คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
ประมูล สุวรรณศร

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,225 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1321/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิในการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า: ศาลมีอำนาจวินิจฉัยสิทธิแม้ยังมิได้จดทะเบียน
การโต้แย้งสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 นั้นหาจำต้องมีกฎหมายรับรองสิทธินั้นไว้โดยตรงเสียก่อนอย่างใดไม่ เมื่อผู้ใดโต้แย้งผู้นั้นก็อาจมาขอความคุ้มครองจากศาลได้เสมอเช่นในกรณีขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เมื่อมีข้อโต้แย้งว่าใครจะมีสิทธิดีกว่าในการที่จะจดทะเบียนก่อน ดังนี้ศาลก็ต้องรับวินิจฉัยให้ อย่าว่าแต่ในระหว่างผู้ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนด้วยกันเลย เจ้าของเครื่องหมายการค้าอันแท้จริงแม้จะยังมิได้จดทะเบียน จะยกขึ้นต่อสู้กับผู้ที่จดทะเบียนแล้วในศาลก็ยังได้ตามมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า
ศาลฎีกามีอำนาจยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้ออุทธรณ์ใหม่ทั้งหมดหรือบางส่วน (อ้างฎีกาที่ 277/2496)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1321/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิในการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า: ศาลมีอำนาจวินิจฉัยสิทธิ แม้ยังไม่มีกฎหมายรับรองสิทธินั้นโดยตรง
การโต้แย้งสิทธิตาม ป.วิ.แพ่ง ม.55 นั้นหาจำต้องมีกฎหมายรับรองสิทธินั้นไว้โดยตรงเสียก่อนอย่างใดไม่ เมื่อผู้ใดโต้แย้งผู้นั้นก็อาจมาขอความคุ้มครองจากศาลได้เสมอ เช่นในกรณีขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเมื่อมีข้อโต้แย้งว่าใครจะมีสิทธิดีกว่าในการที่จะจดทะเบียนก่อน ดังนี้ศาลก็ต้องรับวินิจฉัยให้ อย่าว่าแต่ในระหว่างผู้ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนด้วยกันเลยเจ้าของเครื่องหมายการค้าอ้นแท้จริงแม้จะยังมิได้จดทะเบียน จะยกขึ้นต่อสู้กับผู้ที่จดทะเบียนแล้วในศาลก็ยังได้ตามมาตรา 41 แห่ง พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า
ศาลฎีกามีอำนาจยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้ออุทธรณ์ใหม่ทั้งหมดหรือบางส่วน (อ้างฎีกาที่ 277/2496)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1188/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่าช่วงที่ผิดสัญญาและการขัดขวางการรื้อถอนทรัพย์สินหลังบอกเลิกสัญญาเช่า
สัญญาเช่ามีกำหนด 1 ปีและห้ามเช่าช่วง ผู้เช่าจะขอสืบพยานว่าเป็นที่เข้าใจระหว่างคู่สัญญาว่าเช่าโดยไม่มีกำหนดเวลาและผู้เช่ามีสิทธิให้เช่าช่วงได้นั้นเป็นการสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสาร ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่ง ม.94
ผู้เช่าทำผิดสัญญาเช่าและผู้ให้เช่าบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดสัญญาเช่าผู้เช่ายังคงอยู่ต่อไปเมื่อครบสัญญาเช่าแล้วดังนี้ ผู้เช่ายังขืนอยู่ต่อไป จึงเป็นการละเมิดไม่ใช่เป็นการเช่าใหม่โดยไม่มีกำหนดเวลา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1188/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่ากำหนดเวลา การเช่าช่วง และผลของการขัดสัญญา การครอบครองหลังสัญญาหมดอายุไม่ถือเป็นการเช่าใหม่
สัญญาเช่ามีกำหนด 1 ปีและห้ามเช่าช่วง ผู้เช่าจะขอสืบพยานว่าเป็นที่เข้าใจระหว่างคู่สัญญาว่าเช่าโดยไม่มีกำหนดเวลา และผู้เช่ามีสิทธิให้เช่าช่วงได้นั้นเป็นการสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสาร ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94
ผู้เช่าทำผิดสัญญาเช่า และผู้ให้เช่าบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดสัญญาเช่า ผู้เช่ายังคงอยู่ต่อไปเมื่อครบสัญญาเช่าแล้วดังนี้ ผู้เช่ายังขืนอยู่ต่อไป จึงเป็นการละเมิดไม่ใช่เป็นการเช่าใหม่โดยไม่มีกำหนดเวลา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1158/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแบ่งมรดกโดยการครอบครองร่วมกันและหลักฐานการตกลงแบ่งมรดกที่ต้องมีผลผูกพัน
อ้างว่ามีการแบ่งปันทรัพย์มรดกกันแล้ว ต้องพิศูจน์ให้ได้อย่างใดอย่างหนึ่งว่า ต่างเข้าครอบครองทรัพย์สินเป็นสัดส่วนหรือโดยการขายทรัพย์มรดกแล้วเอาเงินที่ขายได้มาแบ่งปันกันหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือตกลงกันอย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดหรือต้องแทนของฝ่ายนั้นเป็นสำคัญ
เมื่อฟังว่าโจทก์จำเลยเป็นทายาทและปกครองทรัพย์มรดกร่วมกันมาก็ต้องปรับด้วยมาตรา 1748 ดังนี้แม้โจทก์จะฟ้องขอแบ่งมรดก เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่เมื่อเจ้ามรดกตายแล้วก็ตาม คดีโจทก์ก็หาขาดอายุตาม ม.1754 ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1158/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแบ่งมรดกโดยการครอบครองร่วมกันและอายุความ การพิสูจน์การแบ่งมรดกต้องมีหลักฐานชัดเจน
อ้างว่ามีการแบ่งปันทรัพย์มรดกกันแล้ว ต้องพิสูจน์ให้ได้อย่างใดอย่างหนึ่งว่า ต่างเข้าครอบครองทรัพย์สินเป็นสัดส่วน หรือโดยการขายทรัพย์มรดกแล้วเอาเงินที่ขายได้มาแบ่งปันกัน หรือมีหลักฐานเป็นหนังสือตกลงกันอย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดหรือตัวแทนของฝ่ายนั้นเป็นสำคัญ
เมื่อฟังว่าโจทก์จำเลยเป็นทายาทและปกครองทรัพย์มรดกร่วมกันมาก็ต้องปรับด้วยมาตรา 1748 ดังนี้แม้โจทก์จะฟ้องขอแบ่งมรดกเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่เมื่อเจ้ามรดกตายแล้วก็ตาม คดีโจทก์ก็หาขาดอายุตาม มาตรา 1754 ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1012/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การซื้อขายโดยผ่านตัวแทนอำพราง: สิทธิในการฟ้องขับไล่และผลกระทบต่อฐานะทางกฎหมายของผู้ซื้อ
โจทย์ฟ้องขับไล่จำเลยโดยอ้างว่าจำเลยอาศัย จำเลยต่อสู้ว่าโรงเรือนและที่พิพาทเป็นของจำเลยซื้อมาจากผู้อื่น แต่ทางการไม่อนุญาตให้ทำนิติกรรมเป็นผู้ซื้อได้ เพราะเป็นคนต่างด้าว จึงมอบให้จำเลยเป็นตัวแทนไปทำนิติกรรมแทนจำเลยดังนี้ ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยเสีย แล้วพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี เป็นการไม่ชอบเพราะถ้าฟังตามคำให้การของจำเลยแล้ว รูปคดีไม่ใช่เรื่องอาศัย โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยได้ จึงต้องฟังพยานต่อไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1012/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การซื้อขายโดยตัวแทนอำพราง: สิทธิในการครอบครองและการฟ้องขับไล่
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยโดยอ้างว่าจำเลยอาศัย จำเลยต่อสู้ว่าโรงเรือนและที่พิพาทเป็นของจำเลย ซื้อมาจากผู้อื่น แต่ทางการไม่อนุญาตให้ทำนิติกรรมเป็นผู้ซื้อได้ เพราะเป็นคนต่างด้าว จึงมอบให้จำเลยเป็นตัวแทนไปทำนิติกรรมแทนจำเลย ดังนี้ ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยเสียแล้วพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี เป็นการไม่ชอบเพราะถ้าฟังตามคำให้การของจำเลยแล้ว รูปคดีไม่ใช่เรื่องอาศัย โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยได้ จึงต้องฟังพยานต่อไป (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 7/2497)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1009/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแสดงสัญชาติและการใช้สิทธิทางศาล: กรณีไม่มีข้อพิพาทเรื่องสิทธิ
ยื่นคำร้องว่าเป็นคนมีสัญชาติไทยตามกฎหมาย แต่สำคัญผิดไปขอใบสำคัญต่างด้าว จึงขอให้แสดงว่าเป็นคนไทย ดังนี้ไม่ใช่กรณีจะต้องใช้สิทธิทางศาลตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 เพราะสิทธิของผู้ร้องมิได้ถูกโต้แย้งอย่างใด ดังนั้นแม้ว่าผู้ว่าราชการจังหวัดจะยื่นคำร้องคัดค้านเข้ามาก็ไม่ทำให้กลายเป็นคดีมีข้อพิพาทตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 188 ข้อ 4

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1009/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิแสดงสัญชาติและการไม่ถือเป็นคดีมีข้อพิพาทเมื่อไม่มีการโต้แย้งสิทธิ
ยื่นคำร้องว่าเป็นคนมีสัญชาติไทยตามกฎหมาย แต่สำคัญผิดไปขอใบสำคัญต่างด้าว จึงขอให้แสดงว่าเป็นคนไทย ดังนี้ไม่ใช่กรณีจะต้องใช้สิทธิทางศาลตาม ป.วิ.แพ่ง ม.55 เพราะสิทธิของผู้ร้องมิได้ถูกโต้แย้งอย่างใด ดังนั้นแม้ว่าผู้ราชการจังหวัดจะยื่นคำร้องคัดค้านเข้ามาก็ไม่ทำให้กลายเป็นคดีมีข้อพิพาทตาม ป.วิ.แพ่ง ม.188 ข้อ 4
of 323