คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
เลขวณิชธรรมวิทักษ์

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,237 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 846/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าสิ้นสุดก่อน พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ ผู้เช่าต่อมาไม่ได้รับการคุ้มครอง
สัญญาเช่าห้องเลิกกันก่อนวันใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ 2489 ผู้เช่าที่อยู่ต่อมาโดยมิได้อาศัยอำนาจแห่งการเช่าย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.นี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 846/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าสิ้นสุดก่อนบังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ผู้เช่าอยู่ต่อไม่มีอำนาจตามสัญญา ไม่ได้รับความคุ้มครอง
สัญญาเช่าห้องเลิกกันก่อนวันใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ 2489ผู้เช่าที่อยู่ต่อมาโดยมิได้อาศัยอำนาจแห่งการเช่าย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.นี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 844/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องการมอบทรัพย์ในคดีจำเลยยักยอกทรัพย์ ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
คดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อกฎหมายศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยอาศัยข้อเท็จจริงนั้นโจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 844/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยักยอกทรัพย์: การพิสูจน์การมอบทรัพย์เป็นสาระสำคัญ
คดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อ ก.ม.ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยอาศัยข้อเท็จจริงนั้น โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 803/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การอนุญาตให้ผู้เสียหายว่าความร่วมกับอัยการโดยไม่เป็นโจทก์ร่วม ไม่เป็นเหตุให้ต้องพิจารณาคดีใหม่
ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอว่าความร่วมกับอัยยการ ศาลอนุญาต แล้วดำเนินการพิจารณาสืบพะยานโจทก์จำเลยเสร็จจนพิพากษาคดี โดยโจทก์มิได้คัดค้านหรือทักท้วงว่าไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณา เพิ่งจะมาคัดค้านขึ้นชั้นฎีกา และกระบวนพิจารณาที่ศาลชั้นต้นดำเนินไปนั้น ศาลอุทธรณ์มิได้ถือเป็นข้อสำคัญในการวินิจฉัยคดีแล้ว ก็ไม่จำเป็นที่ศาลฎีกาจะสั่งให้มีการพิจารณาใหม่.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 803/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขอร่วมว่าความของผู้เสียหาย: ศาลไม่ต้องพิจารณาใหม่หากไม่กระทบผลการพิพากษา
ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอว่าความร่วมกับอัยการ ศาลอนุญาตแล้วดำเนินการพิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จจนพิพากษาคดี โดยโจทก์มิได้คัดค้านหรือทักท้วงว่าไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณา เพิ่งจะมาคัดค้านขึ้นในชั้นฎีกา และกระบวนพิจารณาที่ศาลชั้นต้นดำเนินไปนั้นศาลอุทธรณ์มิได้ถือเป็นข้อสำคัญในการวินิจฉัยคดีแล้ว ก็ไม่จำเป็นที่ศาลฎีกาจะสั่งให้มีการพิจารณาใหม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 797/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สมรู้ร่วมคิดลักทรัพย์ - การสนับสนุนการกระทำผิดทางอาญา
จำเลยแจวเรือไปส่งคนร้าย ขึ้นลักตัดสายโทรเลขโทรศัพท์ แล้วไปจอดเรือรอคอยห่างที่เกิดเหตุ 20 เส้น เพื่อจะบรรทุกสายโทรเลขโทรศัพท์ที่จะลักตัดมาได้นั้น เป็นการกระทำอุปการะแก่การกระทำผิดของคนร้ายมีผิดฐานสมรู้ตาม ก.ม.อาญา มาตรา 65.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 797/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สมรู้ร่วมคิดลักตัดสายโทรศัพท์: ความผิดฐานอุปการะ
จำเลยแจวเรือไปส่งคนร้ายขึ้นลักตัดสายโทรเลขโทรศัพท์แล้วไปจอดเรือรอคอยห่างที่เกิดเหตุ 20 เส้น เพื่อจะบรรทุกสายโทรเลขโทรศัพท์ที่จะลักตัดมาได้นั้นเป็นการกระทำอุปการะแก่การกระทำผิดของคนร้ายมีผิดฐานสมรู้ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 65

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 796/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิจารณาโทษกักกันสำหรับผู้กระทำผิดซ้ำ โดยคำนึงถึงความผิดเก่าและระยะเวลาที่ล่วงเลย
พฤตติการณ์ที่ถือว่า ไม่ควรลงโทษกักกันจำเลย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 796/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิจารณาโทษกักกันสำหรับผู้กระทำผิดซ้ำ โดยคำนึงถึงระยะเวลาที่พ้นโทษและความร้ายแรงของความผิดเดิม
ความผิดที่จำเลยรับอาญามาแต่ก่อนเป็นเรื่องทำร้ายร่างกาย 3 เรื่อง มีโทษจำคุก 6 เดือน 4 เดือน และ 1 ปี และเป็นเรื่องฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา 1 เรื่อง โทษจำคุก 4 ปี ในบรรดาความผิดที่จำเลยกระทำมาที่นับว่าเป็นเรื่องสำคัญก็คือเรื่องฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาซึ่งจำเลยพ้นโทษในความผิดดังกล่าวมา 8 ปีเศษแล้ว คดีนี้จำเลยถูกลงโทษจำคุกฐานลักทรัพย์ เมื่อพิเคราะห์ถึงลักษณะความผิดเก่าใหม่และเวลาที่ล่วงเลยมากรณียังไม่มีเหตุควรลงโทษกักกันจำเลย
of 324