พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,237 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 349/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การริบเรือของกลางในคดีขนย้ายข้าวออกนอกเขตจังหวัด เมื่อเจ้าของเรือมิได้รู้เห็น
คดีหาว่า ขนย้ายข้าวเพื่อออกนอกเขตจังหวัดหนึ่ง ไปอีกจังหวัดหนึ่งพาหนะที่ใช้ในการบรรทุกข้าว เมื่อปรากฏว่ามิใช่เป็นของผู้กระทำผิดความจริงเป็นของผู้อื่นที่มิได้รู้เห็นในการกระทำผิดด้วยนั้น ต้องคืนให้แก่เจ้าของ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 349/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การริบเรือของกลางเมื่อเจ้าของมิได้รู้เห็นการกระทำผิดฐานขนย้ายข้าวออกนอกเขตจังหวัด
คดีหาว่า ขนย้ายข้าวเพื่อออกนอกเขตต์จังหวัดหนึ่งไปอีกจังหวัดหนึ่ง พาหนะที่ใช้ในการบันทุกข้าว เมื่อปรากฎว่ามิใช่เป็นของผู้กระทำผิด ความจริงเป็นของผู้อื่นที่มิได้รู้เห็นในการกระทำผิดด้วยนั้น ต้องคืนให้แก่เจ้าของ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 345/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์ข้อเท็จจริงการออกประกาศราคาควบคุม จำเป็นต้องแสดงหลักฐานการประกาศของคณะกรมการจังหวัด
คดีหาว่า จำเลยขายข้าวสารเกินกำหนดราคาสูงสุดที่คณะกรมการจังหวัดกำหนดไว้ ฟ้องโจทก์กล่าวแต่เพียงว่าคณะกรมการจังหวัดได้ประกาศโดยชอบด้วยกฎหมาย และในคำขอท้ายฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค ฯ คณะกรมการจังหวัดจะได้ออกประกาศโดยอาศัยพระราชบัญญัติที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดนั้นหรือไม่ ข้อเท็จจริงไม่ปรากฎ ดังนั้น จะลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค ฯ ไม่ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 345/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลงโทษจำเลยฐานขายสินค้าเกินราคา ต้องมีข้อเท็จจริงพิสูจน์ได้ว่ามีการประกาศกำหนดราคาโดยชอบด้วยกฎหมาย
คดีหาว่า จำเลยขายข้าวสารเกินกำหนดราคาสูงสุดที่คณะกรมการจังหวัดกำหนดไว้ ฟ้องโจทก์กล่าวแต่เพียงว่าคณะกรมการจังหวัดได้ประกาศโดยชอบด้วยกฎหมาย และในคำขอท้ายฟ้องขอให้ลงโทษตาม พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคฯ คณะกรมการจังหวัดจะได้ออกประกาศโดยอาศัยพระราชบัญญัติที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดนั้นหรือไม่ ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏ ดังนั้น จะลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคฯ ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 343/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องคดีโดยใช้ชื่อย่อสมาคมฯ และชื่อเต็มในคำฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็นการฟ้องที่สมบูรณ์
โจทก์ฟ้องโจทก์กล่าวในตอนต้นว่า ระหว่างสมาคมพาณิชย์จีนโดยหลวงอนุภาษภูเก็ตการเป็นนายก โจทก์ แล้วดำเนินความว่า "ข้าพเจ้าสมาคมพาณิชย์จีนโดยหลวงอนุภาษภูเก็ตการ นายก โจทก์ ฯลฯ ขอยื่นฟ้องนายอิวหงี แซ่เอียบ จำเลย ฯลฯ ข้อ 1 โจทก์ได้รับอนุญาตจดทะเบียนเป็นสมาคม มีนามว่า "สมาคมพาณิชย์จีน ภูเก็ต" ดังนี้ย่อมเป็นฟ้องที่สมบูรณ์.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 343/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องคดีโดยใช้ชื่อย่อของสมาคม: ศาลวินิจฉัยว่าชื่อย่อและชื่อเต็มในคำฟ้องอ้างอิงถึงโจทก์คนเดียวกัน
โจทก์ฟ้องโจทก์กล่าวในตอนต้นว่า ระหว่างสมาคมพาณิชย์จีนโดยหลวงอนุภาษภูเก็ตการเป็นนายก โจทก์ แล้วดำเนินความว่า'ข้าพเจ้าสมาคมพาณิชย์จีนโดยหลวงอนุภาษภูเก็ตการ นายกโจทก์ฯลฯ ขอยื่นฟ้องนายอิวหงีแซ่เอียบ จำเลย ฯลฯ ข้อ 1 โจทก์ได้รับอนุญาตจดทะเบียนเป็นสมาคม มีนามว่า'สมาคมพาณิชย์จีน ภูเก็ต' ดังนี้ย่อมเป็นฟ้องที่สมบูรณ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 301/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทำร้ายร่างกายเกินสมควรแก่เหตุเพื่อป้องกันตัว: ศาลฎีกาแก้ไขโทษจำคุก
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายเพื่อป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 256, 50, 53, 59 จำคุก 15 วัน ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยตามมาตรา 256 จำคุก 5 ปี ดังนี้ เป็นการแก้มาก ไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 301/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทำร้ายร่างกายเกินสมควรแก่เหตุเพื่อป้องกันตัว ศาลลดโทษจากที่ศาลอุทธรณ์แก้ไข
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายเพื่อป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 256,50,53,59 จำคุก 15 วันศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยตามมาตรา 256 จำคุก 5 ปี ดังนี้ เป็นการแก้มาก ไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 291/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ภาระจำยอมไม่ใช่การอาศัยสิทธิ ผู้ขายต้องรื้อสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำทาง
ทางภาระจำยอมที่ก่อให้เกิดมีขึ้นระหว่างผู้ซื้อที่ดินและผู้ขายที่ดินนั้นไม่ใช่ลักษณะของการให้อาศัยสิทธิอันเป็นการให้เปล่าฝ่ายเดียวโดยไม่มีสินจ้างหรือข้อผูกพัน แม้โจทก์จะแถลงรับโดยใช้คำว่า'อาศัยใช้'ก็มิใช่ลักษณะแห่งการอาศัยตามนัยแห่งกฎหมาย
เมื่อผู้ขายที่ดินปลูกเรือนบนทางภาระจำยอมเป็นเหตุให้ผู้ซื้อที่ดินใช้ทางภาระจำยอมนั้นไม่สะดวกเหมือนเช่นเดิม ผู้ขายที่ดินต้องรื้อเรือนนั้นออกไปให้พ้นทางและเกลี่ยที่ดินให้เสมอทางตามเดิม
เมื่อผู้ขายที่ดินปลูกเรือนบนทางภาระจำยอมเป็นเหตุให้ผู้ซื้อที่ดินใช้ทางภาระจำยอมนั้นไม่สะดวกเหมือนเช่นเดิม ผู้ขายที่ดินต้องรื้อเรือนนั้นออกไปให้พ้นทางและเกลี่ยที่ดินให้เสมอทางตามเดิม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 288/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความสำคัญของวันเวลาการกระทำผิดในฟ้องอาญา หากข้อเท็จจริงในชั้นพิจารณาต่างจากฟ้อง ย่อมเป็นเหตุให้ต้องยกฟ้อง
รายละเอียดที่เกี่ยวกับเวลาซึ่งเกิดการกระทำผิดนั้นเป็นข้อสำคัญซึ่งโจทก์จะต้องกล่าวในฟ้องให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี เมื่อปรากฎจากคำพะยานว่า จำเลยทำผิดวันอื่น ไม่ใช่วันที่โจทก์กล่าวหาในฟ้อง ต้องยกฟ้อง.