คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
เลขวณิชธรรมวิทักษ์

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,237 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 575/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดทางอาญาของเด็ก: เจตนาและความรู้ในการกระทำผิด แม้ไม่รู้กฎหมายก็ต้องรับผิด
จำเลยเป็นเด็กอายุ 13 ปีเมื่อกระทำความผิดร่วมมือกับจำเลยอื่นโดยรู้ความประสงค์ในการที่กระทำนั้นเป็นอย่างดีแล้ว ก็ย่อมมีความผิด กับจะไม่รู้ว่าการที่กระทำนั้นกฎหมายห้าม ก็จะนำเอาความที่ตนไม่รู้กฎหมายมาเป็นข้อแก้ตัวไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 575/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกระทำความผิดโดยรู้เจตนา แม้ไม่รู้กฎหมายห้าม ก็ไม่อาจยกเป็นข้อแก้ตัวได้
จำเลยเป็นเด็กอายุ 13 เมื่อกระทำความผิดร่วมมือกับจำเลยอื่นโดยรู้ความประสงค์ในการที่กระทำนั้นเป็นอย่างดีแล้ว ก็ย่อมมีความผิด กับจะไม่รู้ว่าการที่กระทำนั้นกฎหมายห้าม ก็จะนำเอาความที่ตนไม่รู้กฎหมายมาเป็นข้อแก้ตัวไม่ได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 571/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาไม่รับเนื่องจากพิพากษาปรับและฎีกาในข้อเท็จจริง
โจทก์ฎีกาขอให้ริบของกลาง อ้างเหตุว่า เพราะเป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับเล่นการพนัน ดังนี้ เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาปรับจำเลยคนละ 50 บาท โจทก์จะฎีกาต่อไปไม่ได้ เพราะต้องด้วยข้อห้ามตามมาตรา 220 แห่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
(อ้างฎีกาที่ 824/2490)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 571/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฎีกาเพื่อขอริบของกลางในคดีพะนัน: ข้อจำกัดตามมาตรา 220 ป.วิ.อาญา
โจทก์ฎีกาขอให้ริบของกลาง อ้างเหตุว่า เพราะเป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับเล่นการพะนัน ดังนี้ เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาปรับจำเลยคนละ 50 บาท โจทก์จะฎีกาต่อไปไม่ได้ เพราะต้องด้วยข้อห้ามตามมาตรา 220 แห่ง ป.ม.วิ.อาญา
(อ้างฎีกา 824/2490)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 570/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ของลูกจ้างต่อนายจ้าง การตีความความผิดตามมาตรา 319(1) ก.ม.ลักษณะอาญา
ฟ้องโจทก์กล่าวชัดว่า จำเลยเป็นลูกจ้างยักยอกเงินของนายจ้าง ดังนี้ นายจ้างก็เป็นนายของลูกจ้าง ลูกจ้างก็เป็นคนใช้นายจ้าง ศาลต้องลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา 319(1)
(อ้างฎีกา 165/2489)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 570/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานยักยอกทรัพย์: ลูกจ้างในฐานะคนใช้ของนายจ้าง
ฟ้องโจทก์กล่าวชัดว่าจำเลยเป็นลูกจ้างยักยอกเงินของนายจ้างดังนี้ นายจ้างก็เป็นนายของลูกจ้าง ลูกจ้างก็เป็นคนใช้ของนายจ้างศาลต้องลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 319(1)
(อ้างฎีกาที่ 165/2489)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 566/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเหตุบรรดาลโทษะ แม้จำเลยไม่ได้ยกขึ้นต่อสู้ในชั้นต้น
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 249, 335(13) ก.ม.ลักษณะอาญา จำเลยให้การต่อสู้ว่าทำโดยป้องกันตัว ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 251 จำเลยอุทธรณ์ว่าทำโดยป้องกันไม่เกินสมควรแก่เหตุ ดังนี้ ศาลอุทธรณ์ย่อมพิพากษาชี้ขาดว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นการป้องกันตัวตามกฎหมาย แต่จำเลยกระทำโดยบรรดาลโทษะให้ลงโทษจำเลยเพียงกึ่งหนึ่งตาม มาตรา 55 ได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 566/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลอุทธรณ์วินิจฉัยประเด็นลดหย่อนผ่อนโทษ แม้จำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ในชั้นต้น
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 249,335(13) กฎหมายลักษณะอาญา จำเลยให้การต่อสู้ว่าทำโดยป้องกันตัวศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 251 จำเลยอุทธรณ์ว่าทำโดยป้องกันไม่เกินสมควรแก่เหตุ ดังนี้ศาลอุทธรณ์ย่อมพิพากษาชี้ขาดว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นการป้องกันตัวตามกฎหมาย แต่จำเลยกระทำโดยบันดาลโทสะให้ลงโทษจำเลยเพียงกึ่งหนึ่งตามมาตรา 55 ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 565/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การลักทรัพย์กระบือ: ขาดหลักฐานเชื่อมโยงจำเลยกับความผิด
ไม่ปรากฏว่ากระบือของเจ้าทรัพย์หายไปแต่เวลาใด แต่ไปพบจำเลยอยู่กับกระบือเป็นเวลากลางคืนแล้ว ถ้ากระบือหายไปในตอนเช้า ก็เป็นระยะเวลาห่างจากที่พบจำเลยกับกระบือมาก ทั้งระยะทางจากที่กระบือหาย จนถึงที่พบจำเลยกับกระบือห่างกันถึง 150 เส้น จึงยังสันนิษฐานไม่ได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ลักกระบือไปจากทำเลเลี้ยง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 565/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสันนิษฐานความผิดฐานลักทรัพย์: พฤติการณ์ที่ไม่เชื่อมโยงกับเวลาและสถานที่
ไม่ปรากฎว่ากระบือของเจ้าทรัพย์หายไปแต่เวลาใด แต่ไปพบจำเลยอยู่กับกระบือเป็นเวลากลางคืนแล้ว ถ้ากระบือหายไปในตอนเช้า ก็เป็นระยะเวลาห่างจากที่พบจำเลยกับกระบือมาก ทั้งระยะทางจากที่กระบือหาย จนถึงที่พบจำเลยกับกระบือห่างกันถึง 150 เส้น จึงยังสันนิษฐานไม่ได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ลักกระบือไปจากทำเลเลี้ยง.
of 324