พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,237 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1926/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อยกเว้นการอนุญาตเก็บ-จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง: ปริมาณไม่เกิน 500 ลิตร
พ.ร.บ.น้ำมันเชื้อเพลิง 2474 มาตรา 48 เป็นบทลงโทษผู้เก็บและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเกินกว่า 500 ลิตร เพราะถ้าน้ำมันไม่เกิน 500 ลิตร กฎหมายให้เก็บและจำหน่ายได้โดยไม่ต้องรับอนุญาตเป็นแต่ต้องเก็บและจำหน่ายในสถานที่ซึ่งได้รับอนุญาต มิฉะนั้นมีผิดตามมาตรา 18,53 (อ้างฎีกาที่ 886/2492)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1926/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตการบังคับใช้มาตรา 48 พ.ร.บ.น้ำมันเชื้อเพลิง: การเก็บและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเกิน 500 ลิตร
พ.ร.บ.น้ำมันเชื้อเพลิง 2474 มาตรา 48 เป็นบทลงโทษผู้เก็บและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเกินกว่า 500 ลิตร เพราะถ้าน้ำมันไม่เกิน 500 ลิตร กฎหมายให้เก็บและจำหน่ายได้โดยไม่ต้องรับอนุญาต เป็นแต่ต้องเก็บและจำหน่ายในสถานที่ซึ่งได้รับอนุญาต มิฉะนั้นมีผิดตามมาตรา 18, 53.
(อ้างฎีกาที่ 886/2492)
(อ้างฎีกาที่ 886/2492)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1917/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยึดกระบือที่เข้าสวนผู้อื่น: ไม่ถือเป็นทรัพย์ที่ถูกยึดตามกฎหมายอาญา หากเจ้าพนักงานมิได้ยึด
ผู้ที่ปล่อยกระบือเข้าไปในสวนของผู้อื่นทำให้ต้นผลไม้เสียหายและฝ่ายเจ้าของสวนจับกระบือนั้นไว้ ไม่ถือว่ากระบือนั้นเป็นทรัพย์อันต้องยึดหรืออายัด ไว้ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 290 แม้เจ้าของกระบือนั้นไปเอากระบือคืนมาก็ไม่ผิดมาตรานี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1917/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยึดสัตว์ที่บุกรุกและทรัพย์สินที่ถูกยึดโดยบุคคลทั่วไป ไม่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา ๒๙๐
ผู้ที่ปล่อยกระบือเข้าไปในสวนของผู้อื่นทำให้ต้นผลไม้เสียหายและฝ่ายเจ้าของสวนจับกระบือนั้นไว้ ไม่ถือว่ากระบือนั้นเป็นทรัพย์อันต้องยึดหรืออายัติไว้ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 290 แม้เจ้าของกระบือนั้นไปเอากระบือคืนมาก็ไม่ผิดมาตรานี้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1915/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องคดีปลอมแปลงเอกสาร: การระบุช่วงเวลาการกระทำความผิดเพียงพอต่อการฟ้อง
ฟ้องโจทก์ซึ่งบรรยายเหตุการณ์แห่งข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้ทำการซื้อข้าว เมื่อวันเดือนปีนั้น ต่อมาวันเดือนปีนั้นจำเลยได้ส่งอ้างหนังสือสัญญาซื้อข้าวต่อศาลซึ่งมีลายเซ็นชื่อโจทก์ในช่องผู้ซื้อ จำเลยทั้ง 2 ลงชื่อเป็นพยาน โจทก์ไม่รู้ว่าจำเลยทำปลอมขึ้นในวันเดือนปีใดเพิ่งมาทราบการทุจริตของจำเลยเมื่อจำเลยส่งอ้างต่อศาล ดังนี้ พอเข้าใจฟ้องได้แล้วว่า หาว่าจำเลยทำหนังสือปลอมขึ้นระหว่างวันที่โจทก์ซื้อข้าว ถึงวันที่จำเลยส่งอ้างต่อศาลไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1915/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความสมบูรณ์ของฟ้องคดีปลอมแปลงเอกสาร: การระบุช่วงเวลาที่กระทำผิด
ฟ้องโจทก์ซึ่งบรรยายเหตุการณ์แห่งข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้ทำการซื้อข้าว เมื่อวันเดือนปีนั้น ต่อมาวันเดือนปีนั้นจำเลยได้ส่งอ้างหนังสือสัญญาซื้อข้าวต่อศาลซึ่งมีลายเซ็นชื่อโจทก์ในช่องผู้ซื้อ จำเลยทั้ง 2 ลงชื่อเป็นพะยาน โจทก์ไม่รู้ว่าจำเลยทำปลอมขึ้นในวันเดือนปีใดเพิ่งมาทราบการทุจจริตของจำเลยเมื่อจำเลยส่งอ้างต่อศาล ดังนี้ พอเข้าใจฟ้องได้แล้วว่า หาว่าจำเลยทำหนังสือปลอมขึ้นระหว่างวันที่โจทก์ซื้อข้าว ถึงวันที่จำเลยส่งอ้างต่อศาล ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1914/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สถานะบุคคล: การหลบหนีการเนรเทศและการอ้างสัญชาติไทยเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเนรเทศ
จำเลยเป็นจีนต่างด้าวโดยกำเนิดและถูกสั่งเนรเทศออกไปจากราชอาณาจักรจนตลอดชีวิต แล้วภายหลังได้หลบหนีเข้ามาและอ้างตนว่าเป็นคนไทยจนได้เข้ารับราชการทหาร ดังนี้ คดีก็คงอยู่ในอำนาจศาลพลเรือนที่จะพิจารณาพิพากษากรณีหลบหนีการเนรเทศของจำเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1914/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สถานะบุคคล: การพิสูจน์สัญชาติของจำเลยที่หลบหนีการเนรเทศ และการรับราชการ
จำเลยเป็นจีนต่างด้าวโดยกำเนิดและถูกสั่งเนรเทศออกไปจากราชอาณาจักรจนตลอดชีวิต แล้วภายหลังได้หลบหนีเข้ามาและอ้างตนว่าเป็นคนไทย จนได้เข้ารับราชการทหาร ดังนี้ คดีก็คงอยู่ในอำนาจศาลพลเรือนที่จะพิจารณาพิพากษากรณีหลบหนีการเนรเทศของจำเลย.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1901/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงนอกสถานที่อนุญาต: ความผิดตาม พ.ร.บ.น้ำมันเชื้อเพลิง และการลงโทษตามบทเบา
น้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้รับอนุญาตให้มีและเก็บไว้สถานที่แห่งหนึ่ง หากแบ่งเอาไปเก็บไว้ที่อื่นอันเป็นสถานที่ไม่ได้รับอนุญาตไม่ผิดมาตรา 48 พ.ร.บ.น้ำมันเชื้อเพลิง แต่ผิดมาตรา 53(ซ). ส่วนน้ำมันของกลางริบมิได้
ฟ้องโจทก์ที่บรรยายมาชัดเจนถึงความผิดของจำเลย อันผิดบทกฎหมายอีกมาตราหนึ่ง ซึ่งมีโทษเบากว่าบทกฎหมายที่โจทก์ขอในฟ้อง ดังนี้ ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามบทที่ตรงกับรูปคดีและมีโทษเบากว่านั้นได้(อ้างฎีกาที่ 483/2485)
ฟ้องโจทก์ที่บรรยายมาชัดเจนถึงความผิดของจำเลย อันผิดบทกฎหมายอีกมาตราหนึ่ง ซึ่งมีโทษเบากว่าบทกฎหมายที่โจทก์ขอในฟ้อง ดังนี้ ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามบทที่ตรงกับรูปคดีและมีโทษเบากว่านั้นได้(อ้างฎีกาที่ 483/2485)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1901/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงนอกสถานที่ที่ได้รับอนุญาต: ความผิดตาม พ.ร.บ.น้ำมันเชื้อเพลิง และการลงโทษตามบทเบา
น้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้รับอนุญาตให้มีและเก็บไว้สถานที่แห่งหนึ่ง หากแบ่งเอาไปเก็บไว้ที่อื่นอันเป็นสถานที่ไม่ได้รับอนุญาตไม่ผิดมาตรา 48 พ.ร.บ.น้ำมันเชื้อเพลิง แต่ผิดมาตรา 53(ข) ส่วนน้ำมันของกลางริบมิได้.
ฟ้องโจทก์ที่บรรยายมาชัดเจนถึงความผิดของจำเลย อันผิดบทกฎหมายอีกมาตราหนึ่ง ซึ่งมีโทษเบากว่าบทกฎหมายที่โจทก์ขอในฟ้อง ดังนี้ ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามบทที่ตรงกับรูปคดีและมีโทษเบากว่านั้นได้.
(อ้างฎีกาที่ 483/2485)
ฟ้องโจทก์ที่บรรยายมาชัดเจนถึงความผิดของจำเลย อันผิดบทกฎหมายอีกมาตราหนึ่ง ซึ่งมีโทษเบากว่าบทกฎหมายที่โจทก์ขอในฟ้อง ดังนี้ ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามบทที่ตรงกับรูปคดีและมีโทษเบากว่านั้นได้.
(อ้างฎีกาที่ 483/2485)