พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,763 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 46/2525 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ร่วมกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่น: การชักชวน, รู้เห็น, และการกระทำที่ส่งผลถึงชีวิต
จำเลยชักชวนให้ ท. ทำร้ายผู้ตายขณะ ท. ใช้ให้ผู้อื่นไปหยิบท่อนไม้ยาง 33 นิ้ว เส้นผ่าศูนย์กลาง 2 นิ้วครึ่งมาให้จำเลยก็รู้เห็นด้วย เมื่อ ท.ใช้ไม้ดังกล่าวซึ่งมีขนาดพอจะทำร้ายคนให้ถึงตายได้ตีศีรษะผู้ตายขณะที่เดินผ่าน ท. และจำเลยในระยะกระชั้นชิดเป็นการเลือกตีในที่สำคัญ แม้จำเลยจะมิได้ลงมือทำร้ายผู้ตายเองและตีเพียงทีเดียวผู้ตายก็ตายเพราะบาดแผลที่ถูกตีทำร้ายนี้ ถือได้ว่า ท. มีเจตนาฆ่าผู้ตายและจำเลยร่วมกระทำผิดกับ ท. ด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4058/2524 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิด พ.ร.ก.น้ำมันเชื้อเพลิง: ผู้ดูแลปั๊มถือเป็นตัวการร่วม
คำว่า ผู้จำหน่ายน้ำมัน ที่ให้ความหมายไว้ว่า สถานีบริการหรือร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นหมายความว่าถ้าสถานีบริการหรือร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นดำเนินการโดยนิติบุคคลก็ถือว่านิติบุคคลนั้นเป็นผู้จำหน่ายน้ำมัน ถ้าดำเนินการโดยบุคคลธรรมดา ก็ถือว่าบุคคลนั้นเป็นผู้จำหน่ายน้ำมัน มิได้กำหนดเอาเฉพาะนิติบุคคลเท่านั้นที่จะดำเนินการเป็นสถานีบริการหรือร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงได้
การที่จำเลยซึ่งเป็นผู้ดูแลกิจการปั๊มน้ำมันของห้างหุ้นส่วนจำกัด ส. ซึ่งมี ช. สามีจำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ได้ขายน้ำมันดีเซลโดยกำหนดให้ผู้ซื้อต้องซื้อสินค้าอื่นด้วย อันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งนายกรัฐมนตรีและเป็นความผิดตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ย่อมถือได้ว่าจำเลยเป็นตัวการผู้ร่วมกระทำความผิดกับห้างหุ้นส่วนจำกัด ส. ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ด้วย
การที่จำเลยซึ่งเป็นผู้ดูแลกิจการปั๊มน้ำมันของห้างหุ้นส่วนจำกัด ส. ซึ่งมี ช. สามีจำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ได้ขายน้ำมันดีเซลโดยกำหนดให้ผู้ซื้อต้องซื้อสินค้าอื่นด้วย อันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งนายกรัฐมนตรีและเป็นความผิดตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ย่อมถือได้ว่าจำเลยเป็นตัวการผู้ร่วมกระทำความผิดกับห้างหุ้นส่วนจำกัด ส. ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4058/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิด พ.ร.บ.น้ำมันเชื้อเพลิง: ผู้ดูแลปั๊มมีส่วนร่วมความผิดกับห้างหุ้นส่วน
คำว่า ผู้จำหน่ายน้ำมัน ที่ให้ความหมายไว้ว่า สถานีบริการหรือร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นหมายความว่าถ้าสถานีบริการหรือร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นดำเนินการโดยนิติบุคคลก็ถือว่านิติบุคคลนั้นเป็นผู้จำหน่ายน้ำมัน ถ้าดำเนินการโดยบุคคลธรรมดา ก็ถือว่าบุคคลนั้นเป็นผู้จำหน่ายน้ำมัน มิได้กำหนดเอาเฉพาะนิติบุคคลเท่านั้นที่จะดำเนินการเป็นสถานีบริการหรือร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงได้
การที่จำเลยซึ่งเป็นผู้ดูแลกิจการปั๊มน้ำมันของห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ซึ่งมีช. สามีจำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ได้ขายน้ำมันดีเซลโดยกำหนดให้ผู้ซื้อต้องซื้อสินค้าอื่นด้วย อันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งนายกรัฐมนตรีและเป็นความผิดตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516ย่อมถือได้ว่าจำเลยเป็นตัวการผู้ร่วมกระทำความผิดกับห้างหุ้นส่วนจำกัด ส. ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ด้วย
การที่จำเลยซึ่งเป็นผู้ดูแลกิจการปั๊มน้ำมันของห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ซึ่งมีช. สามีจำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ได้ขายน้ำมันดีเซลโดยกำหนดให้ผู้ซื้อต้องซื้อสินค้าอื่นด้วย อันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งนายกรัฐมนตรีและเป็นความผิดตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516ย่อมถือได้ว่าจำเลยเป็นตัวการผู้ร่วมกระทำความผิดกับห้างหุ้นส่วนจำกัด ส. ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3991/2524 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การไม่มีเจตนาครอบครองร่วมและการกระทำตามคำสั่งของนายจ้าง ทำให้ผู้กระทำไม่มีความผิด
จำเลยที่ 2 เพิ่งมาเป็นลูกจ้างจำเลยที่ 1 เพียง 2 วันก็ถูกจับกุม จำเลยที่ 2 อายุเพียง 16 ปี เข้ามาเกี่ยวข้องกับไม้ของกลางโดยทำงานตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 และเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 ไม่อาจถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ครอบครองไม้ของกลางร่วมกับจำเลยที่ 1 ด้วยจำเลยที่ 2 จึงไม่มีความผิดตามฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3991/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การไม่มีเจตนาครอบครองร่วม: ลูกจ้างใหม่ไม่มีความผิดในความผิดฐานครอบครองไม้ผิดกฎหมาย
จำเลยที่ 2 เพิ่งมาเป็นลูกจ้างจำเลยที่ 1 เพียง 2วันก็ถูกจับกุม จำเลยที่ 2 อายุเพียง 16 ปี เข้ามาเกี่ยวข้องกับไม้ของกลางโดยทำงานตามคำสั่งของจำเลยที่ 1และเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 ไม่อาจถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ครอบครองไม้ของกลางร่วมกับจำเลยที่ 1 ด้วยจำเลยที่ 2 จึงไม่มีความผิดตามฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3628/2524 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจำกัดขอบเขตความรับผิดในคดีข่มขืน การบรรยายฟ้องต้องชัดเจน หากฟ้องไม่ครอบคลุมข้อหาอื่น ศาลไม่อาจลงโทษได้
จำเลยใช้ปืนตีศีรษะผู้เสียหายและช่วย ล. ฉุดผู้เสียหายไปยังป่าริมถนนแล้วจำเลยวิ่งกลับไป โดย ล. คงฉุดผู้เสียหายต่อและนำเข้าไปในป่าแล้วข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย ดังนี้จำเลยมิได้มีส่วนร่วมหรือสนับสนุนล. กระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276 การกระทำของจำเลยคงเป็นความผิดฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้ายตามมาตรา 284 เพียงกรรมเดียวเท่านั้นเมื่อฟ้องโจทก์มิได้บรรยายเกี่ยวกับข้อหาฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจารและมิได้ขอให้ลงโทษตามมาตรา 284 จึงเป็นเรื่องที่โจทก์มิได้กล่าวในฟ้องและมิใช่เรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ ไม่อาจลงโทษจำเลยในข้อหาพาหญิงไปเพื่อการอนาจารได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3628/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบรรยายฟ้องไม่ชัดเจน โจทก์ขอลงโทษฐานใดต้องระบุในฟ้อง ศาลไม่อาจลงโทษฐานอื่นนอกเหนือจากที่ฟ้อง
จำเลยใช้ปืนตีศีรษะผู้เสียหายและช่วย ล. ฉุดผู้เสียหายไปยังป่าริมถนนแล้วจำเลยวิ่งกลับไป โดย ล. คงฉุดผู้เสียหายต่อและนำเข้าไปในป่าแล้วข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย ดังนี้ จำเลยมิได้มีส่วนร่วมหรือสนับสนุนล. กระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276 การกระทำของจำเลยคงเป็นความผิดฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้ายตามมาตรา 284 เพียงกรรมเดียวเท่านั้น เมื่อฟ้องโจทก์มิได้บรรยายเกี่ยวกับข้อหาฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจารและมิได้ขอให้ลงโทษตามมาตรา 284 จึงเป็นเรื่องที่โจทก์มิได้กล่าวในฟ้องและมิใช่เรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ ไม่อาจลงโทษจำเลยในข้อหาพาหญิงไปเพื่อการอนาจารได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3418/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสนับสนุนการกระทำความผิด กรณีผู้ขับขี่รถบรรทุกไม้หวงห้าม โดยไม่ได้มีส่วนร่วมในการครอบครอง
จำเลยเป็นเจ้าของและผู้ขับขี่รถยนต์รับจ้างบรรทุกไม้ของกลางอันยังมิได้แปรรูป โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นไม้หวงห้ามที่ ส. มีไว้ในครอบครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่ในขณะเจ้าพนักงานจับไม้ของกลางได้บนรถยนต์ของจำเลย ส. เจ้าของไม้ได้ครอบครองไม้นั้นอยู่ด้วยตนเอง แม้จำเลยจะเป็นผู้ขับขี่รถยนต์บรรทุกไม้ ก็เป็นแต่ผู้รับจ้างเพื่อประโยชน์ที่จะได้รับค่าจ้างเท่านั้นมิได้มีส่วนในการครอบครองไม้นั้นด้วย การกระทำของจำเลยจึงเป็นเพียงการสนับสนุนการกระทำความผิดเท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3418/2524 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสนับสนุนการกระทำความผิดฐานครอบครองไม้หวงห้าม ผู้ขับขี่รถบรรทุกไม้ไม่มีส่วนครอบครอง ไม่ถือเป็นความผิดร่วม
จำเลยเป็นเจ้าของและผู้ขับขี่รถยนต์รับจ้างบรรทุกไม้ของกลางอันยังมิได้แปรรูป โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นไม้หวงห้ามที่ ส. มีไว้ในครอบครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่ในขณะเจ้าพนักงานจับไม้ของกลางได้บนรถยนต์ของจำเลย ส. เจ้าของไม้ได้ครอบครองไม้นั้นอยู่ด้วยตนเอง แม้จำเลยจะเป็นผู้ขับขี่รถยนต์บรรทุกไม้ ก็เป็นแต่ผู้รับจ้างเพื่อประโยชน์ที่จะได้รับค่าจ้างเท่านั้นมิได้มีส่วนในการครอบครองไม้นั้นด้วย การกระทำของจำเลยจึงเป็นเพียงการสนับสนุนการกระทำความผิดเท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3304/2524 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมเดียวความผิดเดียวกัน: สิทธิระงับเมื่อมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว
ข้อกล่าวหาที่อ้างว่าจำเลยทั้งสามกระทำความผิดคดีนี้กับคดีสองสำนวนคดีก่อนเป็นการกล่าวอ้างถึงการกระทำความผิดของจำเลยอย่างเดียวกัน คือกล่าวหาว่าจำเลยทั้งสามบุกรุกรบกวนการครอบครองที่ดินอันเป็นกรณีพิพาทรายเดียวกันวันเวลาที่กล่าวหาว่ากระทำความผิดก็อยู่ในช่วงเดียวกันถือได้ว่าเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวกัน คดีสองสำนวนก่อนศาลได้พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 โดยวินิจฉัยว่าการกระทำไม่เป็นความผิด และคำพิพากษาดังกล่าวได้ถึงที่สุดไปแล้ว แม้โจทก์คดีนี้จะมิใช่เป็นคนเดียวกับโจทก์ในคดีก่อนก็ตาม ก็ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้วคดีอาญามาฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 อีก แต่คดีสำหรับจำเลยที่ 3 นั้น ไม่ปรากฏว่าได้ถูกฟ้องในคดีสองสำนวนก่อนด้วย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 3 ในคดีนี้ได้