พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,237 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 938/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิซื้อฝากหลุด: เจ้าของเดิมมีสิทธิฟ้องเพิกถอนการโอนที่ดินแม้จะตกลงขายให้ผู้อื่น
โจทก์ที่ 1 ได้รับซื้อฝากที่ดินไว้จากจำเลย จนหลุดเป็นกรรมสิทธิแบ้ว เมื่อยังไม่ปรากฏทางทะเบียนว่าได้เปลี่ยนโอนกรรมสิทธิไปยังผู้อื่นกรรมสิทธิก็ยังคงตกเป็นของโจทก์ที่ 1 แม้โจทก์จะกล่าวในฟ้องว่าได้ตกลงขายให้โจทก์ที่ 2 แล้ว ก็ตาม โจทก์ที่ 1 ก็ยังมีกรรมสิทธิเป็นเจ้าของและมีอำนาจฟ้อง
โจทก์ฟ้องขอให้ทำลายสัญญาซื้อขายที่ดินระหว่างจำเลยซึ่งเป็นที่ดินขายฝากโจทก์ไว้เกิน 10 ปีแล้ว จำเลยต่อสู้ว่าไถ่ถอนแล้ว แต่ยังไม่ได้แก้ทะเบียน แต่จำเลยมิได้ฟ้องแย้งดังนี้ คดีไม่มีประเด็นต้องวินิจฉัยตามข้อต่อสู้ของจำเลย
ขายฝากที่ดินไว้ไม่ได้ไถ่ถอนโอนทะเบียนคืนมาผู้ขายฝากไปโอนทะเบียนขายให้ผู้อื่น ผู้รับซื้อฝากฟ้องขอให้ทำลายการโอนได้
โจทก์ฟ้องขอให้ทำลายสัญญาซื้อขายที่ดินระหว่างจำเลยซึ่งเป็นที่ดินขายฝากโจทก์ไว้เกิน 10 ปีแล้ว จำเลยต่อสู้ว่าไถ่ถอนแล้ว แต่ยังไม่ได้แก้ทะเบียน แต่จำเลยมิได้ฟ้องแย้งดังนี้ คดีไม่มีประเด็นต้องวินิจฉัยตามข้อต่อสู้ของจำเลย
ขายฝากที่ดินไว้ไม่ได้ไถ่ถอนโอนทะเบียนคืนมาผู้ขายฝากไปโอนทะเบียนขายให้ผู้อื่น ผู้รับซื้อฝากฟ้องขอให้ทำลายการโอนได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 938/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ซื้อฝากหลุด – อำนาจฟ้อง – การโอนที่ดินไม่สุจริต – การครอบครองปรปักษ์
โจทก์ที่ 1 ได้รับซื้อฝากที่ดินไว้จากจำเลย จนหลุดเป็นกรรมสิทธิ์แล้วเมื่อยังไม่ปรากฏทางทะเบียนว่าได้เปลี่ยนโอนกรรมสิทธิ์ไปยังผู้อื่น กรรมสิทธิ์ก็ยังคงตกเป็นของโจทก์ที่ 1 แม้โจทก์จะกล่าวในฟ้องว่าได้ตกลงขายให้โจทก์ที่ 2 แล้ว ก็ตาม โจทก์ที่ 1 ก็ยังมีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของและมีอำนาจฟ้อง
โจทก์ฟ้องขอให้ทำลายสัญญาซื้อขายที่ดินระหว่างจำเลยซึ่งเป็นที่ดินขายฝากโจทก์ไว้เกิน 10 ปีแล้ว จำเลยต่อสู้ว่าไถ่ถอนแล้ว แต่ยังไม่ได้แก้ทะเบียน แต่จำเลยมิได้ฟ้องแย้ง ดังนี้ คดีไม่มีประเด็นต้องวินิจฉัยตามข้อต่อสู้ของจำเลย
ขายฝากที่ดินไว้ไม่ได้ไถ่ถอนโอนทะเบียนคืนมา ผู้ขายฝากไปโอนทะเบียนขายให้ผู้อื่น ผู้รับซื้อฝากฟ้องขอให้ทำลายการโอนได้
โจทก์ฟ้องขอให้ทำลายสัญญาซื้อขายที่ดินระหว่างจำเลยซึ่งเป็นที่ดินขายฝากโจทก์ไว้เกิน 10 ปีแล้ว จำเลยต่อสู้ว่าไถ่ถอนแล้ว แต่ยังไม่ได้แก้ทะเบียน แต่จำเลยมิได้ฟ้องแย้ง ดังนี้ คดีไม่มีประเด็นต้องวินิจฉัยตามข้อต่อสู้ของจำเลย
ขายฝากที่ดินไว้ไม่ได้ไถ่ถอนโอนทะเบียนคืนมา ผู้ขายฝากไปโอนทะเบียนขายให้ผู้อื่น ผู้รับซื้อฝากฟ้องขอให้ทำลายการโอนได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 935/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาทุจริตในการลักทรัพย์: การเก็บทรัพย์สินที่หล่นหายโดยไม่มีเจตนาเอาไปเป็นของตนเอง ไม่ถือเป็นความผิดฐานลักทรัพย์
จำเลยเก็บปืนที่ตกไว้ เมื่อเจ้าของตาม ก็รับว่าได้เก็บไว้แล้วเช่นนี้ ถ้าไม่มีเจตนาทุจจริตในการเอาทรัพย์นั้นไป ก็ยังไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์
เพียงแต่การเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยไม่มีใครอนุญาตนั้นจะถือว่าเป็นการทุจจริตยังไม่ได้.
เพียงแต่การเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยไม่มีใครอนุญาตนั้นจะถือว่าเป็นการทุจจริตยังไม่ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 935/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเก็บทรัพย์ที่ตกหล่นโดยไม่มีเจตนาทุจริต ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์
จำเลยเก็บปืนที่ตกไว้ เมื่อเจ้าของตามก็รับว่าได้เก็บไว้แล้วเช่นนี้ถ้าไม่มีเจตนาทุจริตในการเอาทรัพย์นั้นไป ก็ยังไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์
เพียงแต่การเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยไม่มีใครอนุญาตนั้นจะถือว่าเป็นการทุจริตยังไม่ได้
เพียงแต่การเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยไม่มีใครอนุญาตนั้นจะถือว่าเป็นการทุจริตยังไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 930/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้ความรุนแรงป้องกันทรัพย์สิน: การยิงผู้ลักทรัพย์ต้องพิจารณาความจำเป็นและเหตุผลสมควร
เห็นคนในสวนทุเรียนในเวลาค่ำคืน เข้าใจว่าเป็นคนร้ายร้องทักถามแล้วไม่ได้รับคำตอบจึงใช้ปืนแก๊ปยิงไป 1นัด ถูกที่ขา บาดเจ็บสาหัส ดังนี้เป็นการกระทำอันเกินสมควรแก่เหตุ และมีความผิด
ใช้ปืนแก๊บยิงคนร้ายถูกขาอ่อนทะลุเป็นบาดแผลสาหัส และเจตนาป้องกันทรัพย์และมีพฤติการณ์อื่นประกอบ ถือว่ามีผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกาย ไม่ใช่พยายามฆ่าคน
ใช้ปืนแก๊บยิงคนร้ายถูกขาอ่อนทะลุเป็นบาดแผลสาหัส และเจตนาป้องกันทรัพย์และมีพฤติการณ์อื่นประกอบ ถือว่ามีผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกาย ไม่ใช่พยายามฆ่าคน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 930/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้กำลังป้องกันทรัพย์สิน: เกินสมควรแก่เหตุ แม้เป็นผู้กระทำผิด
เห็นคนในสวนทุเรียนในเวลาค่ำคืน เข้าใจว่าเป็นคนร้าย ร้องทักถามแล้วไม่ได้รับคำตอบ จึงใช้ปืนแก๊บยิงไป 1 นัด ถูกที่ขา บาดเจ็บสาหัสดังนี้เป็นการกระทำอันเกินสมควรแก่เหตุ และมีความผิด
ใช้ปืนแก๊บยิงคนร้ายถูกขาอ่อนทลุเป็นบาดแผล สาหัส และเจตนาป้องกันทรัพย์ และมีพฤตติการณ์อื่นประกอบ ถือว่ามีผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกาย ไม่ใช่พยายามฆ่าคน.
ใช้ปืนแก๊บยิงคนร้ายถูกขาอ่อนทลุเป็นบาดแผล สาหัส และเจตนาป้องกันทรัพย์ และมีพฤตติการณ์อื่นประกอบ ถือว่ามีผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกาย ไม่ใช่พยายามฆ่าคน.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 929/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฎีกาไม่รับเนื่องจากไม่ได้ระบุข้อเท็จจริงโดยย่อ แม้จะอ้างว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อน
ฎีกาต้องระบุข้อเท็จจริงโดยย่อ ถ้ากล่าวแต่เพียงว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อน ขอยื่นฎีกาสืบไปดังที่ได้บรรยายคัดค้านไว้ในฟ้องอุทธรณ์ เพียงเท่านี้ถือว่ามิได้ระบุข้อเท็จจริงแม้แต่โดยย่อ รับเป็นฎีกาไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 927/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
จำเลยไม่ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ย่อมไม่มีสิทธิฎีกา แม้ศาลฎีกาพิพากษาในส่วนของจำเลยอื่น
คดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยทุกคน แต่จำเลยบางคนไม่ได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จึงยังไม่ได้ฎีกาด้วยนั้น แม้ศาลฎีกาจะพิพากษาไม่ลงโทษจำเลยที่ฎีกา แม้เป็นเหตุในส่วนลักษณะคดีก็ตามศาลฎีกาก็ไม่พิพากษาไปถึงจำเลยผู้ที่ยังมิได้ไปฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ด้วย.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 927/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลงโทษจำเลยที่ไม่ได้รับฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และขอบเขตการพิจารณาของศาลฎีกา
คดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยทุกคน แต่จำเลยบางคนไม่ได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จึงยังไม่ได้ฎีกาด้วยนั้น แม้ศาลฎีกาจะพิพากษาไม่ลงโทษจำเลยที่ฎีกา แม้เป็นเหตุในส่วนลักษณะคดีก็ตามศาลฎีกาก็ไม่พิพากษาไปถึงจำเลยผู้ที่ยังมิได้ไปฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 925/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสิ้นสุดสิทธิในห้องเช่าและการทำสัญญาเช่าใหม่กับบุคคลอื่น สิทธิในห้องเช่าเดิมย่อมสิ้นสุดลง
โจทก์ขายสินค้าต่างๆ ของตนที่มีอยู่ในห้องเช่าให้จำเลย และยอมให้จำเลยใช้สิทธิในห้องนั้นได้ถ้าโจทก์ต้องการเมื่อใด จำเลยก็จะยอมคืนห้องโดยดี จำเลยจึงได้เข้าอยู่ในห้องนั้นต่อมา ดังนี้ ถือว่าจำเลยไม่ใช่ตัวแทนของโจทก์หากจะว่าเป็นผู้ครอบครองแทนในระหว่างสัญญาเช่า เมื่อสิ้นสัญญาเช่าแล้ว โจทก์มิได้มอบหมายให้จำเลยไปทำสัญญาเช่าแทนตนแต่ประการใด จนเจ้าของห้องได้ให้จำเลยเป็นผู้เช่าโดยตรงแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิให้จำเลยคืนห้องแก่โจทก์ได้.