พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,763 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1577/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พยานหลักฐานไม่สอดคล้องกับบาดแผลของผู้ตาย ศาลฎีกายกฟ้องจำเลยที่ 1
จำเลยที่1ที่2ที่3ไปที่ร้านซึ่งผู้ตายเป็นลูกจ้างขายอาหารต่อมาผู้ตายกับจำเลยที่2โต้เถียงวิวาทกันประจักษ์พยานโจทก์ว่าจำเลยทั้งสามใช้ไม้กับเหล็กแป๊บน้ำตีผู้ตายแต่ตามรายงานการชันสูตรพลิกศพมีว่าศีรษะได้รับความกระทบกระเทือนอย่างแรงไม่ปรากฏบาดแผลตามตัวอีกคงมีแต่บาดแผลที่ศีรษะเท่านั้นซึ่งจำเลยที่2ให้การว่าใช้เหล็กแป๊บน้ำตีผู้ตายดังนี้จำเลยที่1จึงมิได้ร่วมฆ่าผู้ตายด้วย.(ที่มา-เนติฯ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 980/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความร่วมมือในการกระทำความผิดอาญา การให้กำลังใจและช่วยเหลือผู้กระทำผิดทำให้เป็นตัวการร่วม
จำเลยร่วมรู้เห็นมาก่อนว่า ช. จะไปยิงผู้เสียหายจำเลยร่วมไปกับ ช.เป็นการให้กำลังใจเมื่อช.ยิงผู้เสียหายแล้ว จำเลยแสดงตัวเป็นพวก ช. ทันที โดยร้องห้ามคนอื่นไม่ให้เข้าไปช่วยผู้เสียหายเป็นการแสดงให้ผู้อื่นเห็นว่า ช. ไม่ได้มาคนเดียวแล้วจำเลยกับ ช.หลบหนีไปพร้อมกัน ดังนี้ถือได้ว่าจำเลยร่วมกับ ช.ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายจำเลยเป็นตัวการตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 751/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำผิดร่วมกันทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส โดยมีเจตนาทำร้ายร่วมกัน
โจทก์ร่วมถูกจ.ใช้ไม้ตีที่ท้ายทอย1ทีเซถลาไปจำเลยใช้ไม้ตีที่ใบหน้าโจทก์ร่วม1ทีจากนั้นอ.และชายอีกคนหนึ่งเข้ารุมชกต่อยโจทก์ร่วมจนล้มลงเมื่ออ.พูดว่าพอแล้วบุคคลเหล่านั้นก็เลิกชกต่อยและพากันวิ่งหนีไปทางหลังโบสถ์เช่นนี้เป็นการกระทำที่ติดต่อกันในลักษณะที่ได้มีการตกลงกระทำการร่วมกันมาก่อนแล้วจำเลยจะต้องรับผิดในผลของการกระทำแต่ละคนร่วมกัน.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 751/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสจากกลุ่มกระทำความผิดร่วมกัน
โจทก์ร่วมถูกจ. ใช้ไม้ตีที่ท้ายทอย1ทีเซถลาไปจำเลยใช้ไม้ตีที่ใบหน้าโจทก์ร่วม1ทีจากนั้นอ. และชายอีกคนหนึ่งเข้ารุมชกต่อยโจทก์ร่วมจนล้มลงเมื่ออ. พูดว่าพอแล้วบุคคลเหล่านั้นก็เลิกชกต่อยและพากันวิ่งหนีไปทางหลังโบสถ์เช่นนี้เป็นการกระทำที่ติดต่อกันในลักษณะที่ได้มีการตกลงกระทำการร่วมกันมาก่อนแล้วจำเลยจะต้องรับผิดในผลของการกระทำแต่ละคนร่วมกัน.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 463/2529 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ร่วมกันชิงทรัพย์: การแบ่งหน้าที่แสดงเจตนาพิเศษร่วมกันกระทำผิด
จำเลยกับ ว. ไปยังที่เกิดเหตุด้วยกันและคุยกันอยู่เป็นเวลาถึง 10 นาที จึงแยกกันไปรออยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ พอ ว. กระชากเอาสร้อยคอของผู้เสียหายวิ่งหนี ป. ไปได้เพียง 7.8 เมตร จำเลยก็เข้าขัดขวางโดยกำหมัดยกแขนจะทำร้าย ป. ทันทีการกระทำของจำเลยดังกล่าวแสดงว่าจำเลยกับ ว.ตกลงกันมาก่อนแล้วว่าเมื่อเกิดเหตุจำเลยมีหน้าที่กระทำอย่างไร เป็นการแบ่งแยกหน้าที่กันกระทำและเป็นการร่วมกับ ว. ทำการชิงทรัพย์ผู้เสียหาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 463/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำที่แสดงเจตนาตกลงร่วมกันก่อนลงมือชิงทรัพย์ ถือเป็นการกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ร่วมกัน
จำเลยกับว.ไปยังที่เกิดเหตุด้วยกันและคุยกันอยู่เป็นเวลาถึง10นาทีจึงแยกกันไปรออยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุพอว.กระชากเอาสร้อยคอของผู้เสียหายวิ่งหนีป.ไปได้เพียง7.8เมตรจำเลยก็เข้าขัดขวางโดยกำหมัดยกแขนจะทำร้ายป.ทันทีการกระทำของจำเลยดังกล่าวแสดงว่าจำเลยกับว.ตกลงกันมาก่อนแล้วว่าเมื่อเกิดเหตุจำเลยมีหน้าที่กระทำอย่างไรเป็นการแบ่งแยกหน้าที่กันกระทำและเป็นการร่วมกับว.ทำการชิงทรัพย์ผู้เสียหาย.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 463/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความร่วมมือในการชิงทรัพย์: การแบ่งหน้าที่และเจตนาพิเศษ
จำเลยกับว. ไปยังที่เกิดเหตุด้วยกันและคุยกันอยู่เป็นเวลาถึง10นาทีจึงแยกกันไปรออยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุพอว. กระชากเอาสร้อยคอของผู้เสียหายและวิ่งหนีป. สามีผู้เสียหายไปได้เพียง7-8เมตรจำเลยก็เข้าขัดขวางโดยกำหมัดยกแขนจะทำร้ายป. ทันทีแสดงว่าจำเลยกับว. แบ่งแยกหน้าที่กันทำและเป็นการร่วมกันชิงทรัพย์.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 409/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
จำเลยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยิงผู้เสียหาย แม้มีอาวุธปืน แต่มีเหตุผลสมควรในการครอบครอง จึงลดโทษ
ตามคำพยานโจทก์ที่เบิกความต่อศาลปรากฏว่าไม่เห็นจำเลยยิงผู้เสียหายทั้งพวกของจำเลยก็มีถึงประมาณ10-20คนมีอาวุธปืนเกือบทุกคนเจ้าพนักงานผู้จับกุมจำเลยก็เบิกความว่าบาดแผลของผู้เสียหายเป็นแผลถูกกระสุนปืนลูกซองมิใช่กระสุนปืนเอ็ม 16ที่จำเลยถืออยู่พยานหลักฐานดังกล่าวจึงเชื่อว่าจำเลยมิได้ยิงผู้เสียหายและมิได้เกี่ยวข้องในการยิงแต่อย่างใดกรณีไม่อาจถือว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดกับผู้ที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายด้วย จำเลยเป็นกรรมการวัดที่เกิดเหตุขณะเกิดเหตุทำหน้าที่รักษาความสงบอยู่ในงานที่วัดนั้นอาวุธปืนที่มีในขณะเกิดเหตุก็เป็นของทางราชการมอบให้กำนันไว้ปราบปรามโจรผู้ร้ายเมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อนสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวศาลพิพากษารอการลงโทษความผิดฐานมีอาวุธปืนนั้น.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 409/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
จำเลยถูกกล่าวหาพยายามฆ่าและมีอาวุธปืน แต่ศาลฎีกาตัดสินว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยิง และให้โอกาสกลับตัว
ตามคำพยานโจทก์ที่เบิกความต่อศาลปรากฏว่าไม่เห็นจำเลยยิงผู้เสียหายทั้งพวกของจำเลยก็มีถึงประมาณ10-20คนมีอาวุธปืนเกือบทุกคนเจ้าพนักงานผุ้จับกุมจำเลยก็เบิกความว่าบาดแผลของผู้เสียหายเป็นแผลถูกกระสุนปืนลูกซองมิใช่กระสุนปืนเอ็ม16ที่จำเลยถืออยู่พยานหลักฐานดังกล่าวจึงเชื่อว่าจำเลยมิได้ยิงผู้เสียหายและมิได้เกี่ยวข้องในการยิงแต่อย่างใดกรณีไม่อาจถือว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดกับผู้ที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายด้วย. จำเลยเป็นกรรมการวัดที่เกิดเหตุขณะเกิดเหตุทำหน้าที่รักษาความสงบอยู่ในงานที่วัดนั้นอาวุธปืนที่มีในขณะเกิดเหตุก็เป็นของทางราชการมอบให้กำนันไว้ปราบปรามโจรผู้ร้ายเมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อนสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวศาลพิพากษารอการลงโทษความผิดฐานมีอาวุธปืนนั้น.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 346/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสนับสนุนการปล้นทรัพย์และการเพิ่มโทษตามมาตรา 340 ตรี ต้องตีความโดยเคร่งครัด
ประมวลกฎหมายอาญามาตรา340ตรีเป็นเพียงบทบัญญัติให้เพิ่มโทษผู้กระทำผิดให้หนักขึ้นเท่านั้นลำพังมาตรานี้หาได้เป็นความผิดอีกบทหนึ่งไม่จึงต้องตีความโดยเคร่งครัดผู้ที่จะต้องระวางโทษหนักขึ้นตามมาตราดังกล่าวจึงต้องหมายถึงเฉพาะผู้ที่มีพฤติการณ์ตามที่บัญญัติไว้เท่านั้นกรณีไม่เป็นเหตุในลักษณะคดีที่จะใช้เพิ่มโทษผู้กระทำผิดทุกคนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา89. จำเลยเพียงขับรถยนต์พาคนร้ายอื่นมาส่งและจำเลยนั่งรอในรถที่จอดอยู่ในซอยห่างที่เกิดเหตุประมาณ120เมตรจุดนั้นไม่สามารถมองเห็นที่เกิดเหตุได้จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยจะคอยดูต้นทางให้คนร้ายอื่นทั้งข้อเท็จจริงไม่ได้ความว่าจำเลยร่วมสมคบกับคนร้ายอื่นวางแผนตระเตรียมมาปล้นทรัพย์ผู้เสียหายและไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ร่วมกระทำการอย่างใดอันพึงถือได้ว่าเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำการปล้นทรัพย์ผู้เสียหายจึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมกระทำผิดแต่การกระทำของจำเลยเป็นการช่วยเหลือและให้ความสะดวกแก่คนร้ายอื่นจำเลยจึงเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิด.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)