พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,225 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 934/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญโดยความยินยอมของคู่สมรส ไม่ต้องลงชื่อผู้ขายทั้งคู่
สามีเอาที่ดินอันเป็นสินบริคณห์ ไปขายให้แก่ผู้อื่นด้วยความยินยอมของภริยานั้น เมื่อเป็นที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญก็ไม่จำต้องให้ภริยาลงชื่อเป็นผู้ขายด้วย ก็ใช้ได้กรณีไม่ต้องด้วย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1474
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 933/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าสิ้นสุดจากเหตุอายัด + สิทธิของผู้เช่าช่วง
สัญญาเช่ามีเงื่อนไขข้อหนึ่งว่าถ้าสถานที่เช่าหรือสิ่งของที่อยู่ในสถานที่เช่าถูกอายัติหรือถูกยึดตามคำสั่งของศาลก็ดี ฯลฯ ในกรณีใดกรณีหนึ่งดังว่ามานี้ ผู้เช่ายอมให้ผู้ให้เช่าเข้ายึดปกครองสถานที่เช่าได้ทันที และจัดการต่อไปตามที่ เห็นสมควร ฯลฯ ข้อความดังนี้เป็นอันชัดว่า ผู้เช่าได้สัญญาเลิกใช้และรับประโยชน์ในสถานที่เช่านั่นเอง เท่ากับ เป็นเงื่อนไขให้สัญญาเช่าสิ้นสุดลง เมื่อมีการถูกอายัติตามเงื่อนไขดังกล่าว ผู้ให้เช่าจึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าตาม เงื่อนไขนั้นได้.
ป.พ.พ.มาตรา 545 ที่บัญญัติให้ผู้เช่าช่วงต้องรับผิดต่อผู้ให้เช่าเดิมโดยตรงนั้น เป็นแต่เรื่องให้รับผิดตามหน้าที่ของ ผู้เช่า กฎหมายมิได้บังคับให้ผู้เช่าต้องรับผิดต่อผู้เช่าช่วงอย่างใดไม่ อีกนัยหนึ่งผู้เช่าช่วงแม้จะเป็นไปโดยชอบ ก็หา อาจกลายมาเป็นผู้เช่าอีกคนหนึ่งไม่.
สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์นั้น แม้จะได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนไว้ คู่สัญญาก็ตกลงกันเป็นหนังสือเพิกถอนสัญ ญาเช่านั้น เพราะเป็นสัญยาที่ตกลงกันระหว่างบุคคลเป็นบุคคลสิทธิคู่กรณีย่อมตกลงเลิกสัญญาเช่าเมื่อใด ๆ ก็ได้ โดยไม่ต้องจดทะเบียน
ป.พ.พ.มาตรา 545 ที่บัญญัติให้ผู้เช่าช่วงต้องรับผิดต่อผู้ให้เช่าเดิมโดยตรงนั้น เป็นแต่เรื่องให้รับผิดตามหน้าที่ของ ผู้เช่า กฎหมายมิได้บังคับให้ผู้เช่าต้องรับผิดต่อผู้เช่าช่วงอย่างใดไม่ อีกนัยหนึ่งผู้เช่าช่วงแม้จะเป็นไปโดยชอบ ก็หา อาจกลายมาเป็นผู้เช่าอีกคนหนึ่งไม่.
สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์นั้น แม้จะได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนไว้ คู่สัญญาก็ตกลงกันเป็นหนังสือเพิกถอนสัญ ญาเช่านั้น เพราะเป็นสัญยาที่ตกลงกันระหว่างบุคคลเป็นบุคคลสิทธิคู่กรณีย่อมตกลงเลิกสัญญาเช่าเมื่อใด ๆ ก็ได้ โดยไม่ต้องจดทะเบียน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 933/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าสิ้นสุดจากเหตุอายัดทรัพย์ และสิทธิของผู้เช่าช่วง
สัญญาเช่ามีเงื่อนไขข้อหนึ่งว่าถ้าสถานที่เช่าหรือสิ่งของที่อยู่ในสถานที่เช่าถูกอายัดหรือถูกยึดตามคำสั่งของศาลก็ดี ฯลฯ ในกรณีใดกรณีหนึ่งดังว่ามานี้ ผู้เช่ายอมให้ผู้ให้เช่าเข้ายึดปกครองสถานที่เช่าได้ทันที และจัดการต่อไปตามที่เห็นสมควร ฯลฯ ข้อความดังนี้เป็นอันชัดว่าผู้เช่าได้สัญญาเลิกใช้และรับประโยชน์ในสถานที่เช่านั่นเอง เท่ากับเป็นเงื่อนไขให้สัญญาเช่าสิ้นสุดลง เมื่อมีการถูกอายัดตามเงื่อนไขดังกล่าว ผู้ให้เช่าจึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าตามเงื่อนไขนั้นได้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 545 ที่บัญญัติให้ผู้เช่าช่วงต้องรับผิดต่อผู้ให้เช่าเดิมโดยตรงนั้น เป็นแต่เรื่องให้รับผิดตามหน้าที่ของผู้เช่า กฎหมายมิได้บังคับให้ผู้ให้เช่าต้องรับผิดต่อผู้เช่าช่วงอย่างใดไม่ อีกนัยหนึ่งผู้เช่าช่วงแม้จะเป็นไปโดยชอบ ก็หาอาจกลายมาเป็นผู้เช่าอีกคนหนึ่งไม่
สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์นั้นแม้จะได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนไว้ คู่สัญญาก็ตกลงกันเป็นหนังสือเพิกถอนสัญญาเช่านั้นได้ เพราะเป็นสัญญาที่ตกลงกันระหว่างบุคคลเป็นบุคคลสิทธิคู่กรณีย่อมตกลงเลิกสัญญาเช่าเมื่อใดๆ ก็ได้โดยไม่ต้องจดทะเบียน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 545 ที่บัญญัติให้ผู้เช่าช่วงต้องรับผิดต่อผู้ให้เช่าเดิมโดยตรงนั้น เป็นแต่เรื่องให้รับผิดตามหน้าที่ของผู้เช่า กฎหมายมิได้บังคับให้ผู้ให้เช่าต้องรับผิดต่อผู้เช่าช่วงอย่างใดไม่ อีกนัยหนึ่งผู้เช่าช่วงแม้จะเป็นไปโดยชอบ ก็หาอาจกลายมาเป็นผู้เช่าอีกคนหนึ่งไม่
สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์นั้นแม้จะได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนไว้ คู่สัญญาก็ตกลงกันเป็นหนังสือเพิกถอนสัญญาเช่านั้นได้ เพราะเป็นสัญญาที่ตกลงกันระหว่างบุคคลเป็นบุคคลสิทธิคู่กรณีย่อมตกลงเลิกสัญญาเช่าเมื่อใดๆ ก็ได้โดยไม่ต้องจดทะเบียน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 921/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การปลูกสร้างบนที่ดินผู้อื่นโดยรู้เห็น การไม่มีสิทธิอยู่ต่อเมื่อเจ้าของไม่ยินยอม
ปลูกเรือนลงในที่ดิน โดยรู้อยู่ก่อนแล้วว่าเป็นที่ดินของผู้อื่น ซื่งให้ตนอาศัย ดังนี้ กรณีไม่ต้องด้วย ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1310, 1312 ฉะนั้น เมื่อเจ้าของที่ดินไม่ประสงค์จะให้ผู้นั้นอยู่ในที่ดินของเขา ต่อไปก็จะอ้างมาตรา 1310 หรือ 1312 มายันเจ้าของที่ดินไม่ได้./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 921/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การปลูกสร้างบนที่ดินของผู้อื่นโดยรู้เห็น การอ้างสิทธิอยู่ต่อไม่เป็นผล
ปลูกเรือนลงในที่ดิน โดยรู้อยู่ก่อนแล้วว่าเป็นที่ดินของผู้อื่น ซึ่งให้ตนอาศัย ดังนี้ กรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1310,1312 ฉะนั้นเมื่อเจ้าของที่ดินไม่ประสงค์จะให้ผู้นั้นอยู่ในที่ดินของเขา ต่อไป ก็จะอ้างมาตรา 1310 หรือ 1312 มายันเจ้าของที่ดินไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 816/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พินัยกรรมที่ชอบด้วยกฎหมาย: การระบุผู้รับมรดกและการห้ามมิให้ผู้อื่นเกี่ยวข้องกับทรัพย์มรดก
เจ้ามรดกเขียนพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้บุตรและบุตรเขยแม้จะไม่มีข้อความว่าให้คำสั่งของตนมีผลเมื่อตายแล้วก็ดี แต่เมื่ออ่านเอกสารนี้รวมกันทั้งฉบับแล้ว คงได้ความว่า ทรัพย์ของเจ้ามรดกที่มีอยู่เมื่อตายเจ้ามรดกไม่ปลงใจยกให้แก่ใคร นอกจากบุตรและบุตรเขย ฯลฯ ที่ระบุไว้ในคำสั่งนี้ นั้น จึงย่อมเป็นคำสั่งของเจ้ามรดกได้กำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของตนอันจะให้เกิดมีผลบังคับได้ตามกฎหมายเมื่อตายแล้วจึงเป็นพินัยกรรมที่ชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1646
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 816/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เอกสารระบุเจตนา ยกทรัพย์ให้ผู้อื่น ถือเป็นพินัยกรรมได้ แม้ไม่มีข้อความระบุผลเมื่อตาย
เจ้ามรดกเขียนพินัยกรรม์ยกทรัพย์สินให้บุตรและบุตรเขย แม้จะไม่มีข้อความว่าให้คำสั่งของคนมีผลเมื่อตายแล้ว ก็ดี แต่เมื่ออ่านเอกสารนี้ รวมกันทั้งฉะบับแล้ว คงได้ความว่า ทรัพย์ของเจ้ามรดกที่มีอยู่เมื่อตายเจ้ามรดกไม่ปลงใจ ยกให้แก่ใคร นอกจากบุตรและบุตรเขย ฯลฯ ที่ระบุไว้ในคำสั่งนั้ นั้น จึงย่อมเป็นคำสั่งของเจ้ามรดกได้กำหนดการ เผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของตนอันจะให้เกิดมีผลบังคับได้ตามกฎหมายเมื่อตายแล้ว จึงเป็นพินัยกรรม์ที่ชอบด้วย กฎหมาย ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1646./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 812/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเช่าที่ดินเพื่ออยู่อาศัยได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า แม้เดิมทีจะเช่าเพื่อทำสวน
เดิมที่เช่าเป็นที่สวนผู้เช่า เช่ามาเพื่อทำสวน ต่อมาที่ดินได้กลายสภาพไป ไม่ใช่สวนแล้ว บุตรผู้เช่าเดิมได้ทำสัญญา เช่ากับเจ้าของที่ดินใหม่ ในสัญญาก็มิได้ระบุว่า เพื่อทำสวนดังที่มารดาทำให้ไว้แต่เดิม ทั้งความจริงผู้เช่าคนหลังนี้ ก็มิได้ใช้ที่พิพาทในการทำสวนเลย แต่ปลุกบ้านอยู่ และให้ญาติพี่น้องเข้ามาปลูกบ้านอยู่กันหลายหลัง เช่นนี้ ถือได้ ว่าเป็นการเช่าที่ดินเพื่อปลูกที่อยู่อาศัย ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ และการที่ผู้เช่าให้ญาติ พี่นอ้งเข้ามาปลูกเรือนอยู่อาศัยในที่เช่าด้วย นั้น เมื่อมิได้ให้เช่าช่วงแล้ว เจ้าของที่ดินก็จะฟ้องขับไล่ไม่ได้ เพราะ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ บัญญัติเฉพาะกรณีที่ผู้เช่าให้เช่าช่วงเท่านั้น ไม่ได้ห้ามถึงกรณีที่ผู้เช่าให้ญาติพี่น้องเข้า มาใช้ประโยชน์บนที่ดินที่เช่าด้วย./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 812/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเช่าที่ดินเปลี่ยนสภาพจากสวนเป็นที่อยู่อาศัยได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า การใช้ประโยชน์โดยญาติไม่ถือเช่าช่วง
เดิมที่เช่าเป็นที่สวนผู้เช่าเช่ามาเพื่อทำสวนต่อมาที่ดินได้กลายสภาพไป ไม่ใช่สวนแล้วบุตรผู้เช่าเดิมได้ทำสัญญาเช่ากับเจ้าของที่ดินใหม่ในสัญญาก็มิได้ระบุว่า เพื่อทำสวนดังที่มารดาทำให้ไว้แต่เดิมทั้งความจริงผู้เช่าคนหลังนี้ก็มิได้ใช้ที่พิพาทในการทำสวนเลยแต่ปลูกบ้านอยู่ และให้ญาติพี่น้องเข้ามาปลูกบ้านอยู่กันหลายหลัง เช่นนี้ถือได้ว่าเป็นการเช่าที่ดินเพื่อปลูกที่อยู่อาศัย ได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯลฯและการที่ผู้เช่าให้ญาติพี่น้องเข้ามาปลูกเรือนอยู่อาศัยในที่เช่าด้วย นั้นเมื่อมิได้ให้เช่าช่วงแล้ว เจ้าของที่ดินก็จะฟ้องขับไล่ไม่ได้เพราะพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯลฯบัญญัติเฉพาะกรณีที่ผู้เช่าให้เช่าช่วงเท่านั้นไม่ได้ห้ามถึงกรณีที่ผู้เช่าให้ญาติพี่น้องเข้ามาใช้ประโยชน์บนที่ดินที่เช่าด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 802/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาประนีประนอมยอมความเช่าบ้านและการสิ้นสุดความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
ผู้ให้เช่าบ้านและผู้เช่า ได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันต่อคณะกรมการอำเภอ โดยผู้เช่าขอเช่าอยู่ต่อไปอีก6 เดือน แล้วผู้เช่าจะออกจากบ้านรายนี้ไป ดังนี้ย่อมเป็นการแสดงความยินยอมของผู้เช่าที่จะออกจากบ้านเช่า ต้องตามข้อยกเว้นของ พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันพ.ศ.2489 มาตรา 16(5) แล้ว เมื่อครบกำหนดแล้วไม่ยอมออกจากบ้านเช่า ผู้ให้เช่าย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่ได้