คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
เลขวณิชธรรมวิทักษ์

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,237 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 931/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตนเองเกินสมควรแก่เหตุ: ข้อโต้แย้งเรื่องข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา
ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงยืนตามศาลชั้นต้นว่า จำเลยกระทำการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ โจทก์ฎีกาคัดค้านว่าจำเลยกระทำเกินสมควรแก่เหตุ ย่อมเป็นการคัดค้านในข้อเท็จจริงหาใช่เป็นปัญหาในข้อกฎหมายไม่จึงต้องห้ามฎีกาตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 219

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 931/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การโต้แย้งข้อเท็จจริงเกินขอบเขตฎีกา: การป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ
ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงยืนตามศาลชั้นต้นว่า จำเลยกระทำการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ โจทก์ฎีกาคัดค้านว่าจำเลยกระทำเกินสมควรแก่เหตุ ย่อมเป็นการคัดค้านในข้อเท็จจริงหาใช่เป็นปัญหาในข้อกฎหมายไม่ จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 866/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิการดำเนินคดีอาญาแทนผู้เสียหาย: ทายาท/ผู้จัดการมรดก ไม่มีอำนาจฟ้องเอง
ในกรณีที่ผู้เสียหายถูกรถยนต์ชนตาย โดยความประมาทของผู้ขับรถยนต์นั้น พี่ชายของผู้เสียหาย แม้จะเป็นทายาทและผู้จัดการมรดกของผู้เสียหายด้วย ก็ไม่มีสิทธิจะเป็นโจทก์หรือขอเข้าเป็นโจทก์กับอัยการฟ้องขอให้ศาลลงโทษผู้ขับรถยนต์ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 252,259

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 866/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิการฟ้องคดีอาญาแทนผู้ตาย: ทายาท/ผู้จัดการมรดกไม่มีสิทธิฟ้องเอง
ในกรณีที่ผู้เสียหายถูกรถยนต์ชนตายโดยความประมาทของผู้ขับรถยนต์นั้นพี่ชายของผู้เสียหาย แม้จะเป็นทายาทและผู้จัดการมรดกของผู้เสียหายด้วย ก็ไม่มีสิทธิจะเป็นโจทก์หรือขอเข้าเป็นโจทก์กับอัยการฟ้องขอให้ศาลลงโทษผู้ขับรถยนต์ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 252,259

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 788/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสอบสวนคดีสมคบทำผิด: การสอบสวนผู้สมคบและผู้จับโดยใช้คำพยานเดิมเป็นไปตามกฎหมาย
ได้มีการสอบสวนความผิดในคดีอาญาเรื่องหนึ่งจนถึงแก่ได้มีการฟ้องร้องผู้กระทำผิดต่อศาลศาลพิพากษาลงโทษไปแล้วภายหลังจับผู้ที่สมคบกระทำความผิดนั้นได้ พนักงานสอบสวนจึงได้สอบสวนตัวผู้สมคบนั้นกับผู้จับประกอบเพียงเท่านั้นส่วนพยานอื่นถือเอาคำพยานในสำนวนการสอบสวนเดิมมิได้เรียกพยานเหล่านั้นมาสอบใหม่อีกดังนี้ ก็ย่อมถือได้ว่าคดีสำหรับผู้สมคบนี้ได้มีการสอบสวนชอบแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 788/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสอบสวนคดีอาญาเพิ่มเติมหลังฟ้องร้องผู้กระทำผิดไปแล้ว ถือว่าชอบด้วยกฎหมาย หากสอบปากคำผู้ต้องหาและผู้จับกุม
ได้มีการสอบสวนความผิดในคดีอาญาเรื่องหนึ่งจนถึงแก่ได้มีการฟ้องร้องผู้กระทำผิดต่อศาลศาลพิพากษาลงโทษไปแล้ว ภายหลังจับผู้ที่สมคบกระทำความผิดนั้นได้ พนักงานสอบสวนจึงได้สอบสวนตัวผู้สมคบนั้นกับผู้จับประกอบเพียงเท่านั้น ส่วนพยานอื่นถือเอาคำพยานในสำนวนการสอบสวนเดิมมิได้เรียกพยานเหล่านั้นมาสอบใหม่อีก ดังนี้ก็ย่อมถือได้ความว่าคดีสำหรับผู้สมคบกันนี้ได้มีการสอบสวนชอบแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 777/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การริบสุราที่ขนเกิน 10 ลิตรโดยไม่ได้รับอนุญาต: สุราต้องคืนเจ้าของ
ขนสุราตั้งแต่ 10 ลิตรขึ้นไปโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติสุรา 2493 มาตรา 14,38 นั้น จะริบสุราของกลางที่ขนนั้นตามมาตรา 45 ไม่ได้ ต้องคืนแก่เจ้าของ (อ้างฎีกาที่ 508/2494)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 777/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การริบสุราของกลางตาม พ.ร.บ.สุรา กรณีขนสุราเกิน 10 ลิตร โดยไม่ได้รับอนุญาต
ขนสุราตั้งแต่ 10 ลิตรขึ้นไปโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.สุรา 2493 มาตรา 14,38 นั้น จะริบสุราของกลางที่ขนนั้นตามมาตรา 45 ไม่ได้ต้องคืนแก่เจ้าของ (อ้างฎีกาที่ 508/2494)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 771/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การตีความสัญญาจะซื้อขายและสัญญาซื้อขายเด็ดขาด การบอกเลิกสัญญาเมื่อไม่ชำระหนี้
หลักการแปลสัญญานั้นควรแปลความให้มีผลบังคับดีกว่าจะแปลให้ไร้ผล
หนังสือสัญญาซื้อขายเรือนใช้คำว่า สัญญาซื้อขายแต่ปรากฏตามข้อสัญญาว่ายังไม่ได้ชำระราคากัน แสดงอยู่ว่า สัญญารายนี้ยังไม่เด็ดขาดมีการที่จะต้องปฏิบัติตามสัญญาต่อไปอีกและเมื่อยังไม่ชำระราคากัน ก็จะเรียกร้องให้โอนเรือนกันก็ยังไม่ได้ คู่กรณีก็มีเจตนาจะให้มีการผูกพันต่อกันตามสัญญา ดังนี้ ควรฟังว่า สัญญาเช่นนี้เป็นสัญญาจะซื้อขายไม่ใช่สัญญาซื้อขายเด็ดขาด
ทำสัญญาขายเรือนกันฝ่ายผู้ซื้อขอผัดชำระเงินภายใน 2 เดือน ครั้นครบกำหนดแล้วผู้ซื้อก็ยังมิได้ชำระเงินดังนี้ ผู้ขายจะบอกเลิกสัญญานั้นเสียทีเดียวยังไม่ได้จะต้องบอกกล่าวให้ชำระหนี้ภายในระยะเวลาอันสมควรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387 เสียก่อนเว้นแต่จะปรากฏว่าคู่สัญญาถือกำหนดเวลาดังกล่าวเป็นสาระสำคัญเพื่อความสำเร็จของวัตถุประสงค์ในการทำสัญญาตามมาตรา 388

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 771/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาจะซื้อขายยังไม่เด็ดขาด ต้องบอกกล่าวให้ชำระหนี้ก่อนเลิกสัญญา
หลักการแปลสัญญานั้นควรแปลความให้มีผลบังคับดีกว่าจะแปลให้ไร้ผล
หนังสือสัญญาซื้อขายเรือนใช้คำว่า สัญญาซื้อขาย แต่ปรากฎตามข้อสัญญาว่ายังไม่ได้ชำระราคากันแสดงอยู่ว่า สัญญารายนี้ยังไม่เด็ดขาด มีการที่จะต้องปฏิบัติตามสัญญาต่อไปอีกและเมื่อยังไม่ชำระราคากัน ก็จะเรียกร้องให้โอนเรือนกันก็ยังไม่ได้ คู่กรณีก็มีเจตนาจะให้มีการผูกพันต่อกันตามสัญญาดังนี้ ควรฟังว่า สัญญาเช่นนี้เป็นสัญญาจะซื้อขายไม่ใช่สัญญาซื้อขายเด็ดขาด
ทำสัญญาขายเรือนกันฝ่ายผู้ซื้อขอผัดชำระเงินภายใน 2 เดือน ครั้นครบกำหนดแล้ว ผู้ซื้อก็ยังมิได้ชำระเงิน ดังนี้ผู้ขายจะบอกเลิกสัญญานั้นเสียทีเดียวยังไม่ได้ จะต้องบอกกล่าวให้ชำระหนี้ภายในระยะเวลาอันสมควรตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 387 เสียก่อน เว้นแต่จะปรากฎว่าคู่สัญญาถือกำหนดเวลาดังกล่าวเป็นสาระสำคัญ เพื่อความสำเร็จของวัตถุประสงค์ในการทำสัญญาตามมาตรา 388
of 324