คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
เลขวณิชธรรมวิทักษ์

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,237 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 426/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลในการบังคับชำระค่าเช่าหลังวันฟ้อง และขอบเขตความรับผิดของจำเลยในสถานการณ์พิเศษ
ในคดีที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเช่าหรือค่าเสียหาย คำนวณถึงวันฟ้องเมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะพิพากษาให้ชำระค่าเช่าหรือค่าเสียหายถึงวันที่ได้ชำระเสร็จตามคำพิพากษาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(4) นั้นได้ให้อำนาจศาลไว้สำหรับจะบังคับให้เมื่อศาลเห็นสมควรเท่านั้น ถ้ามีกรณีที่ศาลเห็นไม่สมควรศาลก็ย่อมมีอำนาจที่ไม่บังคับให้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 424/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีไม่ตรงกับข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในศาล ถือเป็นการสืบไม่สมฟ้อง
โจทก์รับโคของจำเลยที่+ของฝ่ายตนทำให้บาดเจ็บไว้รักษา แล้วมอบโคของตนให้จำเลยไปใช้งานแทนก่อนชั่วคราวเมื่อรักษาแผลโคหายแล้วต่างจะเปลี่ยนโคกันตามเดิม ครั้นโคที่เจ็บตายแล้ว โจทก์ส่งคืนจำเลย ปรากฏว่าโคที่โจทก์มอบให้จำเลยไปใช้นั้นตายเสียแล้ว ดังนี้โจทก์ควรจะฟ้องเรียกโคของโจทก์กลับคืนหรือเรียกค่าเสียหายฐานยืมใช้คงรูป.
ถ้าโจทก์มาฟ้องว่าได้ตกลงแลกเปลี่ยนโคกับจำเลย โดยจำเลยรับมอบโคจากโจทก์แล้ว ส่วนโคของจำเลยซึ่งจะต้องมอบให้โจทก์นั้น จำเลยมิได้นำมามอบตามสัญญาแลกเปลี่ยน โจทก์จึงฟ้องให้จำเลยมอบโคของจำเลยหรือใช้ราคาดังนี้ ถือว่าประเด็นที่โจทก์ฟ้องรูปเรื่องต่างกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณา ฉะนั้นที่โจทก์ฟ้องผิดรูปเรื่องมาดังนี้เป็นการแสดงว่าโจทก์นำสืบไม่สมฟ้อง ศาลต้องยกฟ้อง.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 424/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีไม่ตรงกับข้อเท็จจริง การสืบพยานไม่สมประเด็นฟ้อง ทำให้ศาลยกฟ้อง
โจทก์รับโคของจำเลยที่คนของฝ่ายตนทำให้บาดเจ็บไว้รักษาแล้วมอบโคของตนให้จำเลยไปใช้งานแทนก่อนชั่วคราว เมื่อรักษาแผลโคหายแล้วต่างจะคืนโคกันตามเดิมครั้นโคที่เจ็บหายแล้ว โจทก์ส่งคืนจำเลยปรากฏว่าโคที่โจทก์มอบให้จำเลยไปใช้นั้นตายเสียแล้ว ดังนี้โจทก์ควรจะฟ้องเรียกโคของโจทก์กลับคืนหรือเรียกค่าเสียหายฐานยืมใช้คงรูป
ถ้าโจทก์มาฟ้องว่าได้ตกลงแลกเปลี่ยนโคกับจำเลย โดยจำเลยรับมอบโคจากโจทก์แล้ว ส่วนโคของจำเลยซึ่งจะต้องมอบให้โจทก์นั้นจำเลยมิได้นำมามอบตามสัญญาแลกเปลี่ยน
โจทก์จึงฟ้องให้จำเลยมอบโคของจำเลยหรือใช้ราคาดังนี้ ถือว่าประเด็นที่โจทก์ฟ้องรูปเรื่องต่างกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณา ฉะนั้นที่โจทก์ฟ้องผิดรูปเรื่องมา ดังนี้ เป็นการแสดงว่าโจทก์นำสืบไม่สมฟ้องศาลต้องยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 417/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ แจ้งความเท็จเรื่องหนี้สินและการทำลายทรัพย์สิน อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นได้
แจ้งความเท็จอันไม่เกี่ยวกับการกระทำผิดอาญา เป็นความผิดตามกฏหมายลักษณะอาญามาตรา 118 วรรคต้น ถ้าเป็นเรื่องแจ้งความเท็จเกี่ยวกับการกระทำผิดอาญาต้องโทษตามวรรคที่แก้ไขเพิ่มเติม โดย พ.ร.บ.แก้ไข พ.ศ.2477 (ฉะบับที่ 3)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยแจ้งความเท็จว่าโจทก์ซื้อเชื่อร่มของจำเลยไป ไม่ยอมใช้ราคาและฉีกร่มนั้นขาดเสียหาย. ส่วนความจริงจำเลยยินยอมให้ร่มแก่โจทก์เพื่อทดแทนร่มที่จำเลยทำของโจทก์เสียหายดังนี้ ถ้าเป็นความจริงดังฟ้องก็ถือได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายและเป็นความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 118 วรรคต้น.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 417/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ แจ้งความเท็จเรื่องซื้อขายร่มและค่าเสียหาย อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นได้
แจ้งความเท็จอันไม่เกี่ยวกับการกระทำผิดอาญาเป็นความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 118 วรรคต้น ถ้าเป็นเรื่องแจ้งความเท็จเกี่ยวกับการกระทำผิดอาญาต้องโทษตามวรรคที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไข พ.ศ.2477(ฉบับที่ 3)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยแจ้งความเท็จว่าโจทก์ซื้อเชื่อร่มของจำเลยไปไม่ยอมใช้ราคาและฉีกร่มนั้นขาดเสียหาย ส่วนความจริงจำเลยยินยอมให้ร่มแก่โจทก์เพื่อทดแทนร่มที่จำเลยทำของโจทก์เสียหายดังนี้ ถ้าเป็นความจริงดังฟ้อง ก็ถือได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายและเป็นความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 118 วรรคต้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 416/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องเรียกคืนทรัพย์ด้วยสัญญา ยืม หากสืบไม่ได้ว่ามีสัญญา ยืมจริง ก็ต้องยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์คืนโดย+ยืม แล้วโจทก์สืบไม่ได้ว่า+ยืม ดังนี้ก็ต้องยกฟ้อง+ว่า โจทก์ได้ขายทรัพย์นั้นแก่+ถูกต้องหรือไม่ หรือว่าโจทก์+สิทธิในทรัพย์นั้นหรือไม่ + ประเด็นแห่งคดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 416/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องเรียกคืนทรัพย์ด้วยสัญญาที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ ย่อมต้องยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์คืนโดยมูลสัญญายืม แล้วโจทก์สืบไม่ได้ว่าได้มีสัญญายืม ดังนี้ ก็ต้องยกฟ้อง ปัญหาที่ว่าโจทก์ได้ขายทรัพย์นั้นแก่จำเลยถูกต้องหรือไม่หรือว่าโจทก์มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์นั้นหรือไม่ไม่เป็นประเด็นแห่งคดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 414/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบังคับเรียกค่าไถ่และการขู่กรรโชกทรัพย์ ศาลฎีกาวินิจฉัยความผิดฐานปล้นทรัพย์ไม่เข้าข่าย
จำเลยกับพวกจับตัวผู้เสียหายไปควบคุมตัวไว้แล้วบังคับเอาเงินจากพ่อตาและภรรยาเพื่อสินไถ่และเรียกผู้เสียหายคนอื่นอีก 6 คนมาหาว่าลักควาย บังคับให้หาเงินมาให้จำเลยดังนี้ การกระทำในตอนแรกเป็นเรื่องจับตัวไปบังคับเรียกเอาค่าสินไถ่โดยตรง การกระทำในตอนหลัง ก็ไม่มีกริยาเป็นโจรชิงทรัพย์ตามความหมายของ ก.ม. จึงไม่ใช่ความผิดฐานชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่า จำเลยมีความผิดตามกฏหมายอาญามาตรา 301 - 270 แต่ให้รวมกะทงลงโทษตาม ม.270 ซึ่งเป็นบทหนักแต่บทเดียว โจทก์มิได้ฎีกาคัดค้านประการใด ดังนี้
เมื่อศาลฎีกาคงเห็นว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 270 ซึ่งเป็นบทหนักอยู่แล้ว แม้จะเห็นว่าจำเลยไม่ผิดตามม.301ด้วย ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยว่า จำเลยมีผิดฐานใดอีก เพราะลงโทษบทหนักอยู่แล้ว
อัยยการโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฏหมายอาญามาตรา 301-270 กับขอให้จำเลยคืนหรือใช้ทรัพย์ ถ้าศาลพิพากษาว่าจำเลยไม่มีความผิดตามมาตรา 301 แล้ว อัยยการก็ไม่มีอำนาจเรียกเงินคืนแทนผู้เสียหาย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 414/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบังคับเรียกค่าสินไถ่และการข่มขู่เรียกทรัพย์: ศาลฎีกาแก้ข้อกล่าวหาปล้นทรัพย์ แต่ยืนตามบทหนักเดิม
จำเลยกับพวกจับตัวผู้เสียหายไปควบคุมตัวไว้แล้วบังคับเอาเงินจากพ่อตาและภรรยาเพื่อสินไถ่ และเรียกผู้เสียหายคนอื่นอีก 6 คนมาหาว่าลักควายบังคับให้หาเงินมาให้จำเลยดังนี้ การกระทำในตอนแรกเป็นเรื่องจับตัวไปบังคับเรียกเอาค่าสินไถ่โดยตรง การกระทำในตอนหลังก็ไม่มีกริยาเป็นโจรชิงทรัพย์ตามความหมายของกฎหมายจึงไม่ใช่ความผิดฐานชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่า จำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 301,270 แต่ให้รวมกระทงลงโทษตาม มาตรา270 ซึ่งเป็นบทหนักแต่บทเดียวโจทก์มิได้ฎีกาคัดค้านประการใด ดังนี้
เมื่อศาลฎีกาคงเห็นว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 270ซึ่งเป็นบทหนักอยู่แล้ว แม้จะเห็นว่าจำเลยไม่ผิดตามมาตรา 301 ด้วย ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยว่าจำเลยมีผิดฐานใดอีก เพราะลงโทษบทหนักอยู่แล้ว
อัยการโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 301,270 กับขอให้จำเลยคืนหรือใช้ทรัพย์ถ้าศาลพิพากษาว่าจำเลยไม่มีความผิดตามมาตรา 301 แล้ว อัยการก็ไม่มีอำนาจเรียกเงินคืนแทนผู้เสียหาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 343/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีอาญาโดยมีการกล่าวอ้างถึงการร้องทุกข์ของผู้เสียหาย จำเลยไม่โต้แย้ง ศาลไม่ต้องสืบการร้องทุกข์
คดีอาญาที่เป็นความผิดต่อส่วนตัวนั้น เมื่อโจทก์บรรยายมาในฟ้องแล้วว่า ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ขอให้นำคดีขึ้นว่ากล่าวตามกฎหมายแล้วฝ่ายจำเลยก็มิได้คัดค้านร้องทุกข์เช่นนี้ คดีไม่จำเป็นต้องนำสืบถึงการร้องทุกข์ อ้างฎีกาที่ 489/2488 ทั้งทางพิจารณาที่ปรากฏ ก็ไม่ได้ความว่าคดีไม่มีการร้องทุกข์ ดังนี้จำเลยจะหยิบยกเป็นข้อโต้เถียงชั้นศาลสูงไม่ได้
of 324