พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,237 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1638/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์ความตายจากสาเหตุการกระทำของจำเลย: หลักฐานไม่เพียงพอ
ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลย 3 ปีตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 251 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุก 6 เดือน ตามมาตรา 254 ดังนี้ เป็นการแก้มาก โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1638/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์เจตนาฆ่า: หลักฐานไม่เพียงพอชี้ขาดสาเหตุการตาย
ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลย 3 ปีตาม กฎหมายลักษณะอาญามาตรา 251 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุก 6 เดือนตามมาตรา 254 ดังนี้ เป็นการแก้มาก โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1637/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ของกลางต้องนำสืบในศาลจึงเป็นพยานหลักฐานได้ แม้จับกุมได้ก็ไม่ถือเป็นพยานหากมิได้นำมาศาล
คดีอาญา แม้จะปรากฎว่าจับของกลางได้ก็ดี แต่โจทก์มิได้นำของกลางมาอ้างเป็นพะยานในศาล จะเรียกว่าเป็นพะยานวัตถุในศาลไม่ได้ และศาลย่อมไม่ถือว่า สิ่งที่มิได้อ้างมาเป็นพะยานนั้นเป็นพะยานหลักฐานในศาล แม้พะยานบุคคลจะได้เบิกความกล่าวข้อความพาดพิงถึงของกลางเหล่านั้น ก็หาเรียกวัตถุที่ถูกกล่าวอ้างอิงพาดพิงถึงนั้นว่าเป็นวัตถุพะยานไม่
ไม่มีบทบัญญัติในกฎหมายว่า ถ้ามีของกลาง โจทก์จะต้องนำของกลางส่งศาลให้เป็นวัตถุพะยาน ถ้าไม่นำส่งจะต้องถูกยกฟ้อง
ไม่มีบทบัญญัติในกฎหมายว่า ถ้ามีของกลาง โจทก์จะต้องนำของกลางส่งศาลให้เป็นวัตถุพะยาน ถ้าไม่นำส่งจะต้องถูกยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1637/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ของกลางที่ไม่ถูกนำสืบเป็นพยานวัตถุในศาล ไม่ถือเป็นหลักฐานยืนยันการกระทำผิด
คดีอาญา แม้จะปรากฏว่าจับของกลางได้ก็ดี แต่โจทก์มิได้นำของกลางมาอ้างเป็นพยานในศาล จะเรียกว่าเป็นพยานวัตถุในศาลไม่ได้ และศาลย่อมไม่ถือว่า สิ่งที่มิได้อ้างมาเป็นพยานนั้นเป็นพยานหลักฐานในศาล แม้พยานบุคคลจะได้เบิกความกล่าวข้อความพาดพิงถึงของกลางเหล่านั้น ก็หาเรียกวัตถุที่ถูกกล่าวอ้างอิงพาดพิงถึงนั้นว่าเป็นวัตถุพยานไม่
ไม่มีบทบัญญัติในกฎหมายว่าถ้ามีของกลาง โจทก์จะต้องนำของกลางส่งศาลให้เป็นวัตถุพยาน ถ้าไม่นำส่งจะต้องถูกยกฟ้อง
ไม่มีบทบัญญัติในกฎหมายว่าถ้ามีของกลาง โจทก์จะต้องนำของกลางส่งศาลให้เป็นวัตถุพยาน ถ้าไม่นำส่งจะต้องถูกยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1623/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าและการบอกเลิกสัญญา: สิทธิของผู้ให้เช่าในการบอกเลิกสัญญาเมื่อผู้เช่าผิดนัดชำระค่าเช่า
ผู้เช่ามีหน้าที่จะต้องนำค่าเช่าไปชำระในสำนักของผู้ให้เช่า
โจทก์ฟ้องในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากหญิงมีสามี เมื่อปรากฎว่าในหนังสือมอบอำนาจที่โจทก์นำมาฟ้องนั้น ทั้งสามีของ จ.และ จ.ได้ลงนามมอบอำนาจให้ป.ฟ้องร้อง และดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลได้ ดังนี้ เป็นการแสดงความยินยอมของสามี ให้ภริยาทำการฟ้องร้อง หรือมอบอำนาจให้ตัวการทำการฟ้องร้องคดีได้
บทบัญญัติมาตรา 560 ป.ม.แพ่งฯนั้น บัญญัติไว้เพื่อเป็นข้อสันนิษฐานเจตนาของคู่สัญญาในเมื่อไม่มีความตกลงกันเป็นอย่างอื่นเท่านั้น หาใช่เป็นบทบัญญัติอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตามความหมายของมาตรา 113,114 ป.ม.แพ่งฯนั้นไม่
ผู้เช่าได้ทำสัญญาตกลงกับผู้ให้เช่าว่า ถ้าผู้เช่าประพฤตติผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง หรือไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของผู้เช่าตามกฎหมาย ผู้ให้เช่าทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะบอกเลิกเพิกถอนสัญญาเช่าและกลับเข้ายึดถือครอบครองทรัพย์ที่เช่าทันที โดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้าให้ผู้เช่าทราบก็ได้ ข้อตกลงนี้หาตกเป็นโมฆะไม่
โจทก์ฟ้องในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากหญิงมีสามี เมื่อปรากฎว่าในหนังสือมอบอำนาจที่โจทก์นำมาฟ้องนั้น ทั้งสามีของ จ.และ จ.ได้ลงนามมอบอำนาจให้ป.ฟ้องร้อง และดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลได้ ดังนี้ เป็นการแสดงความยินยอมของสามี ให้ภริยาทำการฟ้องร้อง หรือมอบอำนาจให้ตัวการทำการฟ้องร้องคดีได้
บทบัญญัติมาตรา 560 ป.ม.แพ่งฯนั้น บัญญัติไว้เพื่อเป็นข้อสันนิษฐานเจตนาของคู่สัญญาในเมื่อไม่มีความตกลงกันเป็นอย่างอื่นเท่านั้น หาใช่เป็นบทบัญญัติอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตามความหมายของมาตรา 113,114 ป.ม.แพ่งฯนั้นไม่
ผู้เช่าได้ทำสัญญาตกลงกับผู้ให้เช่าว่า ถ้าผู้เช่าประพฤตติผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง หรือไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของผู้เช่าตามกฎหมาย ผู้ให้เช่าทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะบอกเลิกเพิกถอนสัญญาเช่าและกลับเข้ายึดถือครอบครองทรัพย์ที่เช่าทันที โดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้าให้ผู้เช่าทราบก็ได้ ข้อตกลงนี้หาตกเป็นโมฆะไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1623/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบอกเลิกสัญญาเช่าและการชำระค่าเช่า ณ สำนักงานผู้ให้เช่า ข้อตกลงพิเศษมีผลเหนือมาตรา 560
ผู้เช่ามีหน้าที่จะต้องนำค่าเช่าไปชำระในสำนักของผู้ให้เช่า
โจทก์ฟ้องในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากหญิงมีสามี เมื่อปรากฏว่าในหนังสือมอบอำนาจที่โจทก์นำมาฟ้องนั้น ทั้งสามีของจ. และ จ. ได้ลงนามมอบอำนาจให้ ป. ฟ้องร้อง และดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลได้ ดังนี้ เป็นการแสดงความยินยอมของสามี ให้ภริยาทำการฟ้องร้อง หรือมอบอำนาจให้ตัวการทำการฟ้องร้องคดีได้
บทบัญญัติมาตรา 560 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น บัญญัติไว้เพื่อเป็นข้อสันนิษฐานเจตนาของคู่สัญญาในเมื่อไม่มีความตกลงกันเป็นอย่างอื่นเท่านั้น หาใช่เป็นบทบัญญัติอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตามความหมายของมาตรา 113,114 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้นไม่
ผู้เช่าได้ทำสัญญาตกลงกับผู้ให้เช่าว่าถ้าผู้เช่าประพฤติผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง หรือไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของผู้เช่าตามกฎหมายผู้ให้เช่าทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะให้เช่าบอกเลิกเพิกถอนสัญญาเช่าและกลับเข้ายึดถือครอบครองทรัพย์ที่เช่าทันที โดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้าให้ผู้เช่าทราบก็ได้ข้อตกลงนี้หาตกเป็นโมฆะไม่
โจทก์ฟ้องในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากหญิงมีสามี เมื่อปรากฏว่าในหนังสือมอบอำนาจที่โจทก์นำมาฟ้องนั้น ทั้งสามีของจ. และ จ. ได้ลงนามมอบอำนาจให้ ป. ฟ้องร้อง และดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลได้ ดังนี้ เป็นการแสดงความยินยอมของสามี ให้ภริยาทำการฟ้องร้อง หรือมอบอำนาจให้ตัวการทำการฟ้องร้องคดีได้
บทบัญญัติมาตรา 560 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น บัญญัติไว้เพื่อเป็นข้อสันนิษฐานเจตนาของคู่สัญญาในเมื่อไม่มีความตกลงกันเป็นอย่างอื่นเท่านั้น หาใช่เป็นบทบัญญัติอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตามความหมายของมาตรา 113,114 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้นไม่
ผู้เช่าได้ทำสัญญาตกลงกับผู้ให้เช่าว่าถ้าผู้เช่าประพฤติผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง หรือไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของผู้เช่าตามกฎหมายผู้ให้เช่าทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะให้เช่าบอกเลิกเพิกถอนสัญญาเช่าและกลับเข้ายึดถือครอบครองทรัพย์ที่เช่าทันที โดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้าให้ผู้เช่าทราบก็ได้ข้อตกลงนี้หาตกเป็นโมฆะไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1617/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การหน่วงเหนี่ยวกักขัง ทำร้ายร่างกาย และเสื่อมเสียอิสรภาพ ศาลต้องพิจารณาข้อหาอย่างครบถ้วน
คดีได้ความจากคำเบิกความของผู้เสียหายว่า จำเลยบอกว่าจะจับตัวไปส่งสถานีตำรวจ แล้วจำเลยก็คุมตัวผู้เสียหายไป และเตะผู้เสียหายในระหว่างทาง แล้วหาส่งตัวผู้เสียหายต่อกำนันหรืออำเภอไม่ เพียงเท่านี้ ศาลจะด่วนยกข้อหาฐานทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพตาม กฎหมายลักษณะอาญามาตรา 270 เสียโดยไม่พิจารณาให้สิ้นกระแสความตามกระบวนพิจารณาหาชอบได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1617/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังและทำให้เสื่อมเสียอิสสระภาพ ต้องพิจารณาพฤติการณ์ครบถ้วนตามกระบวนการ
คดีได้ความจากคำเบิกความของผู้เสียหายว่า จำเลยบอกว่าจะจับตัวไปส่งสถานีตำรวจ แล้วจำเลยก็คุมตัวผู้เสียหายไป และเตะผู้เสียหายในระหว่างทาง แล้วหาส่งตัวผู้เสียหายต่อกำนันหรืออำเภอไม่ เพียงเท่านี้ ศาลจะด่วนยกข้อหาฐานทำให้เสื่อมเสียอิสสระภาพตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 270 เสียโดยไม่พิจารณาให้สิ้นกระแสร์ความตามกระบวนพิจารณาหาชอบไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1607/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขนย้ายข้าวภายหลังได้รับอนุญาต: การกระทำแยกช่วงไม่ถือเป็นการฝ่าฝืนประกาศ
ประกาศข้าหลวงประจำจังหวัดมีใจความว่า ห้ามมิให้ผู้ครอบครองข้าวยักย้ายข้าวจากสถานที่เก็บ เว้นแต่จะได้รับอนุญาต และการยักย้ายดังกล่าวให้ทำได้ฉะเพาะเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้น ถึงพระอาทิตย์ตก ดังนี้ เมื่อทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยได้รับอนุญาตให้ขนย้ายข้าวจากสถานที่เก็บได้แล้ว และเอาข้าวบันทุกรถยนตร์เดินทางไปในเวลากลางวัน แต่ไปค่ำมึดลงในระหว่างทาง ดังนี้ จำเลยย่อมไม่มีผิดฐานขนย้ายข้าวจากสถานที่เก็บในเวลากลางคืนตามประกาศฉะบับนั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1607/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขนย้ายข้าวหลังได้รับอนุญาต: การกระทำเป็นระยะไม่ต่อเนื่องไม่ถือว่าฝ่าฝืนประกาศ
ประกาศข้าหลวงประจำจังหวัดมีใจความว่า ห้ามมิให้ผู้ครอบครองข้าวยักย้ายข้าวจากสถานที่เก็บ เว้นแต่จะได้รับอนุญาต และการยักย้ายดังกล่าวให้ทำได้เฉพาะเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้น ถึงพระอาทิตย์ตกดังนี้ เมื่อทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยได้รับอนุญาตให้ขนย้ายข้าวจากสถานที่เก็บได้แล้ว และเอาข้าวบรรทุกรถยนต์ เดินทางไปในเวลากลางวัน แต่ไปค่ำมืดลงในระหว่างทาง ดังนี้ จำเลยย่อมไม่มีผิดฐานขนย้ายข้าวจากสถานที่เก็บในเวลากลางคืนตามประกาศฉบับนั้น