พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,763 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 393/2520
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานพยายามวิ่งราวทรัพย์: การพิจารณาจากขั้นการกระทำความผิดของผู้กระทำร่วม
ม. กระชากสร้อยคอขาดหลุดจากคอผู้เสียหาย ผู้เสียหายได้ใช้มือจับยึดสร้อยคอของตนไว้ก่อน ม. จึงแย่งเอาไปไม่ได้ แล้ว ม. วิ่งไปนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของจำเลยซึ่งติดเครื่องจอดรออยู่ตามแผนการที่ร่วมกันวางไว้และหลบหนีไป ดังนี้แม้สร้อยคอจะอยู่ที่มือ ม. ตอนกระชาก ก็เป็นการกระทำในขั้นที่มุ่งหมายจะให้สร้อยขาดหลุดจากคอผู้เสียหายเท่านั้น ม. ยังไม่ทันยึดถือเอาไป การที่ ม. จะยึดถือเอาสร้อยไปยังไม่บรรลุผล จำเลยซึ่งร่วมกระทำความผิดด้วยจึงมีความผิดฐานพยายามวิ่งราวทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด
เดิมจำเลยกับ ม. ถูกฟ้องเป็นสำนวนเดียวกันในข้อหาว่าร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ม. ให้การรับสารภาพ ส่วนจำเลยให้การปฎิเสธ ศาลสั่งให้แยกฟ้องจำเลยแล้วพิพากษาลงโทษ ม. ในความผิดสำเร็จฐานวิ่งราวทรัพย์ ส่วนคดีหลังซึ่งจำเลยถูกฟ้องนั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่า การกระทำของ ม. เป็นเพียงขั้นพยายามเท่านั้นศาลจึงพิพากษาลงโทษจำเลยซึ่งร่วมกระทำผิดด้วยฐานพยายามวิ่งราวทรัพย์ดังนี้ ศาลพิพากษาชอบแล้ว เพราะในคดีที่ ม. เป็นจำเลยไม่มีข้อเท็จจริงปรากฏว่าการกระทำความผิดของ ม. เป็นเพียงขั้นพยายามกระทำผิด ศาลจึงต้องลงโทษ ม. ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากคำฟ้องและคำให้การรับสารภาพของจำเลยในคดีนั้นเท่านั้น
เดิมจำเลยกับ ม. ถูกฟ้องเป็นสำนวนเดียวกันในข้อหาว่าร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ม. ให้การรับสารภาพ ส่วนจำเลยให้การปฎิเสธ ศาลสั่งให้แยกฟ้องจำเลยแล้วพิพากษาลงโทษ ม. ในความผิดสำเร็จฐานวิ่งราวทรัพย์ ส่วนคดีหลังซึ่งจำเลยถูกฟ้องนั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่า การกระทำของ ม. เป็นเพียงขั้นพยายามเท่านั้นศาลจึงพิพากษาลงโทษจำเลยซึ่งร่วมกระทำผิดด้วยฐานพยายามวิ่งราวทรัพย์ดังนี้ ศาลพิพากษาชอบแล้ว เพราะในคดีที่ ม. เป็นจำเลยไม่มีข้อเท็จจริงปรากฏว่าการกระทำความผิดของ ม. เป็นเพียงขั้นพยายามกระทำผิด ศาลจึงต้องลงโทษ ม. ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากคำฟ้องและคำให้การรับสารภาพของจำเลยในคดีนั้นเท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 388/2520
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานมีแร่ดีบุกเกินกว่าใบสุทธิแร่ แม้เป็นตัวแทนบริษัท ก็มีความผิดร่วมด้วย
จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องและว่าจำเลยเป็นตัวแทนของบริษัทเท่านั้น ดังนี้ จำเลยมีความผิดฐานมีแร่ดีบุกไว้ในครอบครองเกินกว่าใบสุทธิแร่ แม้จะมีไว้ในครอบครองในฐานะตัวแทนบริษัท จำเลยก็มีความผิดร่วมกับบริษัทด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 353/2520
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานปล้นทรัพย์และการพยายามฆ่า: เจตนาของผู้ร่วมกระทำ
คนร้ายยิงผู้เสียหายในการปล้นโดยเหตุการณ์เกิดขึ้นกระทันหันคนร้ายอื่นมิได้มีเจตนาร่วมด้วยไม่เป็นตัวการในฐานพยายามฆ่าคนร่วมกับผู้ยิง
จำเลยที่ 4 ใช้ปืนขู่ปล้นทรัพย์ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรค 2 และเพิ่มโทษอีกตาม มาตรา 340 ตรี จำเลยอื่นที่ไม่ใช้ปืนมีความผิดตาม มาตรา 340 วรรค 2 ไม่ผิด มาตรา 340 ตรี
จำเลยที่ 4 ใช้ปืนขู่ปล้นทรัพย์ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรค 2 และเพิ่มโทษอีกตาม มาตรา 340 ตรี จำเลยอื่นที่ไม่ใช้ปืนมีความผิดตาม มาตรา 340 วรรค 2 ไม่ผิด มาตรา 340 ตรี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 348/2520
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทำร้ายร่างกาย: พยานหลักฐานไม่ชัดเจนว่าใครทำร้ายใคร ทำให้ไม่สามารถลงโทษได้
พยานหลักฐานโจทก์ได้ความเพียงว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 กับพวกฝ่ายหนึ่งและจำเลยที่ 3 ที่ 5 กับพวกอีกฝ่ายหนึ่งชุลมุนทำร้ายกันยังฟังไม่ได้ชัดว่าใครทำร้ายใครอย่างไร จึงลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 ในข้อหาทำร้ายร่างกายตามฟ้องไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 348/2520 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทำร้ายร่างกาย: พยานหลักฐานไม่ชัดเจนว่าใครทำร้ายใคร ศาลยกฟ้อง
พยานหลักฐานโจทก์ได้ความเพียงว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 กับพวกฝ่ายหนึ่งและจำเลยที่ 3 ที่ 5 กับพวกอีกฝ่ายหนึ่งชุลมุนทำร้ายกัน ยังฟังไม่ได้ชัดว่าใครทำร้ายใครอย่างไร จึงลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 ในข้อหาทำร้ายร่างกายตามฟ้องไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 326/2520
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทำร้ายร่างกายร่วมกัน: พิจารณาความพร้อมกันของการกระทำเพื่อกำหนดว่าเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรม
จำเลยกับพวกยืนล้อมผู้เสียหายทั้งสองอยู่ในห้องที่เกิดเหตุในระยะใกล้ ส่วนผู้เสียหายยืนอยู่ห่างกันเพียง 5 เมตร ครั้นผู้เสียหายทั้งสองถูกคนเอาผ้าคลุมศรีษะแล้ว จำเลยกับพวกก็กลุ้มรุมทำร้ายผู้เสียหายทั้งสองทันทีในเวลาใกล้ชิดกันตามพฤติการณ์พอถือว่าจำเลยได้ลงมือกระทำผิดพร้อมกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 326/2520 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทำร้ายร่างกายร่วมกัน: การพิจารณาความผิดกรรมเดียวหรือหลายกรรม และการรอการลงโทษ
จำเลยกับพวกยืนล้อมผู้เสียหายทั้งสองอยู่ในห้องที่เกิดเหตุในระยะใกล้ ส่วนผู้เสียหายยืนอยู่ห่างกันเพียง 5 เมตร ครั้นผู้เสียหายทั้งสองถูกคนเอาผ้าคลุมศีรษะแล้ว จำเลยกับพวกก็กลุ้มรุมทำร้ายผู้เสียหายทั้งสองทันทีในเวลาใกล้ชิดกัน ตามพฤติการณ์พอถือว่าจำเลยได้ลงมือกระทำผิดพร้อมกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 310/2520
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิ่มโทษคดีฝิ่นจากปริมาณและมูลค่าที่สูงขึ้น
ศาลชั้นต้นลงโทษคดีผิด พระราชบัญญัติฝิ่นถึงที่สุดไปแล้วต่อมาในคดีที่พวกของจำเลยถูกฟ้อง ศาลสูงลงโทษแรงกว่าเพราะฝิ่นมีปริมาณและมูลค่ามาก ก็ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 296/2520 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมเดียวความผิดเดียว: ใช้ตราปลอม-ใบเบิกทางปลอม เจตนาเดียวกันเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม
การที่จำเลยใช้รอยตราปลอมและใช้ใบเบิกทางปลอมในคราวเดียวกัน และด้วยเจตนาอย่างเดียวกัน คือเพื่อให้การบรรทุกไม้ของกลางของจำเลยรอดพ้นจากการจับกุมของเจ้าพนักงานนั้น เป็นความผิดกรรมเดียวกัน มิใช่เป็นความผิดคนละกรรม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 296/2520
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมเดียวความผิดเดียว: ใช้ตราปลอม-ใบเบิกทางปลอมเพื่อเลี่ยงการจับกุมไม้ผิดกฎหมาย
การที่จำเลยใช้รอยตราปลอมและใช้ใบเบิกทางปลอมในคราวเดียวกันและด้วยเจตนาอย่างเดียวกัน คือเพื่อให้การบรรทุกไม้ของกลางของจำเลยรอดพ้นจากการจับกุมของเจ้าพนักงาน นั้น เป็นความผิดกรรมเดียวกัน มิใช่เป็นความผิดคนละกรรม