พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,237 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1086/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าพนักงานใช้อำนาจในหน้าที่โดยมิชอบ ข่มขู่เอาทรัพย์จากประชาชน ความผิดตามมาตรา 136
จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจที่กำลังรักษาการณ์ในหน้าที่สวมเครื่องแบบและมีอาวุธปืน จำเลยได้จับเจ้าทรัพย์ในลักษณะที่เป็นเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่ แล้วจำเลยบังคับให้เจ้าทรัพย์ให้ของกลางแก่จำเลย ก็เรียกได้ว่ามันบังคับให้เขาให้ทรัพย์อันมิควรจะได้ตามกฎหมายแก่ตัวมัน ต้องด้วยข้อบัญญัติตามมาตรา 136 กฎหมายลักษณะอาญา แต่เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ จึงกลายเป็นความผิดหลายบท แต่ความผิดตามมาตรา 136 มีอัตราโทษหนักกว่า จึงให้วางโทษตามมาตรา 136
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1078/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องคดีกรรโชกต้องระบุตัวผู้เสียหาย การฟ้องเคลือบคลุมทำให้ศาลยกฟ้องได้
ฟ้องหาว่า จำเลยกรรโชก โจทก์จะต้องระบุบุคคลผู้เป็นเจ้าทุกข์หรือผู้เสียหายด้วย เพียงแต่ระบุว่าจำเลยได้ขู่เข็ญขืนใจพวกพ่อค้าหมูในตลาดบางรักหลายสิบคน โดยไม่ระบุบุคคลผู้ถูกขู่เข็ญขืนใจว่าเป็นใครแม้แต่คนเดียวดังนี้ ฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องเคลือบคลุม.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1078/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องกรรโชกต้องระบุตัวผู้เสียหาย การฟ้องเคลือบคลุมทำให้ศาลยกฟ้องได้
ฟ้องหาว่า จำเลยกรรโชกโจทก์จะต้องระบุบุคคลผู้เป็นเจ้าทุกข์หรือผู้เสียหายด้วย เพียงแต่ระบุว่าจำเลยได้ขู่เข็ญขืนใจพวกพ่อค้าหมูในตลาดบางรักหลายสิบคน โดยไม่ระบุบุคคลผู้ถูกขู่เข็ญขืนใจว่าเป็นใครแม้แต่คนเดียว ดังนี้ฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องเคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฎีกาไม่รับ เพราะเป็นการแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นเพียงเล็กน้อยในประเด็นข้อเท็จจริง
โจทก์ฟ้องขอแบ่งมฤดก มีทุนทรัพย์ 1200 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ล้อ ราคา 200 บาท เป็นของจำเลย ศาลอุทธรณ์แก้ว่า ล้อเป็นทรัพย์มฤดกของผู้ตาย ดังนี้ เป็นการแก้ไขเล็กน้อย คู่ความจะฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 248.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแก้ไขคำพิพากษาเล็กน้อยในชั้นอุทธรณ์ และข้อจำกัดในการฎีกาข้อเท็จจริง
โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดก มีทุนทรัพย์ 1200 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ล้อ ราคา 200 บาทเป็นของจำเลย ศาลอุทธรณ์แก้ว่า ล้อ เป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายดังนี้ เป็นการแก้ไขเล็กน้อย คู่ความจะฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
จำนำ/ขายฝากที่ดินก่อนประมวลกฎหมายแพ่ง: ดูตามกิริยา ไม่ใช่ข้อสัญญา
สัญญาจำนำที่นาทำกันเมื่อ พ.ศ.2467 เป็นเวลาก่อนประกาศใช้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 กรณีต้องบังคับตามพ.ร.บ.การขายฝากและจำนำที่ดิน ร.ศ.115 และประกาศเรื่องจำนำและขายฝาก ร.ศ.118
คดีเรื่องจำนำ(จำนอง)หรือขายฝากที่ดิน(ก่อนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3)นั้น ให้ดูกิริยาที่คู่สัญญาประพฤติต่อกันว่าเป็นจำนำหรือขายฝาก แม้ในสัญญาจะมีข้อความเป็นอย่างอื่น ก็ต้องถือตามกิริยาที่ประพฤติต่อกัน (อ้างฎีกาที่ 22 ร.ศ.117, ที่ 25 ร.ศ.123,467/2487,81/2469,790/2469)
โจทก์ได้มอบที่ดินให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ยมาตั้งแต่พ.ศ.2470 อันเป็นการปฏิบัติตามสัญญาจำนำที่ทำกันขึ้นเมื่อ พ.ศ.2467จึงเป็นกิริยาการขายฝากเมื่อไม่ไถ่ภายใน 10 ปี ที่นาก็หลุดเป็นสิทธิแก่จำเลยตามลักษณะขายฝากโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอไถ่ได้ (อ้างฎีกาที่ 760/2469)
คดีเรื่องจำนำ(จำนอง)หรือขายฝากที่ดิน(ก่อนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3)นั้น ให้ดูกิริยาที่คู่สัญญาประพฤติต่อกันว่าเป็นจำนำหรือขายฝาก แม้ในสัญญาจะมีข้อความเป็นอย่างอื่น ก็ต้องถือตามกิริยาที่ประพฤติต่อกัน (อ้างฎีกาที่ 22 ร.ศ.117, ที่ 25 ร.ศ.123,467/2487,81/2469,790/2469)
โจทก์ได้มอบที่ดินให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ยมาตั้งแต่พ.ศ.2470 อันเป็นการปฏิบัติตามสัญญาจำนำที่ทำกันขึ้นเมื่อ พ.ศ.2467จึงเป็นกิริยาการขายฝากเมื่อไม่ไถ่ภายใน 10 ปี ที่นาก็หลุดเป็นสิทธิแก่จำเลยตามลักษณะขายฝากโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอไถ่ได้ (อ้างฎีกาที่ 760/2469)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับตามสัญญาจำนา/ขายฝากก่อน ป.ม.แพ่งฯ: ดูจากกิริยาการปฏิบัติของคู่สัญญา
สัญญาจำนาที่นาทำกันเมื่อ พ.ศ. 2467 เป็นเวลาก่อนประกาศใช้ ป.ม.แพ่งฯ บรรพ 3 กรณีต้องบังคับตาม พ.ร.บ.การขายฝากและจำนำที่ดิน ร.ศ. 115 และประกาศเรื่องจำนำและขายฝาก ร.ศ. 118
คดีเรื่องจำนา (จำนอง) หรือขายฝากที่ดิน (ก่อน ป.ม.แพ่งฯ บรรพ 3 )นั้นให้ดูกิริยาที่คู่สัญญาประพฤติต่อกันว่าเป็นจำนำหรือขายฝาก แม้ในสัญญาจะมีข้อความเป็นอย่างอื่น ก็ต้องถือตามกิริยาที่ประพฤติต่อกัน
(อ้างฎีกาที่ 22 ร.ศ. 117, ที่ 25 ร.ศ. 123, 467/2487,81/2469, 790/2469)
โจทก์ได้มอบที่ดินให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2470 อันเป็นการปฏิบัติตามสัญญาจำนำที่ทำกันขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2467 จึงเป็นกิริยาการขายฝาก เมื่อไม่ไถ่ภายใน 10 ปี ที่นาก็หลุดเป็นสิทธิแก่จำเลยตามลักษณะขายฝาก โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอไถ่ได้.
(อ้างฎีกาที่ 760/2469)
คดีเรื่องจำนา (จำนอง) หรือขายฝากที่ดิน (ก่อน ป.ม.แพ่งฯ บรรพ 3 )นั้นให้ดูกิริยาที่คู่สัญญาประพฤติต่อกันว่าเป็นจำนำหรือขายฝาก แม้ในสัญญาจะมีข้อความเป็นอย่างอื่น ก็ต้องถือตามกิริยาที่ประพฤติต่อกัน
(อ้างฎีกาที่ 22 ร.ศ. 117, ที่ 25 ร.ศ. 123, 467/2487,81/2469, 790/2469)
โจทก์ได้มอบที่ดินให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2470 อันเป็นการปฏิบัติตามสัญญาจำนำที่ทำกันขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2467 จึงเป็นกิริยาการขายฝาก เมื่อไม่ไถ่ภายใน 10 ปี ที่นาก็หลุดเป็นสิทธิแก่จำเลยตามลักษณะขายฝาก โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอไถ่ได้.
(อ้างฎีกาที่ 760/2469)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1034/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องแบ่งมรดกต้องระบุตัวผู้มีส่วนได้เสียที่ถูกต้อง หากฟ้องผิดบุคคลศาลยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดกจาก ป. และ ย. ในฐานะส่วนตัวมิได้ระบุว่า ป. และ ย.จำเลยเป็นผู้แทนเด็กหญิงอ.แต่อย่างใด จำเลยก็ต่อสู้ว่ามิได้มีส่วนเกี่ยวข้องในทรัพย์มรดก ทางพิจารณาได้ความว่า ป. และ ย. มิได้เกี่ยวข้องในทรัพย์มรดก เด็กหญิง อ. เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทรัพย์มรดกรายนี้ ศาลจะพิพากษาให้แบ่งมรดกจากจำเลยผู้ซึ่งไม่เกี่ยวข้องในทรัพย์มรดกนั้นไม่ได้ จะพิพากษาให้แบ่งมรดกจากเด็กหญิง อ. ก็ไม่ได้เพราะโจทก์มิได้ฟ้องเรียกทรัพย์มรดกจากเด็กหญิง อ. ซึ่งเป็นบุคคลนอกคดี ศาลต้องพิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1034/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องแบ่งมรดกโดยไม่ระบุสถานะผู้แทน และการฟ้องบุคคลนอกคดี ทำให้ศาลต้องยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องขอแบ่งมฤดกจาก ป. และ ย. ในฐานะส่วนตัว มิได้ระบุว่า ป. และ ย. จำเลยเป็นผู้แทนเด็กหญิง อ. แต่อย่างใด จำเลยก็ต่อสู้ว่า มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องในทรัพย์มฤดก ทางพิจารณาได้ความว่า ป. และ ย. มิได้เกี่ยวข้องในทรัพย์มฤดก เด็กหญิง อ. เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทรัพย์มฤดกรายนี้ ศาลจะพิพากษาให้แบ่งมฤดกจากจำเลยผู้ซึ่งไม่เกี่ยวข้องในทรัพย์มฤดกนั้นไม่ได้ จะพิพากษาให้แบ่งมฤดกจากเด็กหญิง อ. ก็ไม่ได้ เพราะโจทก์มิได้ฟ้องเรียกทรัพย์มฤดกจากเด็กหญิง อ. ซึ่งเป็นบุคคลนอกคดี ศาลต้องพิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1033/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ทรัพย์สินที่ได้มาจากการร่วมแรงร่วมทุน: สิทธิในการแบ่งทรัพย์สินเมื่อไม่ได้จดทะเบียนสมรส
โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์ของมารดาโจทก์จากจำเลยซึ่งเป็นสามีของมารดาโจทก์โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน เมื่อปรากฏว่าทรัพย์เหล่านั้นไม่ใช่เป็นทรัพย์ที่จำเลยร่วมแรงร่วมทุนกับมารดาโจทก์หาได้มา จำเลยก็ไม่มีสิทธิจะเรียกให้แบ่งได้