คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
เลขวณิชธรรมวิทักษ์

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,237 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 267/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาไม่เป็นประโยชน์เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว แม้จะโต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นก่อนพิพากษา
จำเลยขอให้ศาลชี้ขาดปัญหาข้อกฏหมายเบื้องต้นตาม ป.วิ.แพ่ง ม.24 ศาลชั้นต้นวินิจฉัยแล้วมีคำสั่งให้ยกคำขอของจำเลยเสีย จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นคงดำเนินการพิจารณาคดีต่อไปแล้วพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี จำเลยมิได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นอีก ดังนี้ ถือว่าคดีย่อมถึงที่สุดเด็ดขาดตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้ว เมื่อศาลอุทธรณ์ยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำขอของจำเลยนั้น จำเลยฎีกาคำสั่งนั้นต่อศาลฎีกาอีก ก็ไม่เป็นประโยชน์แก่คดีจำเลยอย่างใด เพราะศาลฎีกาไม่อาจจะพิพากษายกหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ถึงที่สุดเด็ดขาดแล้วนั้นได้ และฎีกาชะนิดนี้ไม่เป็นประเด็นในผลแห่งคดี ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 267/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาไม่เป็นประโยชน์เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว แม้มีการอุทธรณ์คำสั่งชี้ขาดเบื้องต้น
จำเลยขอให้ศาลชี้ขาดปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 24 ศาลชั้นต้นวินิจฉัยแล้วมีคำสั่งให้ยกคำขอของจำเลยเสีย จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นคงดำเนินการพิจารณาคดีต่อไปแล้วพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี จำเลยมิได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นอีก ดังนี้ ถือว่าคดีย่อมถึงที่สุดเด็ดขาดตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้ว เมื่อศาลอุทธรณ์ยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำขอของจำเลยนั้น จำเลยฎีกาคำสั่งนั้นต่อศาลฎีกาอีก ก็ไม่เป็นประโยชน์แก่คดีจำเลยอย่างใด เพราะศาลฎีกาไม่อาจจะพิพากษายกหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ถึงที่สุดเด็ดขาดแล้วนั้นได้ และฎีกาชนิดนี้ไม่เป็นประเด็นในผลแห่งคดีศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 266/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทุเลาการบังคับคดีที่หมดประเด็นเมื่อศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแล้ว
จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ขอทุเลาการบังคับคดีไว้ชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งยกคำร้องนั้นเสีย จำเลยจึงฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์แต่ในระหว่างที่ฎีกาคำสั่งอยู่ที่ศาลฎีกา ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นแล้วดังนี้ ข้อที่จำเลยขอทุเลาการบังคับไว้ชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ จึงไม่มีประเด็นที่ศาลฎีกาจะต้องวินิจฉัย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 266/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ทุเลาการบังคับคดีเมื่อศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นแล้ว ถือว่าไม่มีประเด็นให้วินิจฉัย
จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ขอทุเลาการบังคับคดีไว้ชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งยกคำร้องนั้นเสีย
จำเลยจึงฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์แต่ในระหว่างที่ฎีกาคำสั่งอยู่ที่ศาลฎีกา ปรากฏว่า ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นแล้ว ดังนี้ ข้อที่จำเลยขอทุเลาการบังคับไว้ชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ จึงไม่มีประเด็นที่ศาลฎีกาจะต้องวินิจฉัย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 259/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิ์ในที่ดินสวนมะพร้าว แม้ไม่มีโฉนด ย่อมมีระยะเวลาการครอบครองที่คุ้มครองตามกฎหมาย
ที่ดินสวนมะพร้าว แม้จะไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินก็ดี ย่อมถือได้ว่าเป็นที่ดินซึ่งได้ปลูกพรรณไม้อันมีค่า เป็นที่ดินมีราคาแล้ว จึงเป็นธรรมดาที่ผู้ครอบครองย่อมหวงแหน ถืออำนาจเป็นเจ้าของและครอบครองกรรมสิทธิ์ไม่สละละทิ้งไปง่าย ๆ ต่อเมื่อผู้อื่นเข้าครอบครองโดยความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี จึงจะได้กรรมสิทธิตามมาตรา 1382.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 259/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิ์ในที่ดินสวนมะพร้าว แม้ไม่มีหนังสือสำคัญ ย่อมได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย หากยังไม่ถึงกำหนดระยะเวลาการครอบครอง
ที่ดินสวนมะพร้าว แม้จะไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินก็ดีย่อมถือได้ว่าเป็นที่ดินซึ่งได้ปลูกพรรณไม้อันมีค่าเป็นที่ดินมีราคาแล้วจึงเป็นธรรมดาที่ผู้ครอบครองย่อมหวงแหน ถืออำนาจเป็นเจ้าของและครอบครองกรรมสิทธิ์ไม่สละละทิ้งไปง่ายๆ ต่อเมื่อผู้อื่นเข้าครอบครองโดยความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปีจึงจะได้กรรมสิทธิ์ตามมาตรา 1382

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 244/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การจับกุมนอกหน้าที่และการป้องกันตัวโดยชอบธรรม เจ้าพนักงานไม่มีอำนาจจับกุมในเคหสถาน
กรมการอำเภอตั้งกำนันตรวจโรงฆ่าสัตว์ และทำการจับกุมผู้ฆ่าสุกรโดยไม่ได้รับอนุญาต กำนันไปพบผู้หาบของมาสงสัยว่า จะทำการขายเนื้อสุกรโดยไม่ได้รับอนุญาต จะเข้าจับกุมผู้นั้นหนีเข้าบ้าน กำนันตามเข้าไปเพื่อจะจับ จำเลยหยิบมีดมา เงื้อจะทำร้ายพอดีตำรวจจับจำเลย ดังนี้ ไม่มีเหตุถือว่า เป็นการกระทำผิดซึ่งหน้า และคดีนี้กำนันไม่มีอำนาจเข้าไปจับในห้อง จึงเป็นการนอกหน้าที่ จำเลยทำการป้องกันได้ ไม่มีความผิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 242/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบเขตความคุ้มครอง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ: ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยถูกต้อง ไม่เป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริง
ศาลชั้นต้นเห็นว่า พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯลฯ 2489 ใช้คุ้มครองแก่กรณีของจำเลยได้แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏ จำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัตินั้นเพราะจำเลยมิได้ใช้สถานที่เช่าเป็นที่อยู่อาศัยส่วนศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้เช่าแล้วพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่านั้นจึงไม่คุ้มครองแก่ฐานะของจำเลยเสียเลยดังนี้ เป็นการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายโดยตรง ไม่ใช่วินิจฉัยข้อเท็จจริงต่างกับที่ศาลล่างได้วินิจฉัยไว้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 242/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบเขตการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ: สถานะผู้เช่าและการใช้ประโยชน์จากสถานที่เช่า
ศาลชั้นต้นเห็นว่า พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯลฯ 2489 ใช้คุ้มครองแก่กรณีย์ของจำเลย ได้แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏ จำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. นั้น เพราะจำเลยมิได้ใช้สถานที่เช่าเป็นที่อยู่อาศัย ส่วนศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้เช่าแล้ว พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่านั้น จึงไม่คุ้มครองแก่ฐานะของจำเลยเสียเลย ดังนี้ เป็นการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายโดยตรง ไม่ใช่วินิจฉัยข้อเท็จจริง ต่างกับที่ศาลล่างได้วินิจฉัยไว้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 241/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การร่วมวิวาทและรับผิดอาญา แม้ไม่ได้อยู่ในกลุ่มผู้ก่อเหตุโดยตรง
ไม่ได้อยู่ในกลุ่มคนวิวาทกัน แต่ได้ยืนอยู่ใกล้ที่วิวาทและได้เอาเก้าอี้ทุ่มลงไปในกลุ่มคนที่วิวาทกัน ได้ชื่อว่าเป็นการวิวาทด้วย เมื่อเกิดการทำร้ายกันตายในวงวิวาท ก็ต้องมีความผิดตาม มาตรา 253 ด้วย
of 324