พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,237 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 872/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเลื่อนการพิจารณาคดีเนื่องจากพยานไม่มาศาล: ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าโจทก์ยังมิได้ละเลยหรือประวิงคดี
พยานโจทก์ไม่มาศาล 2 ครั้ง ซึ่งหลังอำเภอส่งหมายให้พยานไม่ทัน ดั่งนี้ ยังไม่มีเหตุพอจะวินิจฉัยว่า โจทก์ละเลยหรือประวิงความ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 848/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความยินยอมเลิกเช่าตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ต้องเกิดเมื่อผู้ให้เช่าต้องการให้เลิกสัญญาเท่านั้น
คำว่า "ได้รับความยินยอมจากผู้เช่า" ตามมาตรา 16(5) แห่งพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 หมายความเฉพาะถึงกรณีที่ผู้เช่ายินยอมเลิกใช้หรือรับประโยชน์ในทรัพย์สินที่เช่าเท่านั้น ผู้ให้เช่าจึงจะมีสิทธิบังคับให้ผู้เช่าเลิกใช้ได้
ความยินยอมที่จะให้ไว้ล่วงหน้าโดยที่ผู้ให้เช่ายังไม่ได้เรียกร้องให้เลิกใช้ ไม่ใช่เป็นความยินยอมของผู้เช่าตามความหมายของกฎหมายนี้
ความยินยอมที่จะให้ไว้ล่วงหน้าโดยที่ผู้ให้เช่ายังไม่ได้เรียกร้องให้เลิกใช้ ไม่ใช่เป็นความยินยอมของผู้เช่าตามความหมายของกฎหมายนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 848/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความยินยอมเลิกเช่าตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ต้องเป็นกรณีที่ผู้เช่ายินยอมเลิกใช้ทรัพย์สินเมื่อถูกเรียกร้องเท่านั้น
คำว่า "ได้รับความยินยอมจากผู้เช่า" ตามมาตรา 16 (5) แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 หมายความฉะเพาะถึงกรณีย์ที่ผู้เช่ายินยอมเลิกใช้หรือรับประโยชน์ในทรัพย์สินที่เช่าเท่านั้น ผู้ให้เช่าจึงจะมีสิทธิบังคับให้ผู้เช่าเลิกใช้ได้
ความยินยอมที่จะให้ไว้ล่วงหน้าโดยที่ผู้ให้เช่ายังไม่ได้เรียกร้องให้เลิกใช้ ไม่ใช่เป็นความยินยอมของผู้เช่าตามความหมายของกฎหมายนี้
ความยินยอมที่จะให้ไว้ล่วงหน้าโดยที่ผู้ให้เช่ายังไม่ได้เรียกร้องให้เลิกใช้ ไม่ใช่เป็นความยินยอมของผู้เช่าตามความหมายของกฎหมายนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 846/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเคลื่อนย้ายไม้โดยไม่มีใบเบิกทางและการริบไม้ของกลาง
การที่จำเลยมีไม้ไว้และกระทำผิดฐานเคลื่อนย้ายโดยมิได้มีใบเบิกทางกำกับย่อมสั่งริบไม้ของกลางไม่ได้ เพราะไม่เป็นเรื่องที่จำเลยได้มาหรือมีไม้ไว้เนื่องจากการกระทำผิด ในอันที่ศาลจะสั่งริบไม้เสียได้ตามมาตรา 74 แห่งพ.ร.บ.ป่าไม้ 2484
การขนลากไม้กระดานที่เลื่อยจากไม้ตับและไม่มีใบเบิกทางกำกับเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 39,71
การเคลื่อนย้ายไม้แปรรูปจากตำบลหนึ่งไปยังอีกตำบลหนึ่งซึ่งไม่เข้าอยู่ในข้อยกเว้นตามกฎกระทรวงเกษตรธิการ (ฉบับที่ 4) ต้องมีใบเบิกทางกำกับ
การขนลากไม้กระดานที่เลื่อยจากไม้ตับและไม่มีใบเบิกทางกำกับเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 39,71
การเคลื่อนย้ายไม้แปรรูปจากตำบลหนึ่งไปยังอีกตำบลหนึ่งซึ่งไม่เข้าอยู่ในข้อยกเว้นตามกฎกระทรวงเกษตรธิการ (ฉบับที่ 4) ต้องมีใบเบิกทางกำกับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 846/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเคลื่อนย้ายไม้แปรรูปโดยไม่มีใบเบิกทางเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ การริบไม้ต้องมีเหตุจากการกระทำผิด
การที่จำเลยมีไม้ไว้ และกระทำผิดฐานเคลื่อนย้ายโดยมิได้มีใบเบิกทางกำกับ ย่อมสั่งริบไม้ของกลางไม่ได้ เพราะไม่เป็นเรื่องที่จำเลยได้มาหรือมีไม้ไว้ เนื่องจากการกระทำผิดในอันที่ศาลจะสั่งริบไม้เสียได้ ตามมาตรา 74 แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484
การขนลาไม้กระดานที่เลื่อยจากไม้ดับ และไม่มีใบเบิกทางกำกับเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 39, 71.
การเคลื่อนย้ายไม้แปรรูปจากตำบลหนึ่งไปยังอีกตำบลหนึ่ง ซึ่งไม่เข้าอยู่ในข้อยกเว้นตามกฎกระทรวงเกษตราธิกา (ฉะบับที่ 4) ต้องมีใบเบิกทางกำกับ
การขนลาไม้กระดานที่เลื่อยจากไม้ดับ และไม่มีใบเบิกทางกำกับเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 39, 71.
การเคลื่อนย้ายไม้แปรรูปจากตำบลหนึ่งไปยังอีกตำบลหนึ่ง ซึ่งไม่เข้าอยู่ในข้อยกเว้นตามกฎกระทรวงเกษตราธิกา (ฉะบับที่ 4) ต้องมีใบเบิกทางกำกับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 820/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเปลี่ยนแปลงคู่กรณีในสัญญาซื้อขาย: ตัวแทนเปิดเผยตัวการได้ แม้สัญญาไม่ระบุ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยซื้อไม้จากโจทก์แล้วไม่ชำระราคาจำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ทำผิดสัญญา จำเลยได้รับซื้อไม้ไว้จากนายเดชา โจทก์เป็นผู้ทำการแทนนายเดชา จำเลยได้ชำระเงินแก่นายเดชาแล้ว ศาลสั่งว่าโจทก์มีหน้าที่ต้องนำสืบก่อน โจทก์มิได้คัดค้าน จึงยกขึ้นฎีกาไม่ได้
โจทก์ทำสัญญาซื้อขายไม้กับจำเลย การที่จำเลยนำสืบว่า โจทก์เป็นตัวแทนของนายเดชา นายเดชาเป็นตัวการซึ่งมิได้เปิดเผยชื่อ บัดนี้แสดงตัวให้ปรากฏ และเข้ารับเอาสัญญาโจทก์ทำแทนตน ตาม ป.พ.พ.มาตรา 806 ย่อมนำสืบได้
โจทก์ทำสัญญาซื้อขายไม้กับจำเลย การที่จำเลยนำสืบว่า โจทก์เป็นตัวแทนของนายเดชา นายเดชาเป็นตัวการซึ่งมิได้เปิดเผยชื่อ บัดนี้แสดงตัวให้ปรากฏ และเข้ารับเอาสัญญาโจทก์ทำแทนตน ตาม ป.พ.พ.มาตรา 806 ย่อมนำสืบได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 820/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องและการนำสืบตัวแทน - การเปลี่ยนแปลงฐานสัญญาซื้อขายจากโจทก์เป็นนายเดชา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยซื้อไม้จากโจทก์แล้วไม่ชำระราคา จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ทำผิดสัญญา จำเลยได้รับซื้อไม้ไว้จากนายเดชา โจทก์เป็นผู้ทำการแทนนายเดชา จำเลยได้ชำระเงินแก่นายเดชาแล้ว ศาลสั่งว่า โจทก์มีหน้าที่ต้องนำสืบก่อน โจทก์มิได้คัดค้าน จึงยกขึ้นฎีกาไม่ได้
โจทก์ทำสัญญาซื้อขายไม้กับจำเลย การที่จำเลยนำสืบว่าโจทก์เป็นตัวแทนของนายเดชา นายเดชาเป็นตัวการซึ่งมิได้เปิดเผยชื่อ บัดนี้ แสดงตัวให้ปรากฏ และเข้ารับเอาสัญญาที่โจทก์ทำแทนตน ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 806 ย่อมนำสืบได้
โจทก์ทำสัญญาซื้อขายไม้กับจำเลย การที่จำเลยนำสืบว่าโจทก์เป็นตัวแทนของนายเดชา นายเดชาเป็นตัวการซึ่งมิได้เปิดเผยชื่อ บัดนี้ แสดงตัวให้ปรากฏ และเข้ารับเอาสัญญาที่โจทก์ทำแทนตน ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 806 ย่อมนำสืบได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 819/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจจับกุมนอกเขตพื้นที่: ตำรวจมีอำนาจจับกุมผู้กระทำผิดซึ่งหน้าได้ทั่วประเทศ
ตำรวจมีอำนาจจับกุมผู้กระทำความผิดอาญาซึ่งหน้า นอกเขตท้องที่ที่ตนประจำอยู่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 812/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความชัดเจนของเวลาในฟ้องคดีลักทรัพย์: 18.00 น. เพียงพอต่อการเข้าใจข้อหา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยลักทรัพย์ เมื่อ วันที่ 6 มิถุนายน 2490 เวลา 18.00 น.ขอให้ลงโทษตามมาตรา 294กฎหมายลักษณะอาญา โดยไม่ได้ระบุว่า เป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน ดังนี้เป็นฟ้องที่สมบูรณ์
เวลา 18.00 น. อาจเป็นกลางวันหรือกลางคืนก็ได้
เวลา 18.00 น. อาจเป็นกลางวันหรือกลางคืนก็ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 812/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การระบุเวลาในฟ้องลักทรัพย์: เวลา 18:00 น. เพียงพอต่อการเข้าใจข้อหา แม้จะเป็นช่วงเปลี่ยนระหว่างวันและคืน
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยลักทรัพย์เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2490 เวลา 18.00 น. ขอให้ลงโทษตามมาตรา 294 ก.ม.อาญา โดยไม่ได้ระบุว่า เป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน ดังนี้เป็นฟ้องที่สมบูรณ์
เวลา 18.00 น. อาจเป็นกลางวันหรือกลางคืนก็ได้
เวลา 18.00 น. อาจเป็นกลางวันหรือกลางคืนก็ได้