คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
เลขวณิชธรรมวิทักษ์

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,237 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 626/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบเขตอำนาจศาลในการลดโทษจำเลยที่ไม่ได้อุทธรณ์ในคดีกระทำผิดร่วมกัน
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยสมคบกันขนย้ายข้าวโดยมิได้รับอนุญาตรายเดียวกัน และเป็นการกระทำผิดร่วมกันในกรณีอันหนึ่งอันเดียวกัน มิใช่เป็นเหตุส่วนตัวของแต่ละคน ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจพิพากษาลดโทษปรับตลอดไปถึงจำเลยที่มิได้อุทธรณ์ด้วย เพราะเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดีตามความหมายใน ป.ม.วิ.อาญา มาตรา 213.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 626/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลลดโทษจำเลยที่ไม่ได้อุทธรณ์ในคดีร่วมกันกระทำผิด
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยสมคบกันขนย้ายข้าวโดยมิได้รับอนุญาตรายเดียวกัน และเป็นการกระทำผิดร่วมกันในกรณีอันหนึ่งอันเดียวกัน มิใช่เป็นเหตุส่วนตัวของแต่ละคน ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจพิพากษาลดโทษปรับตลอดไปถึงจำเลยที่มิได้อุทธรณ์ด้วย เพราะเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดีตามความหมายใน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 624/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเทียบวันเกิดเหตุในฟ้องคดีอาญา หากวันสุริยคติถูกต้อง แม้เทียบวันจันทรคติผิด ก็ไม่ถือเป็นเหตุให้ยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องหาจำเลยอ้างวันทางสุริยคติถูกต้อง เป็นแต่เทียบวันทางจันทรคติผิดไป และจำเลยให้การเรื่องวันจันทรคติถูกต้องตรงกับความจริงแล้ว จะถือเป็นเหตุยกฟ้องหาได้ไม่
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยทำผิดเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2489 ตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ เดือนอ้าย ทางพิจารณาพะยานให้การว่าวันเกิดเหตุที่โจทก์กล่าวในฟ้องตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ เดือนยี่ และจำเลยก็ให้การเรื่องวันทางจันทรคติตรงกับความจริง ดังนี้ไม่ถือว่าฟ้องผิดวัน.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 624/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องผิดวันทางจันทรคติไม่ทำให้ฟ้องตก หากวันสุริยคติถูกต้องและจำเลยให้การยืนยันวันจันทรคติที่ถูกต้อง
โจทก์ฟ้องหาจำเลยอ้างวันทางสุริยคติถูกต้อง เป็นแต่เทียบวันทางจันทรคติผิดไป และจำเลยให้การเรื่องวันจันทรคติถูกต้องตรงกับความจริงแล้ว จะถือเป็นเหตุยกฟ้องหาได้ไม่
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยทำผิด เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2489 ตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ เดือนอ้าย ทางพิจารณาพยานให้การว่าวันเกิดเหตุที่โจทก์กล่าวในฟ้องตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ เดือนยี่ และจำเลยก็ให้การเรื่องวันทางจันทรคติตรงกับความจริง ดังนี้ ไม่ถือว่าฟ้องผิดวัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 621/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ แบบพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองไม่สมบูรณ์เมื่อพะยานไม่ครบตามกฎหมาย ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเกินประเด็น
คู่ความขอให้ศาลวินิจฉัยเพียงข้อเดียวว่า พินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองที่จำเลยอ้าง จะเป็นการชอบด้วยประมวลแพ่ง ฯ มาตรา 1658 หรือไม่ การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พินัยกรรมฉะบับนี้ตกเป็นโมฆะในฐานะเป็นพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง แต่สมบูรณ์ในฐานะเป็นพินัยกรรมธรรมดาตาม ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 136 ดังนี้ เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นที่คู่ความโต้เถียงกัน เพราะคู่ความมิได้แถลงว่า ถ้าพินัยกรรมฉะบับนี้ไม่เป็นพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง ก็ขอให้ศาลวินิจฉัยว่า จะเข้าแบบสมบูรณ์ เป็นพินัยกรรมอย่างอื่นหรือไม่
พินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองมีปลัดอำเภอลงลายมือชื่อในฐานะเป็นพะยานรับรองพินัยกรรมอีกฐานะหนึ่งกับมีนายสุดเซ็นเป็นพะยานอีกคนหนึ่ง เมื่อตัดชื่อนายสุวัธน์ออกจากฐานะเป็นพะยาน โดยเหตุที่เป็นกรมการอำเภอผู้กระทำกิจการตามหน้าที่ราชการแล้ว ก็คงเหลือแต่นายสุดผู้เดียวลงลายมือชื่อเป็นพะยาน แต่เป็นผู้ที่ได้รับรู้การแจ้งความประสงค์ของผู้ทำพินัยกรรมต่อกรมการอำเภอ พะยานขาดจำนวนไปคนหนึ่ง จึงไม่ครบจำนวนตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ พินัยกรรมจึงตกเป็นโมฆะในฐานะพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 621/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ แบบพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองไม่สมบูรณ์ ศาลฎีกาตัดสินเกินประเด็น
คู่ความขอให้ศาลวินิจฉัยเพียงข้อเดียวว่าพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองที่จำเลยอ้าง จะเป็นการชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1658หรือไม่ การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พินัยกรรมฉบับนี้ตกเป็นโมฆะในฐานะเป็นพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง แต่สมบูรณ์ในฐานะเป็นพินัยกรรมธรรมดาตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 136 ดังนี้เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นที่คู่ความโต้เถียงกัน เพราะคู่ความมิได้แถลงว่าถ้าพินัยกรรมฉบับนี้ไม่เป็นพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง ก็ขอให้ศาลวินิจฉัยว่าจะเข้าแบบสมบูรณ์ เป็นพินัยกรรมอย่างอื่นหรือไม่
พินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองมีปลัดอำเภอลงลายมือชื่อในฐานะเป็นพยานรับรองพินัยกรรมอีกฐานะหนึ่งกับมีนายสุดเซ็นเป็นพยานอีกคนหนึ่ง เมื่อตัดชื่อนายสุวัธน์ออกจากฐานะเป็นพยาน โดยเหตุที่เป็นกรมการอำเภอผู้กระทำกิจการตามหน้าที่ราชการแล้ว ก็คงเหลือแต่นายสุดผู้เดียวลงลายมือชื่อเป็นพยานแต่เป็นผู้ที่ได้รับรู้การแจ้งความประสงค์ของผู้ทำพินัยกรรมต่อกรมการอำเภอพยานขาดจำนวนไปคนหนึ่งจึงไม่ครบจำนวนตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ พินัยกรรมจึงตกเป็นโมฆะในฐานะพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 617/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลในการแก้ไขข้อบกพร่องความสามารถของโจทก์ผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะในคดีอาญา
ในคดีอาญา เมื่อดำเนินการพิจารณาสืบพะยานโจทก์ได้ 1 ปาก ปรากฎว่าโจทก์มีอายุเพียง 15 ปี ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ศาลมีอำนาจสั่งกำหนดให้แก้ไขข้อบกพร่องเสียให้บริบูรณ์ได้ตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้โดยอาศัย ป.ม.วิ.อาญา มาตรา 15 ประกอบกับ ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 56 กรณีไม่มีเหตุจะให้ศาลยกฟ้อง.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 617/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลแก้ไขข้อบกพร่องโจทก์: โจทก์ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ไม่ต้องยกฟ้อง
ในคดีอาญา เมื่อดำเนินการพิจารณาสืบพยานโจทก์ได้ 1 ปาก. ปรากฏว่าโจทก์มีอายุเพียง 15 ปี ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ศาลมีอำนาจสั่งกำหนดให้แก้ไขข้อบกพร่องเสียให้บริบูรณ์ได้ตามที่เห็นสมควรทั้งนี้โดยอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 56. กรณีไม่มีเหตุจะให้ศาลยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 604/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้พยานจากสำนวนแพ่งในคดีอาญา: ห้ามอ้างแทนพยานบุคคลที่จะเบิกความ
ในการไต่สวนมูลฟ้องคดีอาญา โจทก์จะอ้างแต่คำพยานบุคคลในสำนวนคดีแพ่งซึ่งเป็นมูลกรณีเดียวกันและสืบเนื่องกันมายันแก่จำเลยแทนพยานบุคคลที่จะมาเบิกความหาได้ไม่ เมื่อโจทก์อ้างแต่คำพยานในสำนวนอื่นโดยไม่ติดใจสืบพยานบุคคลแล้วก็เป็นอันไม่มีพยานในสำนวน ดังนี้ นับว่า คดีไม่มีมูล ศาลต้องยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 604/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้พยานจากสำนวนแพ่งในคดีอาญา: ศาลต้องฟังพยานสำหรับคดีอาญาโดยตรง
ในการไต่สวนมูลฟ้องคดีอาญา โจทก์จะอ้างแต่คำพะยานบุคคลในสำนวนคดีแพ่ง ซึ่งเป็นมูลกรณีเดียวกันและสืบเนื่องกันมายันแก่จำเลยแทนพะยานบุคคลที่จะมาเบิกความหาได้ไม่ เมื่อโจทก์อ้างแต่คำพะยานในสำนวนอื่นโดยไม่ติดใจสืบพะยานบุคคลแล้ว ก็เป็นอันไม่มีพะยานในสำนวน ดังนี้นับว่า คดีไม่มีมูล ศาลต้องยกฟ้อง.
of 324