศัยก็ดี ย่อมถือว่าเป็นผู้เข้าอยู่นั้นเป็นบริวารของจำเลย