คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
ประมูล สุวรรณศร

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,225 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 421/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน (แพเป็นเรือน) และสิทธิในทรัพย์สินที่เปลี่ยนแปลง
เจ้าของแพได้อนุญาตให้พี่ชายรื้อถอนแพเอาไปปลูกเป็นเรือนอยู่ในที่ดินของพี่ชายเสียนานมาแล้ว ต่อมาเจ้าของแพถึงแก่กรรม ทายาทจึงฟ้องเรียกแพจากผู้ครอบครองเรือนนั้น ดังนี้ ศาลจะบังคับให้ส่งแพไม่ได้
เพราะไม่มีแพอยู่เสียแล้ว แต่การที่เอาแพของเขาไปปลูกเป็นเรือนของตนเสียเช่นนี้ ผู้ปลูกย่อมเป็นเจ้าของเรือนนั้น แต่ต้องใช้ค่าสัมภาระให้แก่เขาดังที่บัญญัติไว้ใน ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1315 ฉะนั้น ศาลย่อมบังคับให้ใช้ราคาแพนั้นแก่ทายาทได้ ./

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 414/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การงดบังคับคดีตามมาตรา 293 วรรคท้าย ต้องเป็นการฟ้องคดีเรื่องอื่นที่อาจนำมาหักกลบลบหนี้ได้
แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 293 วรรคท้าย จะบัญญัติไว้ว่า คำสั่งของศาลที่สั่งงดการบังคับคดีไว้ภายในระยะเวลาที่เห็นสมควร นั้น คำสั่งเช่นว่านี้ให้เป็นที่สุดก็ตามแต่ถ้าคู่ความจะอุทธรณ์หรือฎีกาขึ้นมาว่า ศาลนำเอามาตรา 293 มาใช้บังคับไม่ถูกต้อง เพราะกรณีมิได้เป็นไปตามบทบัญญัติของวรรคแรกแห่งมาตรานั้นเช่นนี้คู่ความนั้นย่อมอุทธรณ์ฎีกาได้อย่างเดียวกันกับบทบัญญัติที่ห้ามอุทธรณ์คดีมโนสาเร่แม้ศาลชั้นต้นจะชี้ขาดว่าเป็นคดีมโนสาเร่ และพิพากษาให้คู่ความฝ่ายหนึ่งแพ้คดีไปแล้วคู่ความฝ่ายนั้นก็ย่อมจะอุทธรณ์โต้เถียงได้ว่าคดีนั้น หาใช่คดีมโนสาเร่ไม่
ศาลจะสั่งงดการบังคับคดีไว้ตามมาตรา 293 ได้โดยเหตุ'ที่ตนได้ยื่นฟ้องเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเป็นคดีเรื่องอื่นในศาลเดียวกันนั้นฯลฯ เพราะสามารถจะหักกลบลบหนี้กันได้' แสดงให้เห็นว่า การฟ้องคดีใหม่นั้นต้องเป็นการฟ้องเรื่องอื่น ซึ่งเมื่อชนะคดีแล้ว อาจนำเอาหนี้ตามคำพิพากษานั้นมาหักกลบลบหนี้กับหนี้ตามคำพิพากษาในคดีเรื่องแรกได้
ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้จำเลยที่ 3 เป็นลูกหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาในฐานะผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 ครั้นโจทก์บังคับคดีเอากับจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 ไปฟ้องโจทก์ขอให้ศาลแสดงว่า จำเลยหลุดพ้นจากฐานะผู้ค้ำประกัน ดังนี้ไม่ใช่เป็นการฟ้องคดีเรื่องอื่น จึงไม่อาจจะบังคับตามมาตรา 293 ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 401/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำรับสารภาพชั้นสอบสวนมีน้ำหนัก แม้พยานโจทก์มีข้อโต้แย้ง คดีลักทรัพย์มีหลักฐานประกอบเพียงพอ
คดีลักทรัพย์ ถ้าเพียงแต่กันผู้ต้องหาด้วยกันมาเป็นพยานโจทก์สองปาก คดีไม่มีน้ำหนักพอที่จะลงโทษจำเลยได้แต่ถ้าโจทก์มีเจ้าทรัพย์และพนักงานสอบสวนประกอบว่าจำเลยได้รับสารภาพชั้นสอบสวนโดยสมัครใจ ทั้งได้รับสารภาพต่อพนักงานสอบสวนต่อหน้าเจ้าทรัพย์ด้วยคดีก็ฟังลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 396/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเงินกู้ที่มีหลักประกันทางที่ดิน: ข้อตกลงที่เป็นโมฆะเมื่อราคาที่ดินสูงเกินกว่าจำนวนเงินกู้
กู้เงินแล้วมอบที่ดินมีโฉนดให้ทำต่างดอกเบี้ย ตกลงกันว่าถ้าไม่ใช้เงินคืนภายใน 3 เดือนโอนที่ดินที่ประกันให้เป็นกรรมสิทธิ์แก่ผู้ให้กู้ดังนี้ เป็นเรื่องสัญญากู้ธรรมดานั่นเอง หาใช่เป็นสัญญาจะซื้อขายที่ดินไม่แม้จะพ้นกำหนด 3 เดือนแล้ว ไม่ใช้เงินคืนก็ตามเมื่อปรากฏว่ากู้กันเพียง 1000 บาท ส่วนที่ดินที่ประกันมีราคา 3000 บาท ผู้ให้กู้จะเอาที่ดินที่ประกันตามสัญญากันไว้ไม่ได้ ข้อตกลงเช่นนี้เป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 656 วรรค 3

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 396/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเงินกู้ที่มีประกันทรัพย์สินมูลค่าสูงกว่าหนี้ เป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 656
กู้เงินแล้วมอบที่ดินมีโฉนดให้ทำต่างดอกเบี้ย ตกลงกันว่าถ้าไม่ใช้เงินคืนภายใน 3 เดือน โอนที่ดินที่ประกันให้เป็นกรรมสิทธิแก่ผู้ให้กู้ ดังนี้ เป็นเรื่องสัญญากู้ธรรมดานั่นเอง หาใช่เป็นสัญญาจะซื้อขายที่ดินไม่ แม้จะพ้นกำหนด 3 เดือนแล้ว ไม่ใช้เงินคืนก็ตามเมื่อปรากฎว่ากู้กันเพียง 1000 บาท ส่วนที่ดินที่ประกันมีราคา 3000 บาท ผู้ให้กู้จะเอาที่ดินที่ประกันตามสัญญากันไว้ไม่ได้ ข้อตกลงเช่นนี้เป็นโมฆะตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 656 วรรค 3./

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 395/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความสมบูรณ์ของฟ้องอาญา: การระบุวันเวลาการกระทำผิดและการรับของโจร
ฟ้องบรรยายว่า เมื่อเวลาค่ำคืนระหว่างวันที่ 6-7พฤศจิกายน2494 คนร้ายได้ลักทรัพย์ของผู้เสียหายไปต่อมาวันที่ 7 เดือนเดียวกัน เวลากลางวัน จับของกลางได้ที่ลิ้นชักตู้ของจำเลยทั้งนี้โดยจำเลยเป็นคนร้ายลักทรัพย์นั้นมา หรือมิฉะนั้นจำเลยก็รับเอาทรัพย์ดังกล่าวแล้ว ไว้จากโจรโดยรู้ว่าเป็นของร้ายได้มาจากการกระทำผิดกฎหมายขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 293,294,321คงถือได้ว่า ฟ้องดังกล่าวได้มีวันเดือนปีที่หาว่าจำเลยทำผิดไว้แล้วเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) แล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 395/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความสมบูรณ์ของฟ้องคดีลักทรัพย์-รับของโจร การระบุวันเวลาทำผิดชัดเจนเพียงพอต่อการดำเนินคดี
ฟ้องบรรยายว่า เมื่อเวลาค่ำคืนระหว่างวันที่ 6 - 7 พฤศจิกายน 2494 คนร้ายได้ลักทรัพย์ของผู้เสียหายไป ต่อมาวัน
ที่ 7 เดือนเดียวกัน เวลากลางวัน จับของกลางได้ที่ลิ้นชักตู้ของจำเลยทั้งนี้โดยจำเลยเป็นคนร้ายลักทรัพย์นั้นมาร หรือมิฉะนั้นจำเลยก็รับเอาทรัพย์ดังกล่าวแล้ว ไว้จากโจรโดยรู้ว่าเป็นของร้ายได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา 293, 294, 321 คงถือได้ว่า ฟ้องดังกล่าวได้มีวันเดือนปีที่หาว่าจำเลยทำ
ผิดไว้แล้ว เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 158(5) แล้ว.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 392/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้จ้างวานให้ผู้อื่นกระทำผิด: การกระทำยังอยู่ในชั้นเตรียมการ ไม่ถึงขั้นความผิดตามมาตรา 174
จำเลยใช้ให้คนผู้หนึ่งไปเป็นผู้ว่าจ้างคนอื่น ให้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ที่จำเลยโกรธเคืองให้ถึงแก่ความตายดังนี้ เมื่อผู้ที่รับใช้รู้สึกสำนึกตัวกลัวความผิดไม่ไปจ้างคนตามที่จำเลยใช้เช่นนี้ ถือได้ว่าจำเลยมิได้ใช้ให้ผู้นั้นกระทำความผิดด้วยตนเองโดยตรงเป็นแต่ให้ผู้นั้นหาจ้างคนมากระทำความผิดอีกชั้นหนึ่งซึ่งเท่ากับใช้ให้ผู้นั้นไปกระทำความผิดตามมาตรา 174 นั่นเองจึงอยู่ในขั้นเตรียมการ ยังห่างไกลต่อผลมาก จำเลยย่อมไม่มีความผิดตามมาตรา 174 วรรค 1

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 392/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้ผู้อื่นจ้างวานฆ่า: อยู่ในชั้นเตรียมการ ไม่ถึงแก่ความผิดตาม ม.174 วรรค 1
จำเลยใช้ให้คนผู้หนึ่งไปเป็นผู้ว่าจ้างคนอื่น ให้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ที่จำเลยโกรธเคืองให้ถึงแก่ความตาย ดังนี้ เมื่อผู้ที่รับใช้รู้สึกสำนึกตัวกลัวความผิดไม่ไปจ้างคนตามที่จำเลยใช้ เช่นนี้ ถือได้ว่าจำเลยมิได้ใช้ใช้ผู้นั้นกระทำความผิดด้วยตนเองโดยตรง เป็นแต่ให้ผู้นั้นหาจ้างคนมากระทำความผิดอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งเท่ากับใช้ให้ผู้นั้นไปกระทำความผิดตามมาตรา 174 นั่นเอง จึงอยู่ในชั้นเตรียมการ ยังห่างไกลต่อผลมา จำเลยย่อมไม่มีความผิดตามมาตรา 174 วรรค 1./

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 390/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบังคับคดีขับไล่หมดความจำเป็นเมื่อจำเลยและบริวารออกจากที่ดินและรื้อสิ่งปลูกสร้างแล้ว
ในคดีที่ศาลพิพากษาให้จำเลยกับบริวารออกจากสถานที่เช่าของโจทก์ โจทก์ได้ขอบังคับคดี ขอให้ศาลขับไล่บุคคลที่อยู่ในสถานที่เช่าอ้างว่าเป็นบริวารของจำเลย บุคคลในจำนวนนั้นบางคนยื่นคำร้องคัดค้านว่า ไม่ใช่บริวารของจำเลย แต่เป็นผู้เช่าช่วงได้โต้เถียงกันขึ้นมาจนถึงศาลฎีกา จึงปรากฏว่าจำเลยและบริวารทั้งหลายได้ออกไปจากที่ดินของโจทก์และสิ่งก่อสร้างทั้งหลายโจทก์ก็ได้รื้อออกหมดแล้ว ดังนี้ ศาลไม่จำต้องออกหมายบังคับให้เพราะการบังคับคดีเรื่องขับไล่ออกจากสิ่งก่อสร้างหมดความจำเป็นที่จะต้องสั่งอย่างใดแล้ว
of 323