พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,237 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1066/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองปรปักษ์ในสัญญาขายฝาก: ผู้รับซื้อฝากที่ไม่ได้ลงลายมือชื่อในสัญญา ยันการครอบครองไม่ได้
จำเลยที่ 1 ที่ 2 ตกลงรับซื้อฝากที่ดินของโจทก์ ได้ทำสัญญาขายฝากกันโดยมีชื่อจำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นผู้รับซื้อฝาก แต่จำเลยที่ 2 มิได้ลงลายมือชื่อในสัญญานั้น ดังนี้ จำเลยที่ 2 จะยกการครอบครองปรปักษ์ขึ้นยันโจทก์ผู้ขายฝากไม่ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1066/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองปรปักษ์ในสัญญาขายฝาก: การมีชื่อในสัญญาและการครอบครองที่ดิน
จำเลยที่ 1 ที่ 2 ตกลงรับซื้อฝากที่ดินของโจทก์ ได้ทำสัญญาขายฝากกันโดยมีชื่อจำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นผู้รับซื้อฝาก แต่จำเลย ที่ 2 มิได้ลงลายมือชื่อในสัญญานั้น ดังนี้จำเลยที่ 2 จะยกการครอบครองปรปักษ์ขึ้นยันโจทก์ผู้ขายฝากไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1064/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ผู้ถูกหลอกลวงก่อนส่งทรัพย์ก็เป็นผู้เสียหายได้ คดีฉ้อโกงไม่ได้จำกัดเฉพาะการส่งมอบทรัพย์
ในคดีฉ้อโกง เพียงแต่ถูกหลอกลวงให้ส่งทรัพย์ แม้ยังมิทันส่งทรัพย์ให้ ก็ถือว่าผู้ถูกหลอกลวงเป็นผู้เสียหายแล้ว
เจ้าของโคที่หายไป ถูกจำเลยหลอกลวงเอาเงินไปว่า จะเอาโคมาคืนให้ เจ้าของโคไม่มีเงิน จึงขอให้บุคคลอื่นออกเงินไถ่เอาโคมา โดยตกลงว่า เมื่อไถ่โคมาแล้ว จะมอบโคให้เป็นสิทธิแก่บุคคลนั้น ดังนี้เจ้าของโคยังเป็นผู้เสียหาย และมีสิทธิร้องทุกข์ได้ตามกฎหมาย
เจ้าของโคที่หายไป ถูกจำเลยหลอกลวงเอาเงินไปว่า จะเอาโคมาคืนให้ เจ้าของโคไม่มีเงิน จึงขอให้บุคคลอื่นออกเงินไถ่เอาโคมา โดยตกลงว่า เมื่อไถ่โคมาแล้ว จะมอบโคให้เป็นสิทธิแก่บุคคลนั้น ดังนี้เจ้าของโคยังเป็นผู้เสียหาย และมีสิทธิร้องทุกข์ได้ตามกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1064/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฉ้อโกง: ผู้ถูกหลอกลวงแม้ยังไม่ส่งทรัพย์ก็เป็นผู้เสียหายและมีสิทธิร้องทุกข์ได้
ในคดีฉ้อโกง เพียงแต่ถูกหลอกลวงให้ส่งทรัพย์ แม้ยังมิทันส่งทรัพย์ให้ ก็ถือว่าผู้ถูกหลอกลวงเป็นผู้เสียหายแล้ว
เจ้าของโคที่หายไป ถูกจำเลยหลอกลวงเอาเงินไปว่าจะเอาโคมาคืนให้เจ้าของโคไม่มีเงิน จึงขอให้บุคคลอื่นออกเงินไถ่เอาโคมา โดยตกลงว่า เมื่อไถ่โคมาแล้ว จะมอบโคให้เป็นสิทธิแก่บุคคลนั้น ดังนี้ เจ้าของโคยังเป็นผู้เสียหายและมีสิทธิร้องทุกข์ได้ตามกฎหมาย
เจ้าของโคที่หายไป ถูกจำเลยหลอกลวงเอาเงินไปว่าจะเอาโคมาคืนให้เจ้าของโคไม่มีเงิน จึงขอให้บุคคลอื่นออกเงินไถ่เอาโคมา โดยตกลงว่า เมื่อไถ่โคมาแล้ว จะมอบโคให้เป็นสิทธิแก่บุคคลนั้น ดังนี้ เจ้าของโคยังเป็นผู้เสียหายและมีสิทธิร้องทุกข์ได้ตามกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1063/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตั้งตัวแทนและการแสดงเจตนา: ความแตกต่างระหว่างการตั้งตัวแทนจริงกับการแสดงออกให้ผู้อื่นเข้าใจผิด
มาตรา 798 ที่บัญญัติว่า การตั้งตัวแทนต้องทำเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือ สำหรับกิจการที่ท่านบังคับไว้ว่าต้องทำเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือนั้นเป็นกรณีสำหรับการที่บุคคลกระทำการตั้งตัวแทนโดยมีการตกลงกันระหว่างตัวการและตัวแทนเช่นนั้นจริงๆ
ส่วนมาตรา 821 นั้นเป็นกรณีที่มิได้มีการตั้งตัวแทนกันโดยจริงจังแต่ว่าเป็นกรณีที่บุคคลหนึ่งแสดงออกต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริต หรือยอมให้บุคคลอีกบุคคลหนึ่งแสดงออกต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริตนั้น ให้เขาหลงเชื่อว่าบุคคลอีกคนหนึ่งนั้นเป็นตัวแทนของตน กฎหมายจึงบัญญัติให้บุคคลซึ่งแสดงออกหรือยอมให้เขาแสดงออกซึ่งความไม่จริงนั้น ต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริต เสมือนหนึ่งว่าบุคคลอีกคนหนึ่งนั้นเป็นตัวแทนของตน
ฉะนั้นในกรณีที่บุคคลภายนอกฟ้องร้องจำเลยให้ต้องรับผิดในการกระทำอันไม่เป็นจริงของจำเลย โดยการเชิดผู้อื่นให้เขาหลงเชื่อว่าเป็นตัวแทนของตนแล้ว จำเลยจะอ้างมาตรา 798 มาแก้ตัวให้พ้นจากความรับผิดไม่ได้
ส่วนมาตรา 821 นั้นเป็นกรณีที่มิได้มีการตั้งตัวแทนกันโดยจริงจังแต่ว่าเป็นกรณีที่บุคคลหนึ่งแสดงออกต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริต หรือยอมให้บุคคลอีกบุคคลหนึ่งแสดงออกต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริตนั้น ให้เขาหลงเชื่อว่าบุคคลอีกคนหนึ่งนั้นเป็นตัวแทนของตน กฎหมายจึงบัญญัติให้บุคคลซึ่งแสดงออกหรือยอมให้เขาแสดงออกซึ่งความไม่จริงนั้น ต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริต เสมือนหนึ่งว่าบุคคลอีกคนหนึ่งนั้นเป็นตัวแทนของตน
ฉะนั้นในกรณีที่บุคคลภายนอกฟ้องร้องจำเลยให้ต้องรับผิดในการกระทำอันไม่เป็นจริงของจำเลย โดยการเชิดผู้อื่นให้เขาหลงเชื่อว่าเป็นตัวแทนของตนแล้ว จำเลยจะอ้างมาตรา 798 มาแก้ตัวให้พ้นจากความรับผิดไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1063/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตั้งตัวแทนและการรับผิดตามสัญญา: ความแตกต่างระหว่างมาตรา 798 และ 821
มาตรา 798 ที่บัญญัติว่า การตั้งตัวแทนต้องทำเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือ สำหรับกิจการที่ท่านบังคับไว้ว่าต้องทำเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือนั้น เป็นกรณีสำหรับการที่บุคคลกระทำการตั้งตัวแทนโดยมีการตกลงกันระหว่างตัวการและตัวแทนเช่นนั้นจริง ๆ
ส่วนมาตรา 821 นั้น เป็นกรณีที่มิได้มีการตั้งตัวแทนกันโดยจริงจัง แต่ว่าเป็นกรณีที่บุคคลหนึ่งแสดงออกต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริต หรือยอมให้บุคคลอีกบุคคลหนึ่งแสดงออกต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริตนั้น ให้เขาหลงเชื่อว่าบุคคลอีกคนหนึ่งนั้นเป็นตัวแทนของตน กฎหมายจึงบัญญัติให้บุคคลซึ่งแสดงออกหรือยอมให้เขาแสดงออกซึ่งความไม่จริงนั้น ต้องรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริต ต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริต เสมือนหนึ่งว่าบุคคลอีกคนหนึ่งนั้นเป็นตัวแทนของตน
ฉะนั้นในกรณีที่บุคคลภายนอกฟ้องร้องจำเลยให้ต้องรับผิดในการกระทำอันไม่เป็นจริงของจำเลย โดยการเชิดผู้อื่นให้เขาหลงเชื่อว่าเป็นตัวแทนของตนแล้ว จำเลยจะอ้างมาตรา 798 มาแก้ตัวให้พ้นจากความรับผิดไม่ได้
ส่วนมาตรา 821 นั้น เป็นกรณีที่มิได้มีการตั้งตัวแทนกันโดยจริงจัง แต่ว่าเป็นกรณีที่บุคคลหนึ่งแสดงออกต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริต หรือยอมให้บุคคลอีกบุคคลหนึ่งแสดงออกต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริตนั้น ให้เขาหลงเชื่อว่าบุคคลอีกคนหนึ่งนั้นเป็นตัวแทนของตน กฎหมายจึงบัญญัติให้บุคคลซึ่งแสดงออกหรือยอมให้เขาแสดงออกซึ่งความไม่จริงนั้น ต้องรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริต ต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริต เสมือนหนึ่งว่าบุคคลอีกคนหนึ่งนั้นเป็นตัวแทนของตน
ฉะนั้นในกรณีที่บุคคลภายนอกฟ้องร้องจำเลยให้ต้องรับผิดในการกระทำอันไม่เป็นจริงของจำเลย โดยการเชิดผู้อื่นให้เขาหลงเชื่อว่าเป็นตัวแทนของตนแล้ว จำเลยจะอ้างมาตรา 798 มาแก้ตัวให้พ้นจากความรับผิดไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1052/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ธนบัตรปลอม: เจตนาจำหน่ายและซุกซ่อนเพื่อจำหน่ายเป็นเหตุให้มีความผิด
พยานโจทก์ในคดีที่หาว่าจำเลยมีและจำหน่ายธนบัตรปลอมให้การว่าธนบัตรปลอมที่จับได้จากจำเลยนั้น เป็นของพยาน ดังนี้ พยานผู้นั้นย่อมถูกฟ้องหาว่าสมคบกับจำเลยในคดีนั้นอีกได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1039/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทำสัญญาเช่าระหว่างเจ้าของกรรมสิทธิ์อุปสมบทกับมารดาโดยไม่มีการแต่งตั้งตัวแทน
โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน จำเลยได้ทำสัญญาเช่าจากมารดาโจทก์ ขณะที่โจทก์อุปสมบทเป็นภิกษุ เมื่อไม่ได้ความว่า โจทก์ได้แต่งตั้งมารดาโจทก์เป็นตัวแทน จะเป็นโดยแสดงออกชัด หรือโดยปริยาย ดังนี้จะฟังว่ามารดาโจทก์เป็นตัวแทนของโจทก์ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1039/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทำสัญญาเช่าที่ดินโดยมารดาผู้ไม่ได้รับมอบอำนาจ สิทธิของเจ้าของกรรมสิทธิ์
โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน จำเลยได้ทำสัญญาเช่าจากมารดาโจทก์ขณะที่โจทก์อุปสมบทเป็นภิกษุ เมื่อไม่ได้ความว่า โจทก์ได้แต่งตั้งมารดาโจทก์เป็นตัวแทน จะเป็นโดยแสดงออกชัดหรือโดยปริยาย ดังนี้ จะฟังว่ามารดาโจทก์เป็นตัวแทนของโจทก์ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1035/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเลื่อนนัดสืบพยานเพื่อรับฟังคำให้การจำเลยเพิ่มเติม และอำนาจศาลในการอนุญาตเลื่อนนัด
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟัง และให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ ในวันที่ 26 มิถุนายน 2490 ครั้นถึงวันนัดพิจารณา จำเลยให้การว่าตามที่โจทก์ขอเพิ่มเติมฟ้อง เรื่อง เพิ่มโทษว่าเคยต้องโทษจริงแต่พ้นโทษมาเกิน 5 ปี แล้ว โจทก์ไม่ได้ระบุพยานและไม่มีพยานมาสืบในข้อที่จำเลยเคยต้องโทษในวันนัด ดังนี้ศาลไม่ควรจะสั่งงดสืบพยานโจทก์ เพราะเมื่อก่อนได้ทราบคำให้การจำเลยโจทก์ไม่ทราบประเด็นที่จะต้องสืบ