คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
เลขวณิชธรรมวิทักษ์

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,237 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 992/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำฟ้องคดีแพ่งไม่เคลือบคลุม แม้ไม่ระบุวันเดือนปีเกิดสัญญา หากข้อหาและข้อต่อสู้ชัดเจน
ข้อความที่จะต้องกล่าวในคำฟ้องที่แพ่งนั้น ย่อมต่างกับฟ้องคดีอาญา เพราะในคดีแพ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสิทธิหน้าที่และความรับผิดชอบ ฉะนั้นรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำบางอย่าง จึงมิใช่ข้อสำคัญที่จะต้องกล่าวในคำฟ้องคดีแพ่งอย่างที่บังคับไว้ในมาตรา 158 ป.ม.วิ.อาญาในคดีแพ่งมีบทบังคับไว้ในมาตรา 172 ป.ม.วิ.แพ่งแล้ว
โจทก์กล่าวในคำฟ้องได้ความว่า เมื่อวันเวลาใดจำไม่ได้ราวเดือน มีนาคม 2489 จำเลยได้ตกลงขายนาให้โจทก์ บัดนี้ถึงกำหนดโอนกันแล้ว จำเลยกลับบิดพริ้วไม่ยอมโอน ทั้งฝ่ายจำเลยให้การต่อสู้ว่า จำเลยไม่ได้ทำสัญญาจะขายที่นาให้แก่โจทก์ดังฟ้องเลย ดังนี้ สภาพแห่งข้อหาของโจทก์ก็ดี ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นก็ดี ได้ปรากฏแจ้งชัดในคำฟ้องนั้นแล้ว โดยจำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี จึงได้ปฏิเสธว่าไม่เคยทำสัญญาเช่นว่านั้นกับโจทก์เลย ฟ้องของโจทก์จึงถูกต้องตามกฎหมายแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 992/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำฟ้องคดีแพ่งไม่จำเป็นต้องระบุวันเดือนปีที่แน่นอน หากข้อหาและข้อต่อสู้ชัดเจน
ข้อความที่จะต้องกล่าวในคำฟ้องคดีแพ่งนั้น ย่อมต่างกับฟ้องคดีอาญาเพราะในคดีแพ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสิทธิหน้าที่และความรับผิดฉะนั้นรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำบางอย่าง จึงมิใช่ข้อสำคัญที่จะต้องกล่าวในคำฟ้องคดีแพ่ง อย่างที่บังคับไว้ในมาตรา 158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในคดีแพ่งมีบทบังคับไว้ในมาตรา 172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งแล้ว
โจทก์กล่าวในคำฟ้องได้ความว่าเมื่อวันเวลาใดจำไม่ได้ราวเดือนมีนาคม 2489 จำเลยได้ตกลงขายนาให้โจทก์บัดนี้ถึงกำหนดโอนกันแล้วจำเลยกลับบิดพริ้วไม่ยอมโอน ทั้งฝ่ายจำเลยให้การต่อสู้ว่า จำเลยไม่ได้ทำสัญญาจะขายที่นาให้แก่โจทก์ดังฟ้องเลย ดังนี้ สภาพแห่งข้อหาของโจทก์ก็ดี ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นก็ดี ได้ปรากฏแจ้งชัดในคำฟ้องนั้นแล้ว โดยจำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี จึงได้ปฏิเสธว่าไม่เคยทำสัญญาเช่นว่านั้นกับโจทก์เลย ฟ้องของโจทก์จึงถูกต้องตามกฎหมายแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 986/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิครอบครองที่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย การนำสืบเหตุแห่งการได้มาไม่ถือเป็นการผิดประเด็น
จำเลยต่อสู้อ้างสิทธิครอบครองในที่นารายพิพาท จำเลยย่อมนำสืบถึงเหตุที่ได้มาซึ่งสิทธิครอบครองนั้นได้ ไม่เป็นการผิดประเด็น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 986/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิครอบครองที่ดิน: การนำสืบเหตุได้มาซึ่งสิทธิไม่ถือเป็นการผิดประเด็น
จำเลยต่อสู้อ้างสิทธิครอบครองในที่นารายพิพาท จำเลยย่อมนำสืบถึงเหตุที่ได้มาซึ่งสิทธิครอบครองนั้นได้ ไม่เป็นการผิดประเด็น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 971/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลในการพิจารณาฟ้องก่อนเรียกตัวจำเลย
ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฟ้องเพราะโจทก์มิได้ส่งตัวจำเลยพร้อมกับฟ้อง โจทก์อุทธรณ์และส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยไม่ได้ ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจที่จะพิจารณาฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ เพราะปัญหาในชั้นนี้มีเพียงว่า ศาลควรจะรับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาหรือไม่ ยังไม่เกี่ยวถึงตัวจำเลย เพราะยังไม่ได้เรียกตัวจำเลยเข้ามาเป็นคู่คดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 971/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลในการพิจารณาฟ้องเมื่อยังมิได้เรียกจำเลย
ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฟ้องเพราะโจทก์มิได้ส่งตัวจำเลยพร้อมกับฟ้องโจทก์อุทธรณ์และส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยไม่ได้ ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจที่จะพิจารณาฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ เพราะปัญหาในชั้นนี้มีเพียงว่า ศาลควรจะรับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาหรือไม่ ยังไม่เกี่ยวถึงตัวจำเลยเพราะยังไม่ได้เรียกตัวจำเลยเข้ามาเป็นคู่คดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 970/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ทำร้ายร่างกายจนผู้อื่นไม่สามารถทำงานได้เกิน 20 วัน เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 256(8)
ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บไม่สามารถจะทำการงานอย่างใดๆเป็นเวลา27 วัน เพราะยกแขนขึ้นไม่ได้ ให้เจ็บปวด ดังนี้ ย่อมฟังได้ว่า ผู้เสียหายไม่สามารถจะประกอบการหาเลี้ยงชีพได้โดยปกติเกินกว่า 20 วันต้องตามบทบัญญัติมาตรา 256 ข้อ 8
ศาลชั้นต้นลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 256 ศาลอุทธรณ์แก้ลงโทษตามมาตรา 254 ดังนี้ เป็นแก้มากโจทก์ฎีกาข้อเท็จจริงได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 970/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทำร้ายร่างกายจนทำให้ผู้อื่นไม่สามารถทำงานได้เกิน 20 วัน ถือเป็นเหตุให้ต้องตามมาตรา 256(8)
ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บไม่สามารถจะทำการงานอย่างใด ๆ เป็นเวลา 27 วัน เพราะยกแขนขึ้นไม่ได้ ให้เจ็บปวด ดังนี้ ย่อมฟังได้ว่า ผู้เสียหายไม่สามารถจะประกอบการหาเลี้ยงชีพได้โดยปกติเกินกว่า 20 วัน ต้องตามบทบัญญัติมาตรา 256 ข้อ 8
ศาลชั้นต้นลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 256 ศาลอุทธรณ์แก้ลงโทษตามมาตรา 254 ดังนี้เป็นแก้มาก โจทก์ฎีกาข้อเท็จจริงได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 967/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิเจ้าของทรัพย์ในการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเพื่อขับไล่ผู้บุกรุก ไม่เป็นความผิดฐานบุกรุกเคหะสถาน
การที่เข้าไปรื้อหลังคาเรือนของตน เพื่อไม่ให้บุคคลอื่นที่ไม่มีอำนาจจะเข้าอยู่ในเรือนอาศัยอยู่ต่อไปนั้น ไม่มีผิดฐานบุกรุกเคหะสถานตามมาตรา 329

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 967/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจ้าของบ้านมีสิทธิรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง เพื่อป้องกันผู้อาศัยโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ผิดฐานบุกรุก
การเข้าไปรื้อหลังคาเรือนของตน เพื่อไม่ให้บุคคลอื่นที่ไม่มีอำนาจจะเข้าอยู่ในเรือนอาศัยอยู่ต่อไปนั้น ไม่มีผิดฐานบุกรุกเคหะสถานตามมาตรา 329.
of 324