คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
เลขวณิชธรรมวิทักษ์

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,237 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 731/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หน้าที่การนำสืบพยานของโจทก์ในคดีอาญา: การพิสูจน์ความผิดฐานทำให้แหล่งน้ำสาธารณะเสียหาย
ความผิดฐานทำให้ที่ขังน้ำสำหรับสาธารณชนใช้สอยโสโครกเมื่อจำเลยให้การปฏิเสธ คงรับแต่ว่าได้วิดปลาจริง โจทก์มีหน้าที่นำสืบให้ได้ความสมฟ้องว่าจำเลยทำให้ที่ขังน้ำสำหรับสาธารณชนใช้สอยขุ่นข้นโสโครก โจทก์ไม่นำสืบสมฟ้อง จำเลยก็ยังไม่มีความผิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 609/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิ์ที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์: ศาลฎีกาวินิจฉัยกลับข้อเท็จจริงเรื่องการครอบครองและกรรมสิทธิ์
โจทก์ฟ้องว่าผู้ตายได้ยกที่พิพาทให้โจทก์ครอบครองปรปักษ์จนได้กรรมสิทธิ์แล้วจึงตาย จำเลยที่ 1 เป็นทายาทของผู้ตาย ได้ขอโอนรับมรดกที่พิพาท และโอนขายให้จำเลยที่ 2 โดยไม่สุจริต จึงขอให้ศาลแสดงว่า โจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาท และถอนชื่อจำเลยที่ 2 ออกจากโฉนด
ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงตามพยานโจทก์ พิพากษาให้โจทก์ชนะคดีเต็มตามฟ้อง
ศาลอุทธรณ์ไม่ได้ชี้ข้อเท็จจริงว่า โจทก์ครอบครองจนได้กรรมสิทธิ์หรือไม่แต่ชี้ในข้อที่ว่า โจทก์สืบไม่ได้ว่า จำเลยที่ 2 ซื้อไปโดยไม่สุจริตพิพากษายกฟ้อง
โจทก์ฎีกาในข้อที่ว่าสัญญาซื้อขายไม่สุจริตข้อเดียว
ศาลฎีกามีอำนาจชี้ขาดข้อเท็จจริงว่า โจทก์ยังไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยครอบครองปรปักษ์ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 609/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิที่ดินโดยครอบครองปรปักษ์: ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงเรื่องการครอบครองก่อนชี้ขาดเรื่องความสุจริต
โจทก์ฟ้องว่าผู้ตายได้ยกที่พิพาทให้โจทก์ครอบครองปรปักษ์จนได้กรรมสิทธิ+จึงตาย จำเลยที่ 1 เป็นทายาทของผู้ตาย ได้ขอโอนรับมฤดกที่พิพาท และได้ขายให้จำเลยที่ 2 โดย+สุจริต จึงขอให้ศาลแสดง+โจทก์มีกรรมสิทธิในที่พิพาท และถอนชื่อจำเลยที่ 2 ออกจากโฉนด
ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงตามพยานโจทก์ พิพากษาให้โจทก์ชะนะคดีในตามฟ้อง
ศาลอุทรณ์ไม่ได้ชี้ข้อเท็จจริงว่า โจทก์ครอบครองจนได้กรรมสิทธิหือไม่ แต่ชี้ในข้อที่ว่า โจทก์สืบไม่ได้ว่า จำเลยที่ 2 ซื้อไปโดยไม่สุจริต พิพากษายกฟ้อง
โจทก์ฎีกาในข้อที่ว่า สัญญาซื้อขายไม่สุจริตข้อเดียว
ศาลฎีกามีอำนาจชี้ขาดข้อเท็จจริงว่า โจทก์ยังไม่ได้กรรมสิทธิโดยครอบครองปรกักษ์ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 607/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การออกหุ้นเพิ่มทุนราคาสูงกว่ามูลค่า ต้องได้รับอนุญาตตามหนังสือบริคณห์สนธิและกฎหมาย
ป.พ.พ.มาตรา 1105 นั้นใช้บังคับตลอดถึงการออกหุ้นโดยเพิ่มทุนของบริษัทด้วย ไม่ใช่ใช้สำหรับในการตั้งบริษัทใหม่เท่านั้น ฉะนั้นการที่บริษัทจะออกหุ้นในการเพิ่มทุน ให้มีราคาสูกว่ามูลค่าของหุ้นที่ตั้งไว้จะต้องอาศัยหนังสือบริคนห์สนธิของบริษัทได้ให้อำนาจไว้ จึงจะเป็นการถูกต้องตามข้อบัญญัติของมาตรา 1105 วรรค 2
ที่ประชุมใหญ่ของบริษัทลงมติพิเศษให้ออกหุ้นที่เพิ่มขึ้นโดยเรียกเงินให้เปล่าหรือพรีเมียมอีกส่วนหนึ่ง หุ้นละ 50 บาท รวมกับมูลค่าของหุ้น 100 บาท เป็น 150 บาทนั้น เรียกว่าเป็นารออกหุ้นราคาสูงกว่ามูลค่าของหุ้นที่ตั้งไว้ เป็นการฝ่าฝืนต่อมาตรา 1105 วรรค 2 และเป็นมติอันผิดระเบียบซึ่งจะถูกศาลเพิกถอนได้ตามมาตรา 1195.
มติของที่ประชุมใหญ่ของบริษัทอันจะถือได้ว่าเป็นการแก้ไข หนังสือบริคนห์สนธิของบริษัทได้นั้น จะต้องปฏิบัติตามวิธีที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1194 ให้ครบถ้วน.
ที่ประชุมใหญ่ของบริษัทลงมติให้เพิ่มทุนและอนุญาตให้ออกหุ้นราคาสูงกว่ามูลค่าได้ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 1105 วรรค 2 ผู้ถือหุ้นได้คัดค้านว่าไม่ควรขายหุ้นราคาสูงกว่ามูลค่าในใบหุ้น แต่ต่อมาผู้ถือหุ้นคนนั้น ได้ตอบรับซึ้อหุ้นที่ออกใหม่ตามมติประชุมในคราวนั้น ไม่เป็นเหตุ+ถือหุ้นในการที่จะนำคดีมาฟ้อง+ ให้เพิกถอนมติอันผิดระเบียบนั้น มาตรา 1195.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 607/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การออกหุ้นเพิ่มทุนราคาสูงกว่ามูลค่าต้องมีอำนาจตามหนังสือบริคณห์สนธิ และการเพิกถอนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1105 นั้นใช้บังคับตลอดถึงการออกหุ้นโดยเพิ่มทุนของบริษัทด้วย ไม่ใช่ใช้สำหรับในการตั้งบริษัทใหม่เท่านั้น ฉะนั้นการที่บริษัทจะออกหุ้นในการเพิ่มทุนให้มีราคาสูง กว่ามูลค่าของหุ้นที่ตั้งไว้จะต้องอาศัยหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทได้ให้อำนาจไว้ จึงจะเป็นการถูกต้องตามข้อบัญญัติของมาตรา 1105 วรรคสอง
ที่ประชุมใหญ่ของบริษัทลงมติพิเศษให้ออกหุ้นที่เพิ่มขึ้นโดยเรียกเงินให้เปล่าหรือพรีเมียมอีกส่วนหนึ่งหุ้นละ 50 บาทรวมกับมูลค่าของหุ้น 100 บาท เป็น 150 บาทนั้นเรียกว่าเป็นการออกหุ้นราคาสูงกว่ามูลค่าของหุ้นที่ตั้งไว้ เป็นการฝ่าฝืนต่อมาตรา 1105 วรรค 2 และเป็นมติอันผิดระเบียบซึ่งจะถูกศาลเพิกถอนได้ตามมาตรา 1195
มติของที่ประชุมใหญ่ของบริษัทอันจะถือได้ว่าเป็นการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทได้นั้น จะต้องปฏิบัติตามวิธีที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1194 ให้ครบถ้วน
ที่ประชุมใหญ่ของบริษัทลงมติให้เพิ่มทุนและอนุญาตให้ออกหุ้นราคาสูงกว่ามูลค่าได้อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 1105 วรรค 2 ผู้ถือหุ้นได้คัดค้านว่าไม่ควรขายหุ้นราคาสูงกว่ามูลค่าในใบหุ้น แต่ต่อมาผู้ถือหุ้นคนนั้น ได้ตอบรับซื้อหุ้นที่ออกใหม่ตามมติของที่ประชุมในคราวนั้น ไม่เป็นเหตุตัดสิทธิผู้ถือหุ้นในการที่จะนำคดีมาฟ้องศาลขอให้เพิกถอนมติอันผิดระเบียบนั้นตามมาตรา 1195

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 598-601/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานจับคนเพื่อสินไถ่สำเร็จเมื่อหน่วงเหนี่ยวกักขัง แม้ยังไม่ได้รับเงินสินไถ่ก็ได้
ความผิดฐานจับคนเพื่อสินไถ่ ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา270 แก้ไขเมื่อ พ.ศ.2477 ย่อมสำเร็จบริบูรณ์ตั้งแต่ขณะที่จำเลยจับกุมพาบุคคลไปโดยใช้กำลังขู่เข็ญให้ไปด้วยความกลัว แม้ยังมิได้รับเงินค่าไถ่เลยก็ตาม
คำวิเคราะห์ศัพท์ว่าสินไถ่ในกฎหมายลักษณะอาญานั้น เป็นคำหมายแสดงลักษณะของคำว่าสินไถ่มิใช่องค์บัญญัติแห่งความผิด
สินไถ่หรือสินจ้างไม่จำเป็นว่าต้องให้ตอบแทนทันทีในขณะที่ปล่อยคนที่ถูกจับเสมอจะให้ก่อนปล่อยหรือภายหลังการปล่อยก็ได้ ความหมายอันสำคัญเพียงว่าเป็นสินจ้างหรือสินไถ่ เพื่อแลกเปลี่ยนกับคนที่ถูกจับกลับคืนมาเท่านั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 595/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจถอนมอบหมายตัวแทนรับเงินเดิมพัน & สิทธิเรียกคืนเงิน
การเป็นตัวแทนของทั้งสองฝ่ายย่อมเป็นได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 805
นายบ่อนชนโครับเงินเดิมพันจากคู่พนันทั้งสองฝ่ายไว้ เพื่อมอบเงินทั้งหมดให้แก่ฝ่ายชนะพนันนั้น ย่อมได้ชื่อว่าเป็นตัวแทนของเจ้าของเงินทั้งสองฝ่าย ตราบใดที่ยังมิได้จ่ายเงินไปตามที่ได้รับมอบหมายไว้ผู้วางเงินเดิมพันมีสิทธิที่จะถอนอำนาจที่ได้มอบหมายนั้น คือสั่งให้งดการจ่ายเงินของตนและขอคืนไปได้ และในกรณีเช่นนี้ถือว่านายบ่อนมิใช่คู่พนันขันต่อกับผู้วางเงินเดิมพัน แต่หากเป็นคนกลางหรือเป็นตัวแทนของคู่พนันเท่านั้นจึงไม่เข้าลักษณะ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 853 ผู้วางเดิมพันจึงมีอำนาจฟ้องเรียกเงินเดิมพันที่ตนมอบหมายไว้ คืนจากนายบ่อนได้ในเมื่อได้บอกกล่าวขอคืนก่อนนายบ่อนจ่ายเงินนั้นให้คู่พนันอีกฝ่ายหนึ่งไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 591/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ นิยาม 'เคหะ' ใน พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า: สิ่งปลูกสร้างใช้ประกอบธุรกิจ ไม่ถือเป็นเคหะ แม้มีส่วนที่อยู่อาศัย
'เคหะ' ตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489มาตรา 5 นั้น มีความหมายในเบื้องต้นว่า ต้องเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย
สิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ถึงประกอบธุรกิจการค้าหรืออุตสาหกรรมด้วย ก็ยังนับว่าเป็น'เคหะ' แต่ถ้าสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประกอบธุรกิจการค้าหรืออุตสาหกรรมซึ่งไม่อยู่ในความหมายของคำว่า 'เคหะ' แล้ว แม้จะใช้เป็นที่อยู่อาศัยด้วย ก็ไม่กลับกลายเป็นเคหะขึ้นมาได้
โจทก์เช่าโรงเลื่อยเพื่อเลื่อยไม้จำหน่าย นับว่าเช่าสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่ประกอบธุรกิจการค้าหรืออุตสาหกรรมโดยตรง ไม่ต้องด้วยลักษณะของคำว่า'เคหะ' ตามความในพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าปี 2489

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 591/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำว่า 'เคหะ' ตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า: สิ่งปลูกสร้างใช้ประกอบธุรกิจค้า/อุตสาหกรรม แม้มีที่อยู่อาศัยด้วย ก็ไม่ถือเป็นเคหะ
"เคหะ" ตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ. 2489 มาตรา 5 นั้น มีความหมายในเบื้องต้นว่า ต้องเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย
สิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ถึงประกอบธุระกิจการค้าหรืออุตสาหกรรมด้วย ก็ยังนับว่าเป็น "เคหะ" แต่ถ้าสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประกอบธุระกิจการค้าหรืออุตสาหกรรม ซึ่งไม่อยู่ในความหมายของคำว่า "เคหะ" แล้ว แม้จะใช้เป็นที่อยู่อาศัยด้วย ก็ไม่กลับกลายเป็นเคหะขึ้นมาได้
โจทก์เช่าโรงเลื่อยเพื่อเลื่อยไม้จำหน่าย นับว่าเช่าสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่ประกอบธุระกิจการค้า หรืออุตสาหกรรมโดยตรง ไม่ต้องด้วยลักษณะของคำว่า "เคหะ" ตามความใน พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าปี 2489.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 583/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำรับสารภาพประกอบพยานหลักฐานคดีอาญา: การพิพากษาคดีฆ่าผู้อื่นโดยอาศัยคำรับสารภาพและพยานยืนยัน
จำเลยรับสารภาพต่อศาลว่าฆ่าผู้ตายจริง และโจทก์มีพยาน 1 ปากว่า จำเลยกลับถึงบ้านก็บอกพะยานว่าแทงผู้ตาย ตาย มีปลัดอำเภอผู้สอบสวนว่าจำเลยรับว่าแทงผู้ตาย ตาย และมีแพทย์ผู้ชัณสูตรศพว่าผู้ตาย ตายเพราะแผลถูกแทง ดังนี้ เป็นพะยานประกอบ+ พอลงโทษตามมาตรา 249
of 324