พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,237 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1276/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิ่มเติมคำฟ้องที่ขาดรายละเอียดสถานที่เกิดเหตุ หากจำเลยไม่หลงข้อต่อสู้ ศาลอนุญาตได้
ฟ้องของโจทก์ไม่ได้ระบุสถานที่เกิดเหตุ โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องในวันเดียวกับที่จำเลยยื่นคำให้การยังไม่ทันลงมือสืบพยาน โดยกล่าวว่าโจทก์พิมพ์ฟ้องขาดตกบกพร่องไปเพราะความหลงลืม ดังนี้ ไม่มีเหตุจะว่าจำเลยหลงข้อต่อสู้ในคดีเรื่องสถานที่เกิดเหตุแต่ประการใด โจทก์ย่อมขอเพิ่มเติมฟ้องได้(ประชุมใหญ่ ครั้งที่20/2492)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1262/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับชดใช้ค่าเสียหายในคดีลักทรัพย์: การจัดการเมื่อจำเลยไม่สามารถชดใช้
มาตรา 18 กฎหมายลักษณะอาญา นั้นจะมาใช้กับกรณีที่ศาลพิพากษา ให้จำเลยซึ่งทำการลักทรัพย์ คืน หรือใช้ราคาทรัพย์แก่เจ้าทรัพย์ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1262/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจัดการทรัพย์สินในคดีลักทรัพย์: การคืนทรัพย์/ใช้ราคา และสิทธิเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา
มาตรา 18 ก.ม.ลักษณะอาญานั้นจะมาใช้กับกรณีที่ศาลพิพากษา ให้จำเลยซึ่งทำการลักทรัพย์ คืน หรือใช้ราคาทรัพย์แก่เจ้าทรัพย์ไม่ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1236/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความสมบูรณ์ของพินัยกรรมและความถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แม้มีการอ้างอิงกฎหมายที่ถูกยกเลิก
พระราชบัญญัติว่าด้วยการทำพินัยกรรม พ.ศ.2475 มีข้อความอย่างเดียวกับ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 มาตรา 1658
พินัยกรรมทำเมื่อ พ.ศ.2489 เป็นแบบเอกสารฝ่ายเมืองโดยมีบันทึกท้ายพินัยกรรมเขียนไว้ว่าพินัยกรรมนี้ได้ทำถูกต้องตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการทำพินัยกรรม 2475 มาตรา 7 อนุมาตรา1 ถึง 3 นั้น แปลความหมายได้ว่า พินัยกรรมได้ทำถูกต้องตามความในอนุมาตรา 1 ถึง 3 ของมาตรา 1658นั่นเอง จึงเป็นพินัยกรรมที่สมบูรณ์
พินัยกรรมทำเมื่อ พ.ศ.2489 เป็นแบบเอกสารฝ่ายเมืองโดยมีบันทึกท้ายพินัยกรรมเขียนไว้ว่าพินัยกรรมนี้ได้ทำถูกต้องตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการทำพินัยกรรม 2475 มาตรา 7 อนุมาตรา1 ถึง 3 นั้น แปลความหมายได้ว่า พินัยกรรมได้ทำถูกต้องตามความในอนุมาตรา 1 ถึง 3 ของมาตรา 1658นั่นเอง จึงเป็นพินัยกรรมที่สมบูรณ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1236/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความสมบูรณ์ของพินัยกรรมที่อ้างอิง พ.ร.บ.ทำพินัยกรรม และการแบ่งมรดก
พ.ร.บ.ว่าด้วยการทำพินัยกรรม์ พ.ศ. 2475 มีข้อความอย่างเดียวกับ ป.ม.แพ่ง ฯ บรรพ 6 มาตรา 1658.
พินัยกรรม์ทำเมื่อ พ.ศ. 2489 เป็นแบบเอกสารฝ่ายเมืองโดยมีบันทึกท้ายพินัยกรรม์เขียนไว้ว่าพินัยกรรม์นี้ได้ทำถูกต้องตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการทำพินัยกรรม์ 2475 มาตรา 7 อนุมาตรา 1 ถึง 3 นั้น แปลความหมายได้ว่า พินัยกรรม์ได้ทำถูกต้องตามความในอนุมาตรา 1 ถึง 3 ของมาตรา 1658 นั่นเอง จึงเป็นพินัยกรรม์ที่สมบูรณ์.
พินัยกรรม์ทำเมื่อ พ.ศ. 2489 เป็นแบบเอกสารฝ่ายเมืองโดยมีบันทึกท้ายพินัยกรรม์เขียนไว้ว่าพินัยกรรม์นี้ได้ทำถูกต้องตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการทำพินัยกรรม์ 2475 มาตรา 7 อนุมาตรา 1 ถึง 3 นั้น แปลความหมายได้ว่า พินัยกรรม์ได้ทำถูกต้องตามความในอนุมาตรา 1 ถึง 3 ของมาตรา 1658 นั่นเอง จึงเป็นพินัยกรรม์ที่สมบูรณ์.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1223/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การไถ่ถอนสัญญาขายฝาก: การชำระหนี้และการเวนคืนเอกสารถือเป็นการใช้สิทธิไถ่ถอนภายในกำหนด
โจทก์ผู้ขายฝากได้ขอไถ่ก่อนครบกำหนด และจำเลยผู้ซื้อฝากได้ยินยอมรับชำระเงินไถ่ถอน และเวนคืนสัญญาขายฝากให้กับโจทก์ ๆ ได้ทำลายสัญญานั้นเสีย ดังนี้ ต้องถือว่าโจทก์ได้ใช้สิทธิไถ่ถอน ในกำหนดเวลาไว้ในประมวลแพ่ง ฯ มาตรา 494 แล้ว เพราะไม่มีกฎหมายบัญญัติว่าการชำระเงินค่าไถ่ถอนให้ไปชำระกันที่อำเภอ โจทก์ย่อมฟ้องจำเลย ขอให้ไปจดทะเบียนไถ่ถอนการขายฝากได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1223/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การไถ่ถอนสัญญาขายฝาก การชำระเงินและผลทางกฎหมาย
โจทก์ผู้ขายฝากได้ขอไถ่ก่อนครบกำหนด และจำเลยผู้ซื้อฝากได้ยินยอมรับชำระเงินไถ่ถอน และเวนคืนสัญญาขายฝากให้กับโจทก์ โจทก์ได้ทำลายสัญญานั้นเสีย ดังนี้ ต้องถือว่าโจทก์ได้ใช้สิทธิไถ่ถอน ในกำหนดเวลาที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 494 แล้ว เพราะไม่มีกฎหมายบัญญัติว่าการชำระเงินค่าไถ่ถอนให้ไปชำระกันที่อำเภอ โจทก์ย่อมฟ้องจำเลย ขอให้ไปจดทะเบียนไถ่ถอนการขายฝากได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1189/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยประเด็นนอกเหนือจากที่โจทก์อุทธรณ์ ถือเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย
โจทก์อุทธรณ์ว่า พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ ถูกรัฐธรรมนูญฉะบับชั่วคราว 2490 ยกเลิกไปสิ้นเชิงแล้ว แต่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในปัญหาที่ว่าห้องพิพาทเป็นเคหะตามความหมายของ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ หรือไม่ ดังนี้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ตรงตามข้อหาในคำฟ้องอุทธรณ์ โดยวินิจฉัยในปัญหาที่โจทก์มิได้อุทธรณ์ อันเป็นการมิชอบด้วย ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 142, 242, 243, 246.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1189/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การวินิจฉัยประเด็นนอกข้อหาอุทธรณ์: ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยประเด็นที่ไม่ได้รับการอุทธรณ์จากโจทก์ ถือเป็นการไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณา
โจทก์อุทธรณ์ว่า พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ ถูกรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2490 ยกเลิกไปสิ้นเชิงแล้ว แต่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในปัญหาที่ว่าห้องพิพาทเป็นเคหะตามความหมายของพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ หรือไม่ ดังนี้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ตรงตามข้อหาในคำฟ้องอุทธรณ์ โดยวินิจฉัยในปัญหาที่โจทก์มิได้อุทธรณ์ อันเป็นการมิชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142,242,243,246
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1188/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยกฟ้องเนื่องจากโจทก์ไม่นำสืบพยาน แม้จำเลยไม่คัดค้านการดำเนินกระบวนพิจารณา
คดีแพ่ง โจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อน ครั้นถึงวันนัด โจทก์ยื่นคำร้องขอเลื่อนอ้างว่าทนายไปกิจธุระยังไม่กลับ และทั้งปรากฎว่าโจทก์ยังไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพะยานต่อศาล จำเลยคัดค้านในการเลื่อน ศาลไม่อนุญาตให้เลื่อน และพิพากษายกฟ้อง โดยถือว่าโจทก์ไม่มีพะยานมาสืบ ดังนี้ ไม่ใช่เป็นการทิ้งฟ้องตาม มาตรา 174 ป.ม.วิ.แพ่ง ทั้งไม่ใช่การขาดนัดพิจารณาตามมาตรา 201 คดีได้มีการดำเนินกระบวนพิจารณาหากแต่พะยานหลักฐานของโจทก์ ต้องห้ามมิให้ศาลรับฟังตามมาตรา 87(2) คำฟ้องของโจทก์จึงไม่มีพะยานหลักฐานสนับสนุน ศาลต้องพิพากษายกฟ้อง และจะสั่งจำหน่ายคดีไม่ได้ แม้จะถือว่าโจทก์ขาดนัด เมื่อจำเลยร้องขอให้ดำเนินกระบวนพิจารณาไป ศาลก็ต้องตัดสินคดีไปเช่นเดียวกัน ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 201 วรรค 2.