พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,225 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 832/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับรองบุตรนอกกฎหมายมีสิทธิได้รับมรดก หากมีการเลี้ยงดูและจดทะเบียนรับรอง
บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้เลี้ยงดูในฐานะบิดากับบุตรโดยลงทะเบียนสำมะโนครัวว่าเป็นบุตรของตนและใช้นามสกุลของตนดังนี้พอฟังได้ว่าบิดาได้รับรองบุตรนอกกฎหมายนั้นเป็นบุตรของตนตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627 บุตรนั้นย่อมมีสิทธิได้รับมรดกของบิดาตามมาตรา 1629(1)
ศาลจดรายงานพิจารณาตามคำแถลงของจำเลยในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตรเพื่อขอรับส่วนแบ่งมรดกด้วยโจทก์แถลงไม่คัดค้านแล้ว ดังนี้โจทก์จักกลับมาโต้เถียงในชั้นฎีกาว่าคำแถลงของจำเลยมิใช่เป็นคำร้องสอดตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
ศาลจดรายงานพิจารณาตามคำแถลงของจำเลยในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตรเพื่อขอรับส่วนแบ่งมรดกด้วยโจทก์แถลงไม่คัดค้านแล้ว ดังนี้โจทก์จักกลับมาโต้เถียงในชั้นฎีกาว่าคำแถลงของจำเลยมิใช่เป็นคำร้องสอดตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 823/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การไล่ติดตามและจับสัตว์ของผู้อื่นเข้าข่ายความผิดฐานลักทรัพย์ แม้จะไม่ได้ครอบครองต่อ
ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยไล่ติดตามจับเอาโคของเจ้าทรัพย์ไปห่างจากทำเลที่เลี้ยงโคของเจ้าทรัพย์เพียง 5 เส้นเศษจำเลยไม่ได้รับโคไว้ต่อจากผู้อื่น จึงมีผิดฐานลักทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 823/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลักทรัพย์โค: การไล่ติดตามและจับสัตว์ถือเป็นความผิดฐานลักทรัพย์
ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยไล่ติดตามจับเอาโคของเจ้าทรัพย์ไปห่างจากทำเลที่เลี้ยงโคของเจ้าทรัพย์เพียง 5 เส้นเศษจำเลยไม่ได้รับโคไว้ต่อจากผู้อื่น จึงมีผิดฐานลักทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 776/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้สิทธิโดยไม่สุจริตของผู้ให้เช่าและการคุ้มครองสิทธิผู้เช่าที่ทำสัญญาโดยสุจริต
จะเป็นคดีมโนสาเร่หรือไม่ ให้พิจารณาตามฟ้องที่โจทก์ตั้งฟ้องมาแต่ศาลชั้นต้น
จำเลยที่ 1 ปลูกห้องแถวในที่ดินซึ่งครั้งหนึ่งเป็นของจำเลยที่ 1 ต่อมาจำเลยโอนที่ดินให้โจทก์ ห้องแถวยังเป็นของจำเลยที่ 1 ตลอดมา ตัวโจทก์เองได้แสดงต่อบุคคลภายนอกให้หลงเชื่อว่าจำเลยที่ 1 มีอำนาจทำสัญญาในนามของจำเลยที่ 1 ให้บุคคลภายนอกเช่าอยู่ได้ ดังนี้โจทก์จะอ้างการอาศัยของจำเลยที่ 1 ขึ้นบังหน้าขับไล่บุคคลภายนอกไม่ได้เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต
คำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ให้มีผลเฉพาะระหว่างคู่ความชั้นอุทธรณ์
จำเลยที่ 1 ปลูกห้องแถวในที่ดินซึ่งครั้งหนึ่งเป็นของจำเลยที่ 1 ต่อมาจำเลยโอนที่ดินให้โจทก์ ห้องแถวยังเป็นของจำเลยที่ 1 ตลอดมา ตัวโจทก์เองได้แสดงต่อบุคคลภายนอกให้หลงเชื่อว่าจำเลยที่ 1 มีอำนาจทำสัญญาในนามของจำเลยที่ 1 ให้บุคคลภายนอกเช่าอยู่ได้ ดังนี้โจทก์จะอ้างการอาศัยของจำเลยที่ 1 ขึ้นบังหน้าขับไล่บุคคลภายนอกไม่ได้เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต
คำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ให้มีผลเฉพาะระหว่างคู่ความชั้นอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 776/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้สิทธิโดยไม่สุจริตในการขับไล่ผู้เช่าเมื่อเจ้าของที่ดินยินยอมให้ทำสัญญาเช่าก่อนหน้า
จะเป็นคดีมโนสาเร่หรือไม่ให้พิจารณาตามฟ้องที่โจทก์ตั้งฟ้องมาแต่ศาลชั้นต้น
จำเลยที่ 1 ปลูกห้องแถวในที่ดินซึ่งครั้งหนึ่งเป็นของจำเลยที่ 1 ต่อมาจำเลยโอนที่ดินให้โจทก์ ห้องแถวยังเป็นของจำเลยที่ 1 ตลอดมาตัวโจทก์เองได้แสดงต่อบุคคลภายนอกให้หลงเชื่อว่าจำเลยที่ 1 มีอำนาจทำสัญญาในนามของจำเลยที่ 1 ให้บุคคลภายนอกเช่าอยู่ได้ดังนี้โจทก์จะอ้างการอาศัยของจำเลยที่ 1 ขึ้นบังหน้าขับไล่บุคคลภายนอกไม่ได้เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต
คำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ให้มีผลเฉพาะระหว่างคู่ความชั้นอุทธรณ์
จำเลยที่ 1 ปลูกห้องแถวในที่ดินซึ่งครั้งหนึ่งเป็นของจำเลยที่ 1 ต่อมาจำเลยโอนที่ดินให้โจทก์ ห้องแถวยังเป็นของจำเลยที่ 1 ตลอดมาตัวโจทก์เองได้แสดงต่อบุคคลภายนอกให้หลงเชื่อว่าจำเลยที่ 1 มีอำนาจทำสัญญาในนามของจำเลยที่ 1 ให้บุคคลภายนอกเช่าอยู่ได้ดังนี้โจทก์จะอ้างการอาศัยของจำเลยที่ 1 ขึ้นบังหน้าขับไล่บุคคลภายนอกไม่ได้เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต
คำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ให้มีผลเฉพาะระหว่างคู่ความชั้นอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 754/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขอตรวจสอบสถานที่หลังสืบพยานหลักฐานเสร็จสิ้น ศาลมีสิทธิงดเว้นได้หากไม่เกี่ยวข้องและล่าช้า
คดีแพ่ง เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วจะเริ่มสืบพยานจำเลย
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลไปตรวจสอบสถานที่โดยไม่มีเหตุสมควรไม่สามารถทราบในการขอให้ตรวจสถานที่แต่อย่างใดที่ขอให้ไปตรวจก็ล่วงเลยเวลาเกิดเหตุมากว่าปีการตรวจสถานที่ไม่แสดงความจริงที่แน่นอนได้ดังนี้ ศาลสั่งงดไม่ไปตรวจสอบสถานที่จึงเป็นการชอบแล้ว
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลไปตรวจสอบสถานที่โดยไม่มีเหตุสมควรไม่สามารถทราบในการขอให้ตรวจสถานที่แต่อย่างใดที่ขอให้ไปตรวจก็ล่วงเลยเวลาเกิดเหตุมากว่าปีการตรวจสถานที่ไม่แสดงความจริงที่แน่นอนได้ดังนี้ ศาลสั่งงดไม่ไปตรวจสอบสถานที่จึงเป็นการชอบแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 754/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขอตรวจสอบสถานที่หลังสืบพยานหลักฐานเสร็จสิ้น ศาลชอบที่จะไม่อนุญาตหากไม่มีเหตุผลสมควร
คดีแพ่ง เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วจะเริ่มสืบพยานจำเลย จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลไปตรวจสอบสถานที่ โดยไม่มีเหตุสมควร ไม่สามารถทราบในการขอให้ตรวจสถานที่แต่อย่างใด ที่ขอให้ไปตรวจก็ล่วงเลยเวลาเกิดเหตุมากว่าปี การตรวจสถานที่ไม่แสดงความจริงที่แน่นอนได้ ดังนี้ ศาลสั่งงดไม่ไปตรวจสอบสถานที่ จึงเป็นการชอบแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 688/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
จำเลยไม่ใช่ผู้ขาย/สั่งของ แม้เปิดเครดิต/จัดหาตัวแทนตรวจของ การฟ้องผิดสัญญาต้องระบุหน้าที่จำเลยชัดเจน
รับเป็นผู้เปิดเครดิตจ่ายเงินทางธนาคาร รับเป็นผู้หาตัวแทนตรวจของให้โดยจำเลยได้รับค่าบำเหน็จตัวแทน ดังนี้หาทำให้กลายเป็นผู้ขายหรือผู้สั่งของขายไม่
ฟ้องไม่ได้กล่าวว่าจำเลยจ่ายเงินไปก่อนที่โจทก์ได้รับของครบถ้วนเป็นการผิดหน้าที่จำเลยไว้ในฟ้อง ศาบไม่รับวินิจฉัย เพราะเป็นเรื่องนอกฟ้อง
ฟ้องไม่ได้กล่าวว่าจำเลยจ่ายเงินไปก่อนที่โจทก์ได้รับของครบถ้วนเป็นการผิดหน้าที่จำเลยไว้ในฟ้อง ศาบไม่รับวินิจฉัย เพราะเป็นเรื่องนอกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 688/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
จำเลยไม่ใช่ผู้ขายหรือสั่งของ แม้เปิดเครดิตและจัดหาตัวแทนตรวจของ ศาลไม่รับวินิจฉัยเรื่องนอกฟ้อง
รับเป็นผู้เปิดเครดิตจ่ายเงินทางธนาคารรับเป็นผู้หาตัวแทนตรวจของให้โดยจำเลยได้รับค่าบำเหน็จตัวแทนดังนี้หาทำให้กลายเป็นผู้ขายหรือผู้สั่งของขายไม่
ฟ้องไม่ได้กล่าวว่าจำเลยจ่ายเงินไปก่อนที่โจทก์ได้รับของครบถ้วนเป็นการผิดหน้าที่จำเลยไว้ในฟ้องศาลไม่รับวินิจฉัย เพราะเป็นเรื่องนอกฟ้อง
ฟ้องไม่ได้กล่าวว่าจำเลยจ่ายเงินไปก่อนที่โจทก์ได้รับของครบถ้วนเป็นการผิดหน้าที่จำเลยไว้ในฟ้องศาลไม่รับวินิจฉัย เพราะเป็นเรื่องนอกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 674-675/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาจากเหตุทำร้ายร่างกายด้วยไม้ไผ่ ศาลลดโทษจากเจตนาฆ่า
จำเลยใช้ไม้ไผ่โตขนาดข้อมือยาว 4 ศอกตีผู้ตาย 1 ทีถูกที่คิ้วและขอบตาซ้ายเป็นบาดแผลช้ำดำบวมสันนิษฐานว่าเส้นโลหิตในสมองแตกและถึงแก่ความตายภายใน 10 ชั่วโมงต่อมา จำเลยเมาสุรามิได้มีข้อสาเหตุบาดหมางกับผู้ตาย ดังนี้ฟังได้ว่าจำเลยมิได้เจตนาจะฆ่าให้ตายหากบังเอิญไปถูกที่สำคัญเข้า จึงเกิดผลร้ายแรงจนถึงตายขึ้นเช่นนี้ จำเลยควรมีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาความเมาสุราไม่เป็นข้อแก้ตัวให้พ้นผิด แต่เป็นเครื่องหยั่งเจตนาประกอบการกระทำได้