พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,225 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 157/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การมอบหมายชี้เขตที่ดินของเจ้าหน้าที่ศึกษาธิการจังหวัด ไม่ถือเป็นการเป็นตัวแทนของวัด
ศึกษาธิการจังหวัดมอบหมายให้เจ้าหน้าที่แผนกศึกษาธิการ ไปชี้เขตวัดเพื่อให้เจ้าพนักงานที่ดินทำการรังวัดออกโฉนดให้แก่วัดดังนี้ ถือไม่ได้ว่า เจ้าหน้าที่ผู้นั้นเป็นตัวแทนของวัด เพราะวัดไม่ได้แต่งตั้งแต่อย่างใด และศึกษาธิการจังหวัด ก็จะตั้งตัวแทนให้วัดไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1501/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับรองเช็คและการผูกพันตามตั๋วเงิน: โจทก์เสียหายจากการรับรองเช็คที่ไม่ถูกต้อง
โจทก์ออกเช็คเพื่อชำระค่าไม้ที่บริษัทจำเลยขายหรือจะขายให้โจทก์ บริษัทจำเลยส่งไม้ให้ไม่ครบจำนวน โจทก์จึงฟ้องเรียกเงินที่จ่ายเกินไปนั้นคืน จากจำเลย และศาลได้พิพากษาให้บริษัทจำเลยรับผิดคืนเงินจำนวนนั้นให้โจทก์แล้ว แม้จะปรากฏว่าจำเลยได้สลักหลังเช็คนั้น ให้ธนาคารผู้เคยค้าของจำเลยรับรองต่อธนาคารผู้จ่ายว่า ได้นำเงินตามเช็ค (ขีดคร่อม) เข้าบัญชีของผู้รับเงิน คือบริษัทจำเลยแล้วและรับรองว่า ลายมือสลักหลังเช็คนั้นเป็นลายมือสลักหลังที่แท้จริงของผู้รับเงิน ธนาคารผู้จ่ายจึงจ่ายเงินตามเช็คนั้นให้แก่ธนาคารผู้เคยค้าของจำเลยไปดังนี้ โจทก์จะฟ้องให้ธนาคารผู้เคยค้าของจำเลยต้องรับผิดอีกด้วยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1501/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดของธนาคารต่อเจ้าของเช็คเมื่อมีการรับรองเช็คและจ่ายเงินโดยไม่ถูกต้อง
โจทก์ออกเช็คเพื่อชำระค่าไม้ที่บริษัทจำเลยขายหรือจะขายให้โจทก์บริษัทจำเลยส่งไม้ให้ไม่ครบจำนวนโจทก์จึงฟ้องเรียกเงินที่จ่ายเกินไปนั้นคืน จากจำเลย และศาลได้พิพากษาให้บริษัทจำเลยรับผิดคืนเงินจำนวนนั้นให้โจทก์แล้ว แม้จะปรากฎว่าจำเลยได้สลักหลังเช็คนั้น ให้ธนาคารผู้เคยค้าของจำเลยรับรองต่อธนาคารผู้จ่ายว่า ได้นำเงินตามเช็ค (ขีดคล่อม) เข้าบัญชีของผู้รับเงิน คือบริษัทจำเลยแล้วและรับรองว่า ลายมือสลักหลังเช็คนั้น เป็นลายมือสลักหลังที่แท้จริงของผู้รับเงิน ธนาคารผู้จ่ายจึงจ่ายเงินตามเช็คนั้น ให้แก่ธนาคารผู้เคยค้าของจำเลยไป ดังนี้ โจทก์จะฟ้องให้ธนาคารผู้เคยค้าของจำเลยต้องรับผิดอีกด้วยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1497/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลบังคับนายประกันส่งตัวจำเลยรับสำเนาฟ้องคดีอาญา
ในกรณีที่ผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยไว้แล้ว ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยมีประกันตัวไป ต่อมาอัยการจึงมาฟ้องจำเลยในมูลกรณีเดียวกันอีก พึงถือว่าจำเลยอยู่ในอำนาจของศาลที่จะบังคับให้นายประกันส่งตัวจำเลยมารับสำเนาฟ้องได้ เรื่องเช่นนี้อัยการหาจำต้องนำตัวจำเลยมาพร้อมกับฟ้องไม่ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 7/2496)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1497/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลบังคับนายประกันส่งตัวจำเลยหลังให้ประกันตัวแล้ว อัยการไม่ต้องนำตัวจำเลยมาพร้อมฟ้อง
ในกรณีที่ผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยไว้แล้ว ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยมีประกันตัวไป ต่อมาอัยการจึงมาฟ้องจำเลยในมูลกรณีเดียวกันอีก พึงถือว่าจำเลยอยู่ในอำนาจของศาลที่จะบังคับให้นายประกัน ส่งตัวจำเลยมารับสำเนาฟ้องได้ เรื่องเช่นนี้อัยการหาจำต้องนำตัวจำเลยมาพร้อมกับฟ้องไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1479/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองที่ดินสาธารณะและการอนุญาตให้เข้าใช้ประโยชน์: สิทธิเหนือที่ดินหลังได้รับอนุญาต
นายอำเภอตัดทางสาธารณะใหม่เข้าไปในที่ของโจทก์ นายอำเภอจึงเอาที่ดินถนนเก่าซึ่งราษฎรมิได้ใช้เดินแล้วนั้น ให้แก่โจทก์ด้วยปากเปล่าดังนี้ แม้การยกให้จะเป็นโมฆะเพราะเป็นที่สาธารณะสมบัติของแผ่นดินอย่างนี้อยู่ในความดูแลรักษาของนายอำเภอ เมื่อนายอำเภออนุญาตให้โจทก์เข้าใช้ที่นี้ได้ และโจทก์ก็ได้เข้าไปปลูกต้นผลไม้ลงไว้ตามที่ได้รับอนุญาตแล้ว ราษฎรคนอื่นก็ไม่มีสิทธิจะเข้าทำรั้วล้อมที่ดังกล่าวเอาเป็นของตนเสีย เมื่อทำลงโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องให้รื้อถอนขับไล่ออกไปจากที่ดังกล่าวแล้วนั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1479/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองที่สาธารณะโดยได้รับอนุญาตและการมีสิทธิเหนือกว่าบุคคลอื่น
นายอำเภอตัดทางสาธารณะใหม่เข้าไปในที่ของโจทก์ นายอำเภอจึงเอาที่ดินถนนเก่าซึ่งราษฎรมิได้ใช้เดินแล้วนั้น ให้แก่โจทก์ด้วยปากเปล่า ดังนี้ แม้การยกให้จะเป็นโมฆะเพราะเป็นที่สาธารณะสมบัติก็ตาม แต่สาธารณะสมบัติของแผ่นดินอย่างนี้อยู่ในความดูแลรักษาของอำเภอ เมื่อนายอำเภออนุญาตให้โจทก์เข้าใช้ที่นี้ได้ และโจทก์ก็ได้เข้าไปปลูกต้นผลไม้ลงไว้ตามที่ได้รับอนุญาตแล้ว ราษฎรคนอื่นก็ไม่มีสิทธิจะเข้าทำรั้วล้อมที่ดังกล่าวเอาเป็นของตนเสีย เมื่อทำลงโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องให้รื้อถอนขับไล่ออกไปจากที่ดังกล่าวแล้วนั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1362/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การถอนฟ้องแล้วฟ้องใหม่: ถ้อยคำในคำร้องไม่ใช่การประนีประนอมและจำเลยต้องมีหลักฐานการปลดหนี้
โจทก์เคยฟ้องจำเลยให้ชำระเงินตามสัญญากู้ เป็นเงิน 10,000 บาท แล้วโจทก์ขอถอนฟ้องคดีนั้นเสีย โดยโจทก์บรรยายในคำร้องขอถอนฟ้องว่า "จำเลยได้มาขอความตกลงโดยยอมชำระหนี้ให้แล้วจึงหมดความจำเป็นที่จะดำเนินคดีต่อไป โจทก์จึงขอถอนฟ้อง" ครั้นเมื่อศาลอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องไปแล้ว ต่อมาโจทก์มาฟ้องจำเลยใหม่ โดยอ้างว่าจำเลยชำระเงินให้เพียง 8400 บาท ยังมิได้ชำระอีก 1600 บาท จึงขอให้ศาลบังคับ ดังนี้ จะถือว่าถ้อยคำที่โจทก์บรรยายมาในคำร้องขอถอนฟ้องเป็นการประณีประนอมไม่ได้เพราะไม่มีความหมายว่า จำเลยได้ชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นแล้ว หรือว่าได้มีความตกลงเป็นสัญญาประนีประนอมกันขึ้นแล้ว หากจำเลยจะต่อสู้ว่า โจทก์ตกลงยอมรับชำระหนี้เพียง 8400 บาทก็เป็นเรื่อง ต่อสู้ขอปลดหนี้ ต้องบังคับตามมาตรา 340
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1362/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การถอนฟ้องแล้วฟ้องใหม่ไม่ถือเป็นประนีประนอม หากไม่มีหลักฐานการชำระหนี้ครบถ้วน การต่อสู้เรื่องปลดหนี้ต้องมีหลักฐาน
โจทก์เคยฟ้องจำเลยให้ชำระเงินตามสัญญากู้ เป็นเงิน 10,000 บาท แล้วโจทก์ขอถอนฟ้องคดีนั้นเสีย โดยโจทก์บรรยายในคำร้องขอถอนฟ้องว่า "จำเลยได้มาขอความตกลงโดยยอมชำระหนี้ให้แล้วจึงหมดความจำเป็นที่จะดำเนินคดีต่อไป โจทก์จึงขอถอนฟ้อง" ครั้นเมื่อศาลอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องไปแล้ว ต่อมาโจทก์มาฟ้องจำเลยใหม่ โดยอ้างว่าจำเลยชำระเงินให้เพียง 8400 บาท ยังมิได้ชำระอีก 1600 บาท จึงขอให้ศาลบังคับ ดังนี้ จะถือว่าถ้อยคำที่โจทก์บรรยายมาในคำร้องขอถอนฟ้องเป็นการประณีประนอมไม่ได้ เพราะไม่มีความหมายว่า จำเลยได้ชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นแล้ว หรือว่าได้มีความตกลงเป็นสัญญาประนีประนอมกันขึ้นแล้วหากจำเลยจะต่อสู้ว่า โจทก์ตกลงยอมรับชำระหนี้เพียง 8400 บาท ก็เป็นเรื่อง ต่อสู้ขอปลดหนี้ ต้องบังคับตามมาตรา 340
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1361/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุผู้กระทำผิดกับการพิจารณาคดีในศาลเด็กและเยาวชน หากอายุ 18 ปีขึ้นขณะคดีมาสู่ศาล ต้องขึ้นศาลธรรมดา
ในกรณีที่เด็กกระทำผิดนั้น แม้ขณะกระทำผิดอายุจะยังไม่ถึง 18 ปี ถ้าขณะที่คดีมาสู่ศาลนั้นจำเลยมีอายุ 18 ปี หรือกว่านั้นขึ้นไป จำเลยก็ไม่เป็น "เยาวชน " ตามความหมายของ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน ฯลฯ มาตรา 4 จึงต้องขึ้นศาลธรรมดา