พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,237 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 467/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าเสียหายจากไฟไหม้ต้นยางพารา: ศาลฎีกาชี้ค่าเสียหายรวมถึงต้นยางที่ยังไม่สามารถกรีดได้
โจทก์ฟ้องเรียกค่าทดแทนในการที่ต้นยางพาราของโจทก์ถูกจำเลยทำให้ไฟไหม้เสียหาย 1,020 ต้นคิดเป็นเงิน 5,100 บาท ดังนี้ จำเลยมีสิทธิจะได้ค่าเสียหายสำหรับต้นยางที่ถูกไฟไหม้ตาย กับทั้งสำหรับต้นยางที่ถูกไฟไหม้แต่เปลือกกรีดน้ำยางไม่ได้ต้องรอจนเปลือกขึ้นมาใหม่จึงจะกรีดได้ด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 459/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแบ่งมรดก: ทรัพย์สินเดิมที่โอนระหว่างสมรส อาจต้องนำมาใช้ทดแทนสินเดิมที่ขาดไปได้
โจทก์เป็นบุตรผู้ตาย จำเลยเป็นภรรยาผู้ตาย โจทก์จำเลยแถลงรับกันว่าทรัพย์หมาย ก.1 เดิมเป็นของผู้ตายมาแต่ก่อนที่ได้ทำการสมรสกับจำเลย เมื่อผู้ตายกับจำเลยสมรสกันแล้ว ผู้ตายได้โอนทรัพย์แปลงนั้นให้แก่บิดาจำเลย ต่อมาบิดาจำเลยจึงได้โอนให้จำเลยในระหว่างสมรสนั้นฟ้องโจทก์ก็กล่าวความท้าวถึงข้อเท็จจริงเช่นว่านี้ แล้วอ้างว่าทรัพย์หมาย ก.1 จึงกลับคืนเป็นสินเดิมอีกวาระหนึ่ง หรือมิฉะนั้นก็เป็นทรัพย์ที่ทดแทนสินเดิมที่ขาดไป ฉะนั้นที่โจทก์แถลงรับในรายงานพิจารณาว่าเป็นสินสมรสจึงมิได้หมายความว่าสินสมรสนั้นจะไม่ต้องเอามาใช้สินเดิมที่ขาดไปของผู้ตาย
จำเลยได้แถลงต่อศาลว่าจะขอสืบว่าที่ดินตามหมาย ก.1 เป็นสินสอด โดยผู้ตายสัญญาว่าจะโอนให้บิดาจำเลยก่อนแต่งงานแล้วต่อมาจึงได้โอนให้ไป ซึ่งข้อเท็จจริงที่จำเลยจะขอสืบนี้ ถ้าเป็นความจริงอาจถือได้ว่า ผู้ตายจำหน่ายสินเดิมของตนเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียว โดยไม่ได้ยินยอมด้วย กรณีอาจต้องตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1514ที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานจึงไม่ชอบ
จำเลยได้แถลงต่อศาลว่าจะขอสืบว่าที่ดินตามหมาย ก.1 เป็นสินสอด โดยผู้ตายสัญญาว่าจะโอนให้บิดาจำเลยก่อนแต่งงานแล้วต่อมาจึงได้โอนให้ไป ซึ่งข้อเท็จจริงที่จำเลยจะขอสืบนี้ ถ้าเป็นความจริงอาจถือได้ว่า ผู้ตายจำหน่ายสินเดิมของตนเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียว โดยไม่ได้ยินยอมด้วย กรณีอาจต้องตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1514ที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานจึงไม่ชอบ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 459/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การโอนทรัพย์สินก่อนและหลังสมรส สินเดิม สินส่วนตัว สินสมรส และผลกระทบต่อการแบ่งมรดก
โจทก์เป็นบุตรผู้ตาย จำเลยเป็นภรรยาผู้ตาย โจทก์,จำเลยแถลงรับกันว่าทรัพย์หมาย ก. 1 เดิมเป็นของผู้ตายมาแต่ก่อนที่ได้ทำการสมรสกับจำเลย เมื่อผู้ตายกับจำเลยสมรสกันแล้ว ผู้ตายได้โอนทรัพย์แปลงนั้นให้แก่บิดาจำเลย ต่อมาบิดาจำเลยจึงได้โอนให้จำเลยในระหว่างสมรสนั้น ฟ้องโจทก์ก็กล่าวความท้าวถึงข้อเท็จจริงเช่นว่านี้ แล้วอ้างว่าทรัพย์หมาย ก. 1 จึงกลับคืนเป็นสินเดิมอีกวาระหนึ่ง หรือมิฉะนั้นก็เป็นทรัพย์ที่ทดแทนสินเดิมที่ขาดไป ฉะนั้นที่โจทก์แถลงรับในรายงานพิจารณาว่าเป็นสินสมรส จึงมิได้หมายความว่าสินสมรสนั้นจะไม่ต้องเอามาใช้สินเดิมที่ขาดไปของผู้ตาย.
จำเลยได้แถลงต่อศาลว่าจะขอสืบว่าที่ดินตามหมาย ก.1 เป็นสินสอด โดยผู้ตายสัญญาว่าจะโอนให้บิดาจำเลยก่อนแต่งงาน แล้วต่อมาจึงได้โอนให้ไป ซึ่งข้อเท็จจริงที่จำเลยจะขอสืบนี้ ถ้าเป็นความจริง อาจถือได้ว่า ผู้ตายจำหน่ายสินเดิมของตนเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียว โดยไม่ได้ยินยอมด้วย กรณีอาจต้องตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 1514 ที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพะยานจึงไม่ชอบ.
จำเลยได้แถลงต่อศาลว่าจะขอสืบว่าที่ดินตามหมาย ก.1 เป็นสินสอด โดยผู้ตายสัญญาว่าจะโอนให้บิดาจำเลยก่อนแต่งงาน แล้วต่อมาจึงได้โอนให้ไป ซึ่งข้อเท็จจริงที่จำเลยจะขอสืบนี้ ถ้าเป็นความจริง อาจถือได้ว่า ผู้ตายจำหน่ายสินเดิมของตนเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียว โดยไม่ได้ยินยอมด้วย กรณีอาจต้องตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 1514 ที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพะยานจึงไม่ชอบ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 457-458/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การงดบังคับคดีและการใช้ดุลพินิจของศาลเมื่อมีคดีอื่นเกี่ยวข้อง
มาตรา 293 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งบัญญัติไว้สำหรับงดการบังคับคดีในเรื่องขายทอดตลาด หรือจำหน่ายทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ในเมื่อลูกหนี้นั้นอาจกลับชนะคดี เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีเรื่องอื่น อันจะก่อให้เกิดหนี้มาหักกลบลบกับหนี้ตามคำพิพากษาที่กำลังมีการบังคับคดีนั้นเท่านั้น
คดีนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาขับไล่จำเลยออกจากที่เช่าคดีถึงที่สุดแล้วจำเลยยื่นคำร้องขอให้งดการบังคับคดีโดยอ้างว่าจำเลยได้ฟ้องโจทก์เป็นอีกคดีหนึ่งขอให้เพิกถอนคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ คดียังอยู่ระหว่างพิจารณานั้น ศาลชั้นต้นหาอาจเอามาตรา 293 อนุโลมมาใช้ในกรณีเช่นคดีนี้ไม่ ฉะนั้นการที่ศาลชั้นต้นสั่งงดการบังคับคดีในคดีนี้นั้น จึงต้องถือว่าเป็นคำสั่งตามดุลพินิจดังบัญญัติไว้ในมาตรา 292(2) ซึ่งคำสั่งโดยทั่วไปเช่นนี้คู่ความย่อมอุทธรณ์ฎีกาได้ และในกรณีดังกล่าวข้างต้นยังไม่เป็นเหตุเพียงพอให้ศาลงดการบังคับคดี
คดีนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาขับไล่จำเลยออกจากที่เช่าคดีถึงที่สุดแล้วจำเลยยื่นคำร้องขอให้งดการบังคับคดีโดยอ้างว่าจำเลยได้ฟ้องโจทก์เป็นอีกคดีหนึ่งขอให้เพิกถอนคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ คดียังอยู่ระหว่างพิจารณานั้น ศาลชั้นต้นหาอาจเอามาตรา 293 อนุโลมมาใช้ในกรณีเช่นคดีนี้ไม่ ฉะนั้นการที่ศาลชั้นต้นสั่งงดการบังคับคดีในคดีนี้นั้น จึงต้องถือว่าเป็นคำสั่งตามดุลพินิจดังบัญญัติไว้ในมาตรา 292(2) ซึ่งคำสั่งโดยทั่วไปเช่นนี้คู่ความย่อมอุทธรณ์ฎีกาได้ และในกรณีดังกล่าวข้างต้นยังไม่เป็นเหตุเพียงพอให้ศาลงดการบังคับคดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 438/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การชันสูตรพลิกศพโดยเจ้าพนักงานที่ไม่ใช่แพทย์ ไม่ทำให้การฟ้องคดีอาญาเป็นโมฆะ
ในการชันสูตรพลิกศพผู้ตาย มี ปลัดอำเภอกับผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้ทำการชันสูตรพลิกศพ เพราะในท้องที่ใกล้เคียงนั้นไม่มีแพทย์ ดังนี้ ถือว่าการชันสูตรพลิกศพไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย แต่ไม่ตัดอำนาจโจทก์ที่นำคดีมาฟ้องได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 438/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การชันสูตรพลิกศพไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ไม่ตัดสิทธิโจทก์ในการฟ้องคดีอาญา
ในการชันสูตรพลิกศพผู้ตาย มีปลัดอำเภอกับผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้ทำการชันสูตรพลิกศพ เพราะในท้องที่ใกล้เคียงนั้นไม่มีแพทย์ ดังนี้ ถือว่าการชันสูตรพลิกศพไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย แต่ไม่ตัดอำนาจโจทก์ที่นำคดีมาฟ้องได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 420/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองปรปักษ์ที่ดินมือเปล่า แม้สัญญาไม่สมบูรณ์ แต่การครอบครองนานปีโดยเจตนาเป็นเจ้าของ ทำให้ได้กรรมสิทธิ์
โจทก์จำนองที่นามือเปล่า 1 แปลงไว้กับจำเลย โดยมีข้อสัญญาว่าถ้าครบ 3 ปี ไม่ไถ่โจทก์ยอมยกที่นารายนี้ ให้เป็นกรรมสิทธิ์แก่จำเลยเมื่อครบ 3 ปีแล้วโจทก์ไม่สามารถไถ่คืน จึงมอบที่ให้จำเลยครอบครองตลอดมาเป็นเวลา15 ปี ดังนี้ แม้สัญญาจะไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 711 ก็ดี ที่พิพาทอยู่ในความครอบครองของจำเลยตลอดมา 15 ปี เป็นการล่วงเลยกำหนดเวลาไถ่ถอนตามสัญญานานแล้ว กรณีมีเหตุแสดงว่าจำเลยครอบครองโดยเจตนาเป็นเจ้าของและทั้งตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1369 บุคคลใดยึดถือทรัพย์สินไว้ ท่านสันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลนั้นยึดถือเพื่อตน ดังนี้ จึงเป็นหน้าที่โจทก์จะต้องนำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานนั้น เมื่อโจทก์จำเลยไม่ติดใจสืบพยาน ก็ต้องถือว่าที่พิพาทตกเป็นสิทธิแก่จำเลยแล้ว (อ้างฎีกา279/2490)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 420/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองปรปักษ์ที่ดินมือเปล่า แม้สัญญามีข้อบกพร่อง หากครอบครองนานและมีเจตนาเป็นเจ้าของ ย่อมได้กรรมสิทธิ์
โจทก์จำนองที่นามือเปล่า 1 แปลงไว้กับจำเลย โดยมีข้อสัญญาว่า ถ้าครบ 3 ปี ไม่ไถ่โจทก์ยอมยกที่นารายนี้ให้เป็นกรรมสิทธิแก่จำเลย เมื่อครบ 3 ปีแล้วโจทก์ไม่สามารถไถ่คืน จึงมอบที่ให้จำเลยครอบครองตลอดมาเป็นเวลา 15 ปี ดังนี้ แม้สัญญาจะไม่สมบูรณ์ตาม ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 711 ก็ดี ที่พิพาทอยู่ในความครอบครองของจำเลยตลอดมา 15 ปี เป็นการล่วงเลยกำหนดเวลาไถ่ถอนตามสัญญานานแล้ว กรณีมีเหตุแสดงว่าจำเลยครอบครองโดยเจตนาเป็นเจ้าของและทั้งตามบทบัญญัติแห่ง ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 1369 บุคคลใดยึดถือทรัพย์สินไว้ ท่านสันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลนั้นยึดถือเพื่อตนดังนี้ จึงเป็นหน้าที่โจทก์จะต้องนำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานนั้น เมื่อโจทก์จำเลยไม่ติดใจสืบพะยาน ก็ต้องถือว่าที่พิพาทตกเป็นสิทธิแก่จำเลยแล้ว.
(อ้างฎีกา 279/2490)
(อ้างฎีกา 279/2490)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 419/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ทรัพย์มรดกก่อนสมรสเป็นสินเดิม แม้มีการแบ่งปันระหว่างสมรส
ทรัพย์ซึ่งเป็นมฤดกตกทอดแก่สามีก่อนสมรสกับภรรยาและทายาทตกลงแบ่งปันกันในระหว่างสมรส ทรัพย์นั้นเป็นสินเดิมของสามี หาใช่เป็นสินสมรสไม่.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 419/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สินเดิมก่อนสมรส: ทรัพย์มรดกที่แบ่งร่วมกันระหว่างสมรส ไม่ถือเป็นสินสมรส
ทรัพย์ซึ่งเป็นมรดกตกทอดแก่สามีก่อนสมรสกับภรรยาและทายาทตกลงแบ่งปันกันในระหว่างสมรส ทรัพย์นั้นเป็นสินเดิมของสามี หาใช่เป็นสินสมรสไม่