พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,237 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 143/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หนี้ส่งมอบทรัพย์เฉพาะการชำระหนี้ด้วยเงินเมื่อผิดนัด
จ้างโรงงานหีบอ้อยเป็นน้ำตาล เมื่อได้น้ำตาลแล้วโรงงานไม่ยอมมอบให้จนต้องฟ้องขอให้ศาลบังคับให้ส่งมอบน้ำตาลดังนี้ วัตถุแห่งนี้ก็คงเป็นน้ำตาลจำนวนนั้น จะกลายเป็นหนี้เงินโดยคำนวนเอาตามราคาน้ำตาลในขณะที่หีบน้ำตาลเสร็จและผิดนัดไม่ได้ เมื่อโรงงานไม่สามารถส่งน้ำตาลให้ได้ ก็ต้องใข้ราคาน้ำตาลโดยคำนวนในขณะที่เจ้าหนี้ร้องขอศาลให้บังคับชำระหนี้ตาม ป.พ.พ.ม.213
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 142/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การถอนฟ้องฎีกาและฟ้องในชั้นต้น/อุทธรณ์หลังประนีประนอมยอมความ คืนค่าใช้จ่ายบางส่วน
จำเลยเป็นผู้ยื่นฎีกาแล้วยื่นคำร้อง ขอถอนฎีกา กับขอถอนฟ้องชั้นศาลชั้นต้น ชั้นศาลอุทธรณ์กับขอคืนค่าฤชา ธรรมเนียมตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาด้วยนั้น ศาลฎีกาอนุญาตให้ถอนฟ้องฎีกาได้ แต่ส่วนการถอนฟ้องในชั้นศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์นั้น อนุญาตไม่ได้ และให้คืนค่าตัดสินและค่าคำบังคับชั้นฎีกาให้แก่จำเลย ค่าฤาชาธรรมเนียมนั้นคืนไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 142/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การถอนฟ้องฎีกาและการขอคืนค่าฤชาธรรมเนียมหลังประนีประนอมยอมความ
จำเลยเป็นผู้ยื่นฎีกาแล้วยื่นคำร้องขอถอนฎีกากับขอถอนฟ้องชั้นศาลชั้นต้นชั้นศาลอุทธรณ์กับขอคืนค่าฤชาธรรมเนียมตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาด้วยนั้น ศาลฎีกาอนุญาตให้ถอนฟ้องฎีกาได้ แต่ส่วนการถอนฟ้องในชั้นศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์นั้นอนุญาตไม่ได้และให้คืนคำตัดสินและค่าคำบังคับชั้นฎีกาให้แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมนั้นคืนไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 133-134/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
รวมคดีเหตุเดียวกัน ฟังพยานหลักฐานรวมกันได้ แม้ฟ้องต่างสำนวน ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยได้
คดีอาญาราษฎรและอัยการต่างเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยในกรณีเหตุอันเดียวกันนั้น ถ้าศาลสั่งให้รวมการพิจารณาคดีเป็นคดีเดียวกันแล้วการฟังคำพยานหลักฐานก็รวมเป็นคดีเดียวกันได้ ไม่ต้องแยกว่าเป็นพยานของสำนวนไหน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 128/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาพยานหลักฐาน ศาลต้องพิจารณาประกอบกันทั้งหมด ไม่ยึดถือเพียงพยานที่ขัดแย้งกับคำฟ้อง
ศาลจำต้องพิเคราะห์คำพยานประกอบกันทั้งหมดแล้ววินิจฉัยตามเหตุผลที่ควรจะเป็นจริง จะถือเอาคำพยานของโจทก์เพียงบางปากที่เบิกความเป็นปรปักษ์ต่อคำฟ้องของโจทก์ขึ้นชี้ขาดนั้นหาควรไม่
เจ้าทรัพย์และบุตรเบิกความในชั้นศาลว่าเกิดเหตุวันแรม2 ค่ำแต่คำพยานปากอื่นๆ ของโจทก์ตลอดจนพนักงานสอบสวนผู้สอบสวนภายหลังเกิดเหตุเพียง 2 วัน ก็ว่าประจักษ์พยานของโจทก์ทุกปาก ยืนยันในชั้นสอบสวนว่า เหตุเกิดวันแรม 1 ค่ำตรงกับฟ้องทั้งนั้น ดังนี้ ย่อมฟังได้ว่า เกิดเหตุวันแรม 1 ค่ำ
เจ้าทรัพย์และบุตรเบิกความในชั้นศาลว่าเกิดเหตุวันแรม2 ค่ำแต่คำพยานปากอื่นๆ ของโจทก์ตลอดจนพนักงานสอบสวนผู้สอบสวนภายหลังเกิดเหตุเพียง 2 วัน ก็ว่าประจักษ์พยานของโจทก์ทุกปาก ยืนยันในชั้นสอบสวนว่า เหตุเกิดวันแรม 1 ค่ำตรงกับฟ้องทั้งนั้น ดังนี้ ย่อมฟังได้ว่า เกิดเหตุวันแรม 1 ค่ำ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 128/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาพยานหลักฐาน ศาลต้องพิจารณาประกอบทุกส่วน ไม่ยึดถือเพียงบางส่วนที่ขัดแย้งกับพยานหลักฐานอื่น
ศาลจำต้องพิเคราะห์คำพยานประกอบกันทั้งหมด แล้ววินิจฉัยตามเหตุผลที่ควรจะเป็นจริง จะถือเอาคำพยานของโจทก์เพียงบางปากที่เบิกความเป็นปรปักษ์ต่อคำฟ้องของโจทก์ขึ้นชี้ขาดนั้นหาควรไม่
เจ้าทรัพย์และบุตรเบิกความในชั้นศาลว่า เกิดเหตุวันแรม 2 ค่ำ แต่คำพยานปากอื่น ๆ ของโจทก์ตลอดจนพนักงานสอบสวน ผู้สอบสวนภายหลังเกิดเหตุเพียง 2 วัน ก็ว่าประจักษ์พยานของโจทก์ทุกปาก ยืนยันในชั้นสอบสวนว่า เหตุเกิดวันแรม 1 ค่ำ ตรงกับฟ้องทั้งนั้น ดังนี้ ย่อมฟังได้ว่า เกิดเหตุวันแรม 1 ค่ำ
เจ้าทรัพย์และบุตรเบิกความในชั้นศาลว่า เกิดเหตุวันแรม 2 ค่ำ แต่คำพยานปากอื่น ๆ ของโจทก์ตลอดจนพนักงานสอบสวน ผู้สอบสวนภายหลังเกิดเหตุเพียง 2 วัน ก็ว่าประจักษ์พยานของโจทก์ทุกปาก ยืนยันในชั้นสอบสวนว่า เหตุเกิดวันแรม 1 ค่ำ ตรงกับฟ้องทั้งนั้น ดังนี้ ย่อมฟังได้ว่า เกิดเหตุวันแรม 1 ค่ำ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 76/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิฎีกาข้อเท็จจริงในคดีที่ทุนทรัพย์เกิน 2,000 บาท แม้ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์พิพากษาให้ได้น้อยกว่า
คดีที่ราคาทรัพย์ที่พิพาทหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่เรียกร้องเกิน 2,000 บาท นั้น แม้ศาลชั้นต้นจะพิพากษาให้ชนะคดีเพียงจำนวนไม่ถึง 2,000 บาทและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนก็ตาม คู่ความก็มีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 76/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิฎีกาข้อเท็จจริงในคดีที่ราคาทรัพย์/ทุนทรัพย์เกิน 2,000 บาท แม้ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์พิพากษาต่ำกว่า
คดีที่ราคาทรัพย์ที่พิพาท หรือจำนวนทุนทรัพย์ที่เรียกร้องเกิน 2,000 บาท นั้น แม้ศาลชั้นต้นจะพิพากษาให้ชะนะคดีเพียงจำนวนไม่ถึง 2,000 บาท และศาลอุทธรณืพิพากษายืน ก็ตาม คู่ความก็มีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 71-72/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแสดงความก้าวร้าวเสียดสีศาลในฟ้องอุทธรณ์ การละเมิดอำนาจศาล และการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล
ฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์กล่าวข้อความก้าวร้าวเสียดสีคำพิพากษาซึ่งศาลได้กระทำในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ศาลสั่งให้แก้ไขข้อความให้เรียบร้อยเสียก่อนก็ยังกล่าวความเช่นนั้นอีก ศาลสั่งให้แก้เป็นครั้งที่ 2 ก็ไม่แก้และยืนยันให้ถือฟ้องอุทธรณ์นั้น ดังนี้ ศาลมีอำนาจสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ได้
ถ้อยคำที่กล่าวในฟ้อง จะมีความหมายธรรมดาถึงขนาดที่จะต้องตามบทบัญญัติของกฎหมายหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย
เรียงฟ้องอุทธรณ์กล่าวข้อความก้าวร้าวเสียดสี ศาลผู้ทำการพิจารณาพิพากษาคดีนั้นอย่างแรง ศาลสั่งให้แก้ไขเสียให้เรียบร้อยก็คงเรียงฟ้องอุทธรณ์กล่าวข้อความอย่างเดิมมายื่นอีก จนศาลสั่งให้แก้ไขเป็นครั้งที่ 2 ก็ยังเรียงคำร้องยื่นต่อศาลขอยืนยันให้รับอุทธรณ์นั้น ดังนี้ถือว่าเป็นคำกล่าวที่ไม่เรียบร้อย อันควรจะนำมายื่นต่อศาลผู้กระทำการในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอันเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลและ เมื่อศาลสั่งให้แก้ไขความไม่เรียบร้อยนั้นเสียก็ไม่แก้กลับจงใจยืนยันเป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ศาลสั่งห้ามคู่ความมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในทางก่อความรำคาญหรือในทางประวิงให้ชักช้าหรือในทางฟุ่มเฟือยตามอำนาจศาลที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30 นั้นอีก จึงเป็นการกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามมาตรา 31
ถ้อยคำที่กล่าวในฟ้อง จะมีความหมายธรรมดาถึงขนาดที่จะต้องตามบทบัญญัติของกฎหมายหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย
เรียงฟ้องอุทธรณ์กล่าวข้อความก้าวร้าวเสียดสี ศาลผู้ทำการพิจารณาพิพากษาคดีนั้นอย่างแรง ศาลสั่งให้แก้ไขเสียให้เรียบร้อยก็คงเรียงฟ้องอุทธรณ์กล่าวข้อความอย่างเดิมมายื่นอีก จนศาลสั่งให้แก้ไขเป็นครั้งที่ 2 ก็ยังเรียงคำร้องยื่นต่อศาลขอยืนยันให้รับอุทธรณ์นั้น ดังนี้ถือว่าเป็นคำกล่าวที่ไม่เรียบร้อย อันควรจะนำมายื่นต่อศาลผู้กระทำการในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอันเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลและ เมื่อศาลสั่งให้แก้ไขความไม่เรียบร้อยนั้นเสียก็ไม่แก้กลับจงใจยืนยันเป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ศาลสั่งห้ามคู่ความมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในทางก่อความรำคาญหรือในทางประวิงให้ชักช้าหรือในทางฟุ่มเฟือยตามอำนาจศาลที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30 นั้นอีก จึงเป็นการกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามมาตรา 31
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 56/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจคณะกรมการจังหวัดจำกัดเฉพาะการควบคุมสัตว์ภายในเขตท้องที่ การห้ามนำสัตว์ออกนอกเขตเกินอำนาจตามกฎหมาย
คณะกรมการจังหวัดไม่มีอำนาจออกประกาศห้ามนำสัตว์ออกนอกเขตท้องที่อำเภอ เพราะการห้ามเช่นนี้ เป็นอำนาจตามมาตรา 4 ข้อ 6คำสั่งเช่นนี้ถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายผู้ฝ่าฝืนไม่มีความผิด