พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,237 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 902/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลทหาร: ทหารอากาศอยู่ในอำนาจศาลทหารตาม พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2477
ตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2477 มาตรา 39 ซึ่งบัญญัติถึงบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารในเวลาปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายทหารชั้นสัญญาบัตรประจำการย่อมหมายถึงทหารประจำการทุกเหล่า รวมทั้งทหารอากาศด้วย
(อ้างฎีกาที่ 407/2491)
(อ้างฎีกาที่ 407/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 900/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว: ศาลฎีกายืนตามศาลอุทธรณ์เมื่อข้อเท็จจริงไม่สมควรคุ้มครอง
ในคดีที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งกำหนดวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาและศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ย่อมฎีกาในข้อเท็จจริงได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 900/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว: ศาลฎีกายืนตามศาลอุทธรณ์ เหตุยังไม่สมควรห้ามจำหน่ายทรัพย์
ในคดีที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งกำหนดวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ย่อมฎีกาในข้อเท็จจริงได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 894/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำและสิทธิในมรดก: ศาลพิพากษาให้แบ่งทรัพย์สินตามสิทธิที่ปรากฏในคำพิพากษาเดิม
โจทก์เคยฟ้องจำเลยมาครั้งหนึ่งขอให้ห้ามจำเลยอย่าให้เข้ามาเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาท ศาลพิพากษาว่าโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องห้ามจำเลยมิให้เกี่ยวข้อง คดีถึงที่สุด โจทก์จึงมาฟ้องขอแบ่งที่ดินพิพาทแปลงนั้น ดังนี้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ เพราะคดีเป็นคนละประเด็น
ตามคำพิพากษาของศาลในคดีก่อนอันถึงที่สุดแล้วว่า โจทก์มีสิทธิในที่พิพาทร่วมกับจำเลย โดยโจทก์สืบสิทธิมาจากผู้รับมฤดกอีก 3 คน สิทธิของโจทก์ในที่พิพาทจะเป็นเพียงสิทธิครอบครอง หรือกรรมสิทธิ จึงไม่เป็นประเด็นจะต้องวินิจฉัย ศาลย่อมพิพากษาให้แบ่งได้ตามสิทธิในทรัพย์สินนั้น.
ตามคำพิพากษาของศาลในคดีก่อนอันถึงที่สุดแล้วว่า โจทก์มีสิทธิในที่พิพาทร่วมกับจำเลย โดยโจทก์สืบสิทธิมาจากผู้รับมฤดกอีก 3 คน สิทธิของโจทก์ในที่พิพาทจะเป็นเพียงสิทธิครอบครอง หรือกรรมสิทธิ จึงไม่เป็นประเด็นจะต้องวินิจฉัย ศาลย่อมพิพากษาให้แบ่งได้ตามสิทธิในทรัพย์สินนั้น.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 894/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำ-สิทธิในที่ดินมรดก: ศาลพิพากษาให้แบ่งทรัพย์สินตามสิทธิที่ปรากฏในคำพิพากษาเดิม
โจทก์เคยฟ้องจำเลยมาครั้งหนึ่งขอให้ห้ามจำเลยอย่าให้เข้ามาเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาท ศาลพิพากษาว่าโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องห้ามจำเลยมิให้เกี่ยวข้อง คดีถึงที่สุด โจทก์จึงมาฟ้องขอแบ่งที่ดินพิพาทแปลงนั้นดังนี้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำเพราะคดีเป็นคนละประเด็น
ตามคำพิพากษาของศาลในคดีก่อนอันถึงที่สุดแล้วว่า โจทก์มีสิทธิในที่พิพาทร่วมกับจำเลย โดยโจทก์สืบสิทธิมาจากผู้รับมรดกอีก 3 คนสิทธิของโจทก์ในที่พิพาทจะเป็นเพียงสิทธิครอบครอง หรือกรรมสิทธิ์ จึงไม่เป็นประเด็นจะต้องวินิจฉัย ศาลย่อมพิพากษาให้แบ่งได้ตามสิทธิในทรัพย์สินนั้น
ตามคำพิพากษาของศาลในคดีก่อนอันถึงที่สุดแล้วว่า โจทก์มีสิทธิในที่พิพาทร่วมกับจำเลย โดยโจทก์สืบสิทธิมาจากผู้รับมรดกอีก 3 คนสิทธิของโจทก์ในที่พิพาทจะเป็นเพียงสิทธิครอบครอง หรือกรรมสิทธิ์ จึงไม่เป็นประเด็นจะต้องวินิจฉัย ศาลย่อมพิพากษาให้แบ่งได้ตามสิทธิในทรัพย์สินนั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 893/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาตกลงรับผิดแม้เกิดเหตุสุดวิสัย ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรม และศาลใช้ดุลพินิจลดค่าปรับได้
การทำสัญญายินยอมรับผิดตลอดถึงเหตุสุดวิสัยนั้น หาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่อย่างใดไม่
จำเลยได้รับอนุญาตให้ขนข้าวไป 5,500 กระสอบ โดยมีข้อสัญญาว่าถ้าจำเลยผิดสัญญาอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะโดยเหตุสุดวิสัย หรือเหตุใดใดก็ตาม จำเลยยอมใช้เบี้ยปรับให้แก่โจทก์เป็นเงิน 813,998 บาท ปรากฏว่าข้าวสารส่งถึงปลายทางเพียง 2605 กระสอบขาดไป 2895 กระสอบ ศาลย่อมใช้ดุลพินิจให้จำเลยใช้เบี้ยปรับลดลงเป็นเงิน 400,000 บาทได้
จำเลยได้รับอนุญาตให้ขนข้าวไป 5,500 กระสอบ โดยมีข้อสัญญาว่าถ้าจำเลยผิดสัญญาอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะโดยเหตุสุดวิสัย หรือเหตุใดใดก็ตาม จำเลยยอมใช้เบี้ยปรับให้แก่โจทก์เป็นเงิน 813,998 บาท ปรากฏว่าข้าวสารส่งถึงปลายทางเพียง 2605 กระสอบขาดไป 2895 กระสอบ ศาลย่อมใช้ดุลพินิจให้จำเลยใช้เบี้ยปรับลดลงเป็นเงิน 400,000 บาทได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 889/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การปลอมแปลงใบเสร็จรับเงินโดยเจตนาทุจริตเพื่อหลอกลวงผู้อื่น ถือเป็นความผิดฐานปลอมหนังสือ
จำเลยเป็นเสมียนเทศบาลสังกัดในแผนกสมุหบัญชี มีหน้าที่รับเงินภาษีอากรต่าง ๆ ที่ผู้มีหน้าที่นำมาชำระ ว.ฝากเงินจำเลยมาชำระค่าภาษีโรงเรือน จำเลยเอาเงินใช้เสียแล้วใช้ปลายขั้วแบบพิมพ์ใบเสร็จรับเงินของเทศบาลที่เหลือใช้จากปีก่อนมากรอกข้อความว่า ว.ได้ชำระภาษีโรงเรือนแล้ว จำเลยลงชื่อตนเองในช่องผู้รับเงินและพนักงานเก็บภาษี ซึ่งจำเลยจะเซ็นชื่อช่องพนักงานเก็บภาษีไม่ได้ เพราะไม่ได้รับแต่งตั้งเป็นพนักงานเก็บภาษี ดังนี้ เป็นการแสดงชัดแจ้งว่าเจตนากระทำเทียมให้หลงเชื่อว่าเป็นใบเสร็จอันแท้จริง จำเลยย่อมมีผิดฐานปลอมหนังสือตามมาตรา 225.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 889/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การปลอมแปลงเอกสารราชการ (ใบเสร็จรับเงิน) เพื่อหลอกลวงผู้อื่น มีความผิดฐานปลอมแปลงหนังสือ
จำเลยเป็นเสมียนเทศบาลสังกัดในแผนกสมุหบัญชี มีหน้าที่รับเงินภาษีอากรต่างๆ ที่ผู้มีหน้าที่นำมาชำระ ว. ฝากเงินจำเลยมาชำระค่าภาษีโรงเรือน จำเลยเอาเงินใช้เสียแล้วใช้ปลายขั้วแบบพิมพ์ใบเสร็จรับเงินของเทศบาลที่เหลือใช้จากปีก่อนมากรอกข้อความว่า ว. ได้ชำระภาษีโรงเรือนแล้วจำเลยลงชื่อตนเองในช่องผู้รับเงินและพนักงานเก็บภาษี ซึ่งจำเลยจะเซ็นชื่อช่องพนักงานเก็บภาษีไม่ได้ เพราะไม่ได้รับแต่งตั้งเป็นพนักงานเก็บภาษีดังนี้ เป็นการแสดงชัดแจ้งว่าเจตนากระทำเทียมให้หลงเชื่อว่าเป็นใบเสร็จอันแท้จริงจำเลยย่อมมีผิดฐานปลอมหนังสือตามมาตรา 225
(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 14/92)
(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 14/92)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 884/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานปล้นทรัพย์ vs. ทุจริตต่อหน้าที่ของเจ้าพนักงาน กรณีหน้าที่เป็นยามเฝ้าทรัพย์
จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ มีหน้าที่เป็นยามเฝ้าดูแลโกดังของ ส.ร.ส.ได้สมคบกับคนร้ายปล้นทรัพย์ของส.ร.ส.ไป ดังนี้ จำเลยมีความผิดฐานปล้นทรัพย์ แต่ไม่มีผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ เพราะจำเลยไม่ได้รับมอบหมายหน้าที่ให้ปกครองรักษาทรัพย์นั้น เป็นแต่ถูกจัดให้มาเป็นยามเฝ้าโกดังเท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 884/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานปล้นทรัพย์ vs. ยักยอกทรัพย์: เจ้าพนักงานมีหน้าที่เฝ้ารักษาทรัพย์หรือไม่
จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ มีหน้าที่เป็นยามเฝ้าดูแลโกดังของ ส.ร.ส. ได้สมคบกับคนร้ายปล้นทรัพย์ของ ส.ร.ส. ไป ดังนี้ จำเลยมีความผิดฐานปล้นทรัพย์ แต่ไม่มีผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ เพราะจำเลยไม่ได้รับมอบหมายหน้าที่ให้ปกครองรักษาทรัพย์นั้น เป็นแต่ถูกจัดให้มาเป็นยามเฝ้าโกดังเท่านั้น.