พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,237 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1705/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับสารภาพความผิดเฉพาะบางส่วน ผลต่อการริบของกลางที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับความผิด
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยจำหน่ายไข่เป็ดจืด โดยมิได้ทำป้ายแสดงราคาไว้ และได้จำหน่ายไข่เป็ดไป 5 ฟอง ซึ่งเกินกว่าราคาควบคุม เจ้าพนักงานจับไข่เป็ดได้ 28650 ฟอง จำเลยให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดตามฟ้องทุกประการ และว่าไข่ได้ขายเกินราคาไปจริงเพียง 500 ฟอง นอกจากนี้ไม่ใช่เป็นทรัพย์ที่ทำผิดกฎหมายดังนี้ ถือว่าจำเลยไม่ได้รับสารภาพตลอดไปถึงคำฟ้องที่ว่า จำเลยไม่ได้ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายไข่เป็ดทั้ง 28650 ฟองด้วย จำเลยรับฉะเพาะไข่ 500 ฟองเท่านั้น จึงถือว่าไข่นอกจาก 500 ฟองเป็นของเกี่ยวเนื่องกับความผิด ควรริบตามกฎหมายหาได้ไม่.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1699-1704/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาโทษอาญาต้องอาศัยพยานหลักฐานชัดเจน คำรับสารภาพและคำให้การฝ่ายเดียวไม่เพียงพอ
คดีอาญามีปัญหาฉะเพาะข้อกฎหมายซึ่งศาลฎีกาจำต้องฟังข้อเท็จจริง ตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา เมื่อปรากฎว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริง โดยไม่มีคำพะยานในสำนวนสนับสนุน ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกข้อเท็จจริงขึ้นพิจารณาได้
ถ้ามีอัตราโทษจำคุกถึง 10 ปี ลำพังแต่คำรับสารภาพไม่ใช่คำพะยานหลักฐาน.
ถ้ามีอัตราโทษจำคุกถึง 10 ปี ลำพังแต่คำรับสารภาพไม่ใช่คำพะยานหลักฐาน.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1699-1704/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำรับสารภาพและพยานหลักฐานที่ไม่เพียงพอ ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาข้อเท็จจริงใหม่ได้
คดีอาญามีปัญหาเฉพาะข้อกฎหมายซึ่งศาลฎีกาจำต้องฟังข้อเท็จจริง ตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา เมื่อปรากฏว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริง โดยไม่มีคำพยานในสำนวนสนับสนุน ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกข้อเท็จจริงขึ้นพิจารณาได้
คดีมีอัตราโทษจำคุกถึง 10 ปี ลำพังแต่คำรับสารภาพไม่ใช่คำพยานหลักฐาน
คดีมีอัตราโทษจำคุกถึง 10 ปี ลำพังแต่คำรับสารภาพไม่ใช่คำพยานหลักฐาน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1697/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิ่มโทษจำเลยฐานกระทำผิดซ้ำ โดยพิจารณาจากประวัติโทษและมาตรา 72 แทนมาตรา 74
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายหลายบทหลายกะทง ตามคำบรรยายฟ้องเกี่ยวกับขอให้เพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบนั้น กล่าวว่าจำเลยเคยถูกศาลพิพากษาลงโทษมาแล้วตามใบแดงแจ้งโทษท้ายฟ้อง พ้นโทษครั้งหลังมายังไม่เกิน 5 ปี ก็กลับมากระทำผิดในคดีนี้อีก ย่อมหมายความถึงความผิดทุกกะทง แม้โจทก์จะอ้างมาตรา 74 เมื่อศาลเห็นว่าความผิดกะทงใดเพิ่มโทษตามมาตรา 74 ไม่ได้ ก็ชอบที่จะเพิ่มตามมาตรา 72 ซึ่งเป็นบทเบากว่าได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1697/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบ แม้ไม่ขอตามมาตรา 74 ก็เพิ่มตามมาตรา 72 ได้
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายหลายบทหลายกระทงตามคำบรรยายฟ้องเกี่ยวกับขอให้เพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบนั้น กล่าวว่าจำเลยเคยถูกศาลพิพากษาลงโทษมาแล้วตามใบแดงแจ้งโทษท้ายฟ้อง พ้นโทษครั้งหลังมายังไม่เกิน 5 ปี ก็กลับมากระทำผิดในคดีนี้อีก ย่อมหมายความถึงความผิดทุกกระทง แม้โจทก์จะอ้างมาตรา 74 เมื่อศาลเห็นว่าความผิดกระทงใดเพิ่มโทษตามมาตรา 74 ไม่ได้ ก็ชอบที่จะเพิ่มตามมาตรา 72 ซึ่งเป็นบทเบากว่าได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1696/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
จำนองที่ดินให้ทำกินต่างดอกเบี้ย ไม่ถือเป็นขายฝาก ต้องบังคับตามกฎหมายจำนอง
ภายหลังใช้ ป.พ.พ. บรรพ 3 การจำนองที่ดินและมอบที่นาให้ผู้รับจำนองทำกินต่างดอกเบี้ย จะแปรรูปเป็นการขายฝากไม่ได้ ต้องบังคับตามกฎหมายว่าด้วยการจำนอง.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1696/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
จำนองที่ดินทำกินต่างดอกเบี้ยหลังใช้ประมวลกฎหมายแพ่งฯ ไม่ถือเป็นการขายฝาก ต้องบังคับตามกฎหมายจำนอง
ภายหลังใช้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 การจำนองที่ดินและมอบที่นาให้ผู้รับจำนองทำกินต่างดอกเบี้ย จะแปรรูปเป็นการขายฝากไปไม่ได้ ต้องบังคับตามกฎหมายว่าด้วยการจำนอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1695/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเกินสมควรแก่เหตุในการป้องกันตัว ทำให้มีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา
จำเลยถูกผู้ตายเอามือค้ำคอโดยจำเลยไม่ทราบว่าเป็นใคร เพราะอยู่ในที่มืดเมื่อจำเลยใช้ขวานฟันผู้ตายครั้งที่หนึ่งแล้ว ไม่ปรากฎว่าผู้ตายได้กระทำอะไรแก่จำเลยอีกเลย การที่จำเลยฟันครั้งที่สองอีกจนผู้ตายถึงตาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการเกินสมควรแก่เหตุ ต้องมีผิดตามมาตรา 251,53 ก.ม.ลักษณะอาญา.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1695/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเกินสมควรแก่เหตุในการป้องกันตัว ทำให้มีความผิดฐานฆ่าโดยไม่เจตนา
จำเลยถูกผู้ตายเอามือค้ำคอโดยจำเลยไม่ทราบว่าเป็นใครเพราะอยู่ในที่มืดเมื่อจำเลยใช้ขวานฟันผู้ตายครั้งที่หนึ่งแล้ว ไม่ปรากฏว่าผู้ตายได้กระทำอะไรแก่จำเลยอีกเลย การที่จำเลยฟันครั้งที่สองอีกจนผู้ตายถึงตายการกระทำของจำเลยจึงเป็นการเกินสมควรแก่เหตุ ต้องมีผิดตามมาตรา 251,53 กฎหมายลักษณะอาญา.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1672/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิ่มโทษอาญาซ้ำ: ความผิดคนละประเภทและข้อ ไม่สามารถเพิ่มโทษตามมาตรา 73 ได้
ความผิดของจำเลยในครั้งก่อนเป็นความผิดฐานลักทรัพย์อันเป็นความผิดฐานประทุษร้ายต่อทรัพย์ตามมาตรา 73 ข้อ 12 ส่วนความผิดในครั้งหลังเป็นความผิดฐานประทุษร้ายต่อชีวิตและร่างกายตามมาตรา 73 ข้อ 10 เป็นความผิดคนละประเภทและคนละข้อ ศาลจะเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา 73 ไม่ได้ จะต้องเพิ่มตามมาตรา 72.