พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,237 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจปกครองบุตร: กรณีพิเศษที่อำนาจอยู่ที่มารดา แม้บิดาฟ้องขอ
โจทก์ผู้เป็นบิดาฟ้องเรียกบุตรคืนจากหญิงผู้เป็นมารดา โดยอ้างอำนาจปกครงอตามมาตรา 1537 ป.ม.แพ่งฯ แต่จำเลยก็ได้ฟ้องแย้งขอให้ศาลสั่งให้อำนาจปกครองอยู่แก่มารดาตามมาตรา 1538(6) ดังนี้ เป็นบทยกเว้นของมาตรา 1537 ที่อำนาจปกครองนั้นอยู่แก่มารดา อันเป็นกรณีธรรมดาโดยทั่ว ๆ ไป.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1110/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขอแก้ฟ้องต้องแสดงเหตุอันควร มิใช่เพียงกล่าวว่า 'คลาดเคลื่อน'
โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องโดยกล่าวแต่เพียงว่า ฟ้องของโจทก์ "ยังคลาดเคลื่อนอยู่" ดังนี้ นับว่าโจทก์ไม่ได้แสดงว่า "มีเหตุอันควร" ที่จะขอแก้ฟ้องได้ตามมาตรา 163 ป.ม.วิ.อาญา
(อ้างฎีกาที่ 70/2490)
(อ้างฎีกาที่ 70/2490)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1110/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขอแก้ฟ้องต้องแสดงเหตุอันควร มิใช่เพียงกล่าวว่าฟ้องคลาดเคลื่อน
โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องโดยกล่าวแต่เพียงว่า ฟ้องของโจทก์ "ยังคลาดเคลื่อนอยู่"ดังนี้ นับว่าโจทก์ไม่ได้แสดงว่า"มีเหตุอันควร" ที่จะขอแก้ฟ้องได้ตามมาตรา 163ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา(อ้างฎีกาที่ 70/2490)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1096/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำไม่เข้าข่ายวิ่งราวทรัพย์ แม้มีการหยิบทรัพย์แล้วหลบหนี เพราะขาดเจตนาฉกฉวย
ความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์นั้นได้แก่การลักทรัพย์โดยการใช้กิริยาฉกฉวยเอาทรัพย์หนีไปต่อหน้า
จำเลยหยิบผ้าของเจ้าทรัพย์ซึ่งวางขายอยู่ แล้วรีบพามาขึ้นรถ 3 ล้อนั้น จำเลยไม่ได้ใช้กิริยาฉกฉวยเอาทรัพย์นั้น การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์
จำเลยหยิบผ้าของเจ้าทรัพย์ซึ่งวางขายอยู่ แล้วรีบพามาขึ้นรถ 3 ล้อนั้น จำเลยไม่ได้ใช้กิริยาฉกฉวยเอาทรัพย์นั้น การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1096/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
วิ่งราวทรัพย์ต้องมีการฉกฉวยทรัพย์สิน การหยิบแล้วรีบหนีไม่ใช่ความผิดวิ่งราวทรัพย์
ความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์นั้นได้แก่การลักทรัพย์โดยการใช้กิริยาฉกฉวยเอาทรัพย์หนีไปต่อหน้า
จำเลยหยิบผ้าของเจ้าทรัพย์ซึ่งวางขายอยู่ แล้วรีบพามาขึ้นรถ 3 ล้อนั้น จำเลยไม่ได้ใช้กิริยาฉกฉวยเอาทรัพย์นั้น การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์
จำเลยหยิบผ้าของเจ้าทรัพย์ซึ่งวางขายอยู่ แล้วรีบพามาขึ้นรถ 3 ล้อนั้น จำเลยไม่ได้ใช้กิริยาฉกฉวยเอาทรัพย์นั้น การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1090/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตีความ ‘ฝิ่น’ ตาม พ.ร.บ.ฝิ่น และการคำนวณค่าปรับตามราคามูลฝิ่น
ผ้าเช็ดฝิ่นไม่ใช่สิ่งที่ผสมอยู่กับฝิ่นตามความหมายในมาตรา 3 (1) แห่ง พ.ร.บ.ฝิ่น 2472 จึงจะถือว่าเป็นฝิ่นไม่ได้
เมื่อไม่ปรากฎราคามูลฝิ่นของกลางตามราคาซึ่งรัฐบาลขายในท้องที่และเวลาเกิดเหตุก็ไม่มีทางจะคำนวณ 5 เท่าของราคามูลฝิ่นของกลางได้ จึงต้องปรับในอัตราคั่นต่ำในกฎหมาย.
เมื่อไม่ปรากฎราคามูลฝิ่นของกลางตามราคาซึ่งรัฐบาลขายในท้องที่และเวลาเกิดเหตุก็ไม่มีทางจะคำนวณ 5 เท่าของราคามูลฝิ่นของกลางได้ จึงต้องปรับในอัตราคั่นต่ำในกฎหมาย.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1090/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตีความ 'ฝิ่น' ตาม พ.ร.บ.ฝิ่น และการคำนวณค่าปรับเมื่อไม่ปรากฏราคามูลฝิ่น
ผ้าเช็ดฝิ่นไม่ใช่สิ่งที่ผสมอยู่กับฝิ่นตามความหมายในมาตรา3(1) แห่ง พระราชบัญญัติฝิ่น 2472 จึงจะถือว่าเป็นฝิ่นไม่ได้
เมื่อไม่ปรากฏราคามูลฝิ่นของกลางตามราคาซึ่งรัฐบาลขายในท้องที่และเวลาเกิดเหตุก็ไม่มีทางจะคำนวณ 5 เท่าของราคามูลฝิ่นของกลางได้ จึงต้องปรับในอัตราขั้นต่ำในกฎหมาย
(อ้างฎีกา 1037/2482,768/2492)
เมื่อไม่ปรากฏราคามูลฝิ่นของกลางตามราคาซึ่งรัฐบาลขายในท้องที่และเวลาเกิดเหตุก็ไม่มีทางจะคำนวณ 5 เท่าของราคามูลฝิ่นของกลางได้ จึงต้องปรับในอัตราขั้นต่ำในกฎหมาย
(อ้างฎีกา 1037/2482,768/2492)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1087/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจเจ้าพนักงานในการจับกุมและเข้าค้นในที่รโหฐานกรณีความผิดซึ่งหน้าและเหตุฉุกเฉิน
ความผิดซึ่งหน้าได้กระทำขึ้นในที่รโหฐาน กำนันเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองมีอำนาจที่จับผู้กระทำผิดตามความในมาตรา 78(1) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาโดยไม่มีหมายจับ และมีอำนาจที่จะเข้าค้นจับในที่รโหฐานโดยไม่มีหมายค้นตามมาตรา 92 ได้
โจทก์กับพวกได้สมคบกันต้มกลั่นสุราเถื่อนในเวลากลางคืนจำเลยเป็นกำนันปกครองท้องที่ กับพวกได้ไปแอบดู เห็นโจทก์กับพวกกำลังต้มกลั่นสุราเถื่อนอยู่ในบ้าน จึงพากันเข้าไปจับกุม ดังนี้ นับว่าเป็นกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่งตามมาตรา 96(2) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาถึงแม้เป็นเวลาค่ำคืน จำเลยก็กระทำได้
โจทก์กับพวกได้สมคบกันต้มกลั่นสุราเถื่อนในเวลากลางคืนจำเลยเป็นกำนันปกครองท้องที่ กับพวกได้ไปแอบดู เห็นโจทก์กับพวกกำลังต้มกลั่นสุราเถื่อนอยู่ในบ้าน จึงพากันเข้าไปจับกุม ดังนี้ นับว่าเป็นกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่งตามมาตรา 96(2) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาถึงแม้เป็นเวลาค่ำคืน จำเลยก็กระทำได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1087/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจกำนันจับกุมและเข้าค้นในที่ระโหฐาน กรณีความผิดซึ่งหน้าและเหตุฉุกเฉิน
ความผิดซึ่งหน้าได้กระทำขึ้นในที่ระโหฐาน กำนันเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองมีอำนาจที่จับผู้กระทำผิดตามความในมาตรา 78(1) แห่ง ป.ม.วิ.อาญา โดยไม่มีหมายจับ และมีอำนาจที่จะเข้าค้นจับในที่ระโหฐานโดยไม่มีหมายค้นตามมาตรา 92 ได้
โจทก์กับพวกได้สมคบกันต้มกลั่นสุราเถื่อนในเวลากลางคืน จำเลยเป็นกำนันปกครองท้องที่ กับพวกได้ไปแอบดู เห็นโจทก์กับพวกกำลังต้มกลั่นสุราเถื่อนอยู่ในบ้าน จึงพากันเข้าไปจับกุม ดังนี้ นับว่าเป็นกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่งตามมาตรา 96(2) ป.ม.วิ.อาญา ถึงแม้เป็นเวลาค่ำคืน จำเลยก็กระทำได้.
โจทก์กับพวกได้สมคบกันต้มกลั่นสุราเถื่อนในเวลากลางคืน จำเลยเป็นกำนันปกครองท้องที่ กับพวกได้ไปแอบดู เห็นโจทก์กับพวกกำลังต้มกลั่นสุราเถื่อนอยู่ในบ้าน จึงพากันเข้าไปจับกุม ดังนี้ นับว่าเป็นกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่งตามมาตรา 96(2) ป.ม.วิ.อาญา ถึงแม้เป็นเวลาค่ำคืน จำเลยก็กระทำได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1086/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ ขู่เข็ญและบังคับเอาทรัพย์สินจากประชาชน
จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจที่กำลังรักษาการณ์ในหน้าที่สรวมเครื่องแบบและมีอาวุธปืน จำเลยได้จับเจ้าทรัพย์ในลักษณะที่เป็นเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่ แล้วจำเลยบังคับให้เจ้าทรัพย์ให้ของกลางแก่จำเลย ก็เรียกได้ว่ามันบังคับให้เขาให้ทรัพย์อันมิควรจะได้ตามกฎหมายแก่ตัวมัน ต้องด้วยข้อบัญญัติตามมาตรา 136 ก.ม.ลักษณะอาญา แต่เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ จึงกลายเป็นความผิดหลายบท แต่ความผิดตามมาตรา 136 มีอัตราโทษหนักกว่า จึงให้วางโทษตามมาตรา 136.