พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,237 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 235/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิพากษาคดีพนัน: ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับฟ้อง ย่อมยกฟ้อง แม้ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษ
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยสมคบกันเล่นการพนันจับยี่กีทางพิจารณาฟังไม่ได้ว่าจำเลยเล่นจับยี่กี ศาลต้องยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยทุกคนตามฟ้อง จำเลยบางคนฎีกาเมื่อศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณาฟังไม่ได้ว่าเป็นการเล่นจับยี่กี ดังฟ้อง ต้องยกฟ้องตลอดไปถึงจำเลยที่มิได้ฎีกาด้วยเพราะเป็นเหตุในลักษณะคดี
เมื่อศาลพิพากษาว่า จำเลยมิได้กระทำผิดดังฟ้องของกลางที่จับได้ มิใช่เป็นสิ่งที่มีไว้ผิดกฎหมายต้องคืนให้เจ้าของไป
ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยทุกคนตามฟ้อง จำเลยบางคนฎีกาเมื่อศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณาฟังไม่ได้ว่าเป็นการเล่นจับยี่กี ดังฟ้อง ต้องยกฟ้องตลอดไปถึงจำเลยที่มิได้ฎีกาด้วยเพราะเป็นเหตุในลักษณะคดี
เมื่อศาลพิพากษาว่า จำเลยมิได้กระทำผิดดังฟ้องของกลางที่จับได้ มิใช่เป็นสิ่งที่มีไว้ผิดกฎหมายต้องคืนให้เจ้าของไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 204/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขู่เข็ญตามกฎหมายอาญา: การกระทำโดยอาการกิริยาถือเป็นขู่เข็ญได้ แต่การบรรยายฟ้องต้องชัดเจน
คำว่าขู่เข็ญตามความในมาตรา 339 ข้อ 1 กฎหมายลักษณะอาญา นั้นอาจมีความหมายไม่เฉพาะแต่ว่าจะต้องกระทำด้วยวาจาอาจหมายตลอดถึงการกระทำโดยกิริยาด้วย
ฟ้องบรรยายแต่เพียงว่าจำเลยชักอาวุธมีดไล่จะแทงนั้นยังไม่พอจะฟังว่าเป็นการขู่เข็ญตามความในมาตรา 339 ข้อ 1
ฟ้องบรรยายแต่เพียงว่าจำเลยชักอาวุธมีดไล่จะแทงนั้นยังไม่พอจะฟังว่าเป็นการขู่เข็ญตามความในมาตรา 339 ข้อ 1
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 204/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขู่เข็ญตามกฎหมายอาญา: การกระทำโดยกิริยาและความเพียงพอของฟ้อง
คำว่าขู่เข็ญตามความในมาตรา 339 ข้อ 1 ก.ม.ลักษณะอาญา นั้นอาจมีความหมายไม่ฉะเพาะแต่ว่าจะต้องกระทำด้วยวาจา อาจหมายตลอดถึงการกระทำโดยกิริยาด้วย
ฟ้องบรรยายแต่เพียงว่าจำเลยชักอาวุธมีดไล่จะแทงนั้น ยังไม่พอจะฟังว่าเป็นการขู่เข็ญตามความในมาตรา 339 ข้อ 1.
ฟ้องบรรยายแต่เพียงว่าจำเลยชักอาวุธมีดไล่จะแทงนั้น ยังไม่พอจะฟังว่าเป็นการขู่เข็ญตามความในมาตรา 339 ข้อ 1.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 187/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย: การพิจารณาความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาและลักษณะฉกรรจ์
ความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาตามมาตรา 251 ตอน 2 นั้นจะต้องได้ความว่า มีลักษณะฉกรรจ์ อย่างหนึ่งอย่างใด ดังที่กล่าวในมาตรา 250
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 187/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย: การพิจารณาความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา และลักษณะฉกรรจ์
ความผิดฐานฆ่าคนตาย โดยไม่เจตนาตามมาตรา 251 ตอน 2 นั้น จะต้องได้ความว่า มีลักษณะฉกรรจ์ อย่างหนึ่งอย่างใด ดังที่กล่าวในมาตรา 250.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 183/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสิ้นสุดสัญญาเช่าไม่มีกำหนดระยะเวลา และสิทธิการเข้าครอบครองบ้าน
คู่ความตกลงกันให้ศาลถือคำให้การของนายสมเพียงคนเดียวเป็นข้อเท็จจริงแห่งคดีเพื่อการวินิจฉัยคดีเท่านั้น ศาลต้องถือเอาคำเบิกความของนายสมเป็นยุตติในข้อเท็จจริง
สัญญาเช่าที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาไว้ ทั้งไม่มีหนังสือเช่าต่อกัน ผู้เช่าและผู้ให้เช่าย่อมบอกเลิกสัญญาเช่าในขณะใดก็ได้ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายบังคับไว้สำหรับการบอกกล่าวล่วงหน้า และการเลิกสัญญาเช่ากันนี้ ถ้าคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้แสดงกิริยาอาการอย่างไร อันเป็นที่เห็นได้ว่า คู่สัญญาตกลงเลิกกันแล้ว สัญญาระหว่างเขาทั้งสองเป็นอันระงับไปในตัว.
สัญญาเช่าที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาไว้ ทั้งไม่มีหนังสือเช่าต่อกัน ผู้เช่าและผู้ให้เช่าย่อมบอกเลิกสัญญาเช่าในขณะใดก็ได้ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายบังคับไว้สำหรับการบอกกล่าวล่วงหน้า และการเลิกสัญญาเช่ากันนี้ ถ้าคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้แสดงกิริยาอาการอย่างไร อันเป็นที่เห็นได้ว่า คู่สัญญาตกลงเลิกกันแล้ว สัญญาระหว่างเขาทั้งสองเป็นอันระงับไปในตัว.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 183/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าไม่มีกำหนดระยะเวลา การเลิกสัญญา และสิทธิของผู้ครอบครอง
คู่ความตกลงกันให้ศาลถือคำให้การของนายสมเพียงคนเดียวเป็นข้อเท็จจริงแห่งคดีเพื่อการวินิจฉัยคดีเท่านั้น ศาลต้องถือเอาคำเบิกความของนายสมเป็นยุติในข้อเท็จจริง
สัญญาเช่าที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาไว้ ทั้งไม่มีหนังสือเช่าต่อกัน ผู้เช่าและผู้ให้เช่าย่อมบอกเลิกสัญญาเช่าในขณะใดก็ได้ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายบังคับไว้สำหรับการบอกกล่าวล่วงหน้า และการเลิกสัญญาเช่ากันนี้ ถ้าคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้แสดงกิริยาอาการอย่างไร อันเป็นที่เห็นได้ว่าคู่สัญญาตกลงเลิกกันแล้ว สัญญาระหว่างเขาทั้งสองเป็นอันระงับไปในตัว
สัญญาเช่าที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาไว้ ทั้งไม่มีหนังสือเช่าต่อกัน ผู้เช่าและผู้ให้เช่าย่อมบอกเลิกสัญญาเช่าในขณะใดก็ได้ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายบังคับไว้สำหรับการบอกกล่าวล่วงหน้า และการเลิกสัญญาเช่ากันนี้ ถ้าคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้แสดงกิริยาอาการอย่างไร อันเป็นที่เห็นได้ว่าคู่สัญญาตกลงเลิกกันแล้ว สัญญาระหว่างเขาทั้งสองเป็นอันระงับไปในตัว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 177/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเรียกถอนคืนการให้เพราะผู้รับประพฤติเนรคุณ: การพิจารณาพยานหลักฐานตามลักษณะความแพ่ง
คดีเรียกถอนคืนการให้ เพราะเหตุผู้รับประพฤติเนรคุณนั้น การชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานแห่งคดี จึงควรเป็นไปโดยลักษณะความแพ่งกล่าวคือเทียบเคียงน้ำหนักคำพยานทั้งสองฝ่ายประกอบกับพฤติการณ์แห่งคดีว่าควรจะเชื่อฝ่ายใด ศาลไม่จำต้องพิเคราะห์คำพยานหลักฐานอย่างคดีอาญาอันว่าด้วย การที่จำเลยจะต้องรับโทษ
พฤติการณ์ที่ถือได้ว่า ผู้รับประพฤติเนรคุณ โดยผู้รับได้หมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรง ตามมาตรา 531(2)
พฤติการณ์ที่ถือได้ว่า ผู้รับประพฤติเนรคุณ โดยผู้รับได้หมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรง ตามมาตรา 531(2)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 177/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกถอนการให้เนื่องจากผู้รับประพฤติเนรคุณ: การชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานในลักษณะแพ่ง
คดีเรียกถอนคืนการให้ เพราะเหตุผู้รับประพฤติเนรคุณนั้น การชั่งน้ำหนักพะยานหลักฐานแห่งคดี จึงควรเป็นไปโดยลักษณะความแพ่ง กล่าวคือเทียงเคียงน้ำหนักคำพะยานทั้งสองฝ่ายประกอบกับพฤตติการณ์แห่งคดีว่าควรจะเชื่อฝ่ายใด ศาลไม่จำต้องพิเคราะห์คำพะพยาน หลักฐานอย่างคดีอาญาอันว่าด้วย การที่จำเลยจะต้องรับโทษ
พฤตติการณ์ที่ถือได้ว่า ผู้รับประพฤติเนรคุณ โดยผู้รับได้หมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรง ตามมาตรา 531(2).
พฤตติการณ์ที่ถือได้ว่า ผู้รับประพฤติเนรคุณ โดยผู้รับได้หมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรง ตามมาตรา 531(2).
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 175/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การริบของกลาง: ใช้กฎหมายในขณะกระทำผิดหากมีโทษเบากว่า ตามหลัก ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา 8
การริบทรัพย์เป็นโทษทางอาญาอย่างหนึ่ง ถ้ากฎหมายที่ใช้ในขณะที่จำเลยกระทำผิดให้อยู่ในดุลยพินิจของศาล จะริบหรือไม่ริบก็ได้ แต่กฎหมายที่ใช้ในขณะพิจารณาคดีบัญญัติว่าต้องริบ เช่นนี้ต้องใช้กฎหมายในขณะจำเลยกระทำผิด คือศาลจะไม่ริบก็ได้ ตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา 8.