พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,225 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 390/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับคดีขับไล่หมดความจำเป็นเมื่อจำเลยและบริวารออกจากที่ดินและรื้อสิ่งปลูกสร้างแล้ว
ในคดีที่ศาลพิพากษาให้จำเลยกับบริวารออกจากสถานที่เช่าของโจทก์ โจทก์ได้ขอบังคับคดี ขอให้ศาลขับไล่บุคคลที่อยู่ในสถานที่เช่าอ้างว่าเป็นบริวารของจำเลย บุคคลในจำนวนนั้นบางคนยื่นคำร้องคัดค้านว่า ไม่ใช่บริวารของจำเลย แต่เป็นผู้เช่าช่วงได้โต้เถียงกันขึ้นมาจนถึงศาลฎีกา จึงปรากฏว่าจำเลยและบริวารทั้งหลายได้ออกไปจากที่ดินของโจทก์และสิ่งก่อสร้างทั้งหลายโจทก์ก็ได้รื้อออกหมดแล้ว ดังนี้ ศาลไม่จำต้องออกหมายบังคับให้เพราะการบังคับคดีเรื่องขับไล่ออกจากสิ่งก่อสร้างหมดความจำเป็นที่จะต้องสั่งอย่างใดแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 380/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีแทนผู้เสมือนไร้ความสามารถ: ผู้พิทักษ์ไม่มีอำนาจฟ้องแทน เว้นแต่กรณีที่ต้องได้รับความยินยอม
ผู้เสมือนไร้ความสามารถยังสามารถประกอบกิจการต่างๆ ได้ด้วยตนเอง เว้นแต่ในบางกรณีจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์เสียก่อนเท่านั้นฉะนั้นผู้พิทักษ์จึงหามีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้เสมือนไร้ความสามารถได้ไม่
(อ้างฎีกาที่ 666/2495)
เรื่องอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นต่อสู้ ศาลก็ควรยกขึ้นวินิจฉัย
(อ้างฎีกาที่ 666/2495)
เรื่องอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นต่อสู้ ศาลก็ควรยกขึ้นวินิจฉัย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 380/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีแทนผู้เสมือนไร้ความสามารถ: ผู้พิทักษ์ไม่มีอำนาจฟ้องแทนโดยตรง
ผู้เสมือนไร้ความสามารถยังสามารถประกอบกิจการต่าง ๆได้ด้วยตนเอง เว้นแต่ในบางกรณีจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์เสียก่อนเท่านั้น ฉะนั้นผู้พิทักษ์จึงหามีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้เสมือนไร้ความสามารถได้ไม่.
(อ้างฎีกาที่ 666/2495)
เรื่องอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นต่อสู้ ศาลก็ควรยกขึ้นวินิจฉัย.
(อ้างฎีกาที่ 666/2495)
เรื่องอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นต่อสู้ ศาลก็ควรยกขึ้นวินิจฉัย.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 316/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฎีกาอายุ 18 ปี กระทำความผิดร้ายแรง ศาลพิจารณาโทษจำคุก ไม่ลดโทษตามมาตรา 58 ทวิ
ในคดีที่เด็กหรือเยาวชนต้องหาว่ากระทำผิดผู้อำนวยการสถานพินิจต้องรายงานแสดงความเห็นถึงเรื่องสาเหตุแห่งการกระทำของจำเลยด้วยทุกเรื่องถึงแม้จำเลยจะให้การปฏิเสธว่ามิได้กระทำผิดก็ดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 315/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาซ่อมแซมแล้วเข้าอยู่: สิทธิผู้เช่ายังคงมีอยู่แม้คนกลางปฏิเสธกำหนดค่าเช่า ผู้ให้เช่าผิดสัญญาเมื่อให้ผู้อื่นเช่า
ผู้เช่าและผู้ให้เช่าทำสัญญายอมความกันว่า ผู้เช่ายอมออกจากห้องเช่าชั่วคราวเพื่อให้เจ้าของห้อง คือผู้ให้เช่าทำการซ่อมแซมห้องเช่าเมื่อซ่อมแล้ว ผู้ให้เช่ายอมให้ผู้เช่าเข้ามาอยู่ในห้องที่เคยเช่าได้ ส่วนอัตราค่าเช่าตกลงกันให้คนกลางกำหนด ดังนี้ เป็นสัญญากันครบถ้วนตั้งแต่วันทำสัญญายอมความกันแล้ว
แม้คนกลางจะไม่ยอมเป็นผู้กำหนดอัตราค่าเช่าให้สิทธิของผู้เช่าที่จะเข้าอยู่ในห้องพิพาทก็ยังคงมีอยู่ส่วนอัตราค่าเช่าคู่กรณีมีทางที่จะขอให้ศาลชี้ขาดได้ฉะนั้นเมื่อฝ่ายผู้ให้เช่าได้นำห้องพิพาทไปให้ผู้อื่นเช่าเสียผู้ให้เช่าจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา แต่ผู้เช่าจะฟ้องศาลขอเข้าอยู่ในห้องพิพาทนั้นบุคคลภายนอกได้เข้าอยู่เสียแล้วจึงเป็นเรื่องวัตถุแห่งหนี้ ไม่เปิดช่องให้บังคับได้ผู้เช่าคงฟ้องได้แต่เรียกค่าเสียหายจากผู้ให้เช่า
แม้คนกลางจะไม่ยอมเป็นผู้กำหนดอัตราค่าเช่าให้สิทธิของผู้เช่าที่จะเข้าอยู่ในห้องพิพาทก็ยังคงมีอยู่ส่วนอัตราค่าเช่าคู่กรณีมีทางที่จะขอให้ศาลชี้ขาดได้ฉะนั้นเมื่อฝ่ายผู้ให้เช่าได้นำห้องพิพาทไปให้ผู้อื่นเช่าเสียผู้ให้เช่าจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา แต่ผู้เช่าจะฟ้องศาลขอเข้าอยู่ในห้องพิพาทนั้นบุคคลภายนอกได้เข้าอยู่เสียแล้วจึงเป็นเรื่องวัตถุแห่งหนี้ ไม่เปิดช่องให้บังคับได้ผู้เช่าคงฟ้องได้แต่เรียกค่าเสียหายจากผู้ให้เช่า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 283/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองไม้แปรรูปเกินขนาดโดยไม่ได้รับอนุญาตในเขตควบคุม เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ไม้ต้องริบ
จำเลยมีไม้แปรรูป จำนวนเกิน 0.20 เมตรลูกบาศก์ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตในเขตควบคุมแปรรูปไม้ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 ไม้แปรรูปของกลางจึงต้องริบตามมาตรา 74./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 283/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองไม้แปรรูปเกินปริมาณที่กฎหมายกำหนดในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และไม้ของกลางต้องริบ
จำเลยมีไม้แปรรูป จำนวนเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตรไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ เป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 48 ไม้แปรรูปของกลางจึงต้องริบตามมาตรา 74
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 280/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการใช้น้ำสาธารณะ การปิดกั้นทางน้ำถือเป็นการละเมิดต้องชดใช้ค่าเสียหาย แม้ผู้ใช้ยังไม่ได้รับอนุญาต
ทางน้ำหรือสายน้ำอันเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินนั้นทุกคนย่อมมีสิทธิใช้ได้ร่วมกันแต่ผู้หนึ่งผู้ใดก็หามีสิทธิที่จะทำทำนบปิดกั้นทางน้ำนั้นเสียไม่ถ้าไปปิดกั้นเข้าทำให้ผู้ใช้คนอื่นเสียหายก็ย่อมถือว่าเป็นการละเมิดต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ผู้เสียหายนั้น
จำเลยทำทำนบปิดกั้นสายน้ำในห้วยสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน ชักน้ำมาใช้ในเหมืองของจำเลย เป็นเหตุให้น้ำในห้วยนั้นซึ่งไหลตามธรรมชาติไปสู่เหมืองโจทก์ลดน้อยลงทำให้โจทก์เสียหายทำเหมืองไม่ได้ตามปรกตินั้น จำเลยจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้นให้โจทก์ และแม้โจทก์จะไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานโลหกิจให้ใช้สายน้ำนี้ในการทำเหมืองแร่อันเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติเหมืองแร่ก็เป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับรัฐบาลหาเป็นการตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องจำเลยผู้ละเมิด ทำให้โจทก์เสียหายไม่
จำเลยทำทำนบปิดกั้นสายน้ำในห้วยสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน ชักน้ำมาใช้ในเหมืองของจำเลย เป็นเหตุให้น้ำในห้วยนั้นซึ่งไหลตามธรรมชาติไปสู่เหมืองโจทก์ลดน้อยลงทำให้โจทก์เสียหายทำเหมืองไม่ได้ตามปรกตินั้น จำเลยจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้นให้โจทก์ และแม้โจทก์จะไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานโลหกิจให้ใช้สายน้ำนี้ในการทำเหมืองแร่อันเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติเหมืองแร่ก็เป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับรัฐบาลหาเป็นการตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องจำเลยผู้ละเมิด ทำให้โจทก์เสียหายไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 280/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการใช้น้ำสาธารณะ การปิดกั้นทางน้ำละเมิดต่อผู้อื่น แม้ไม่มีใบอนุญาตใช้ทำเหมือง
ทางน้ำหรือสายน้ำอันเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน นั้นทุกคนย่อมมีสิทธิใช้ได้ร่วมกันแต่ผู้หนึ่งผู้ใดก็หามีสิทธิที่จะทำทำนบปิดกั้นทางน้ำนั้นเสียไม่ ถ้าไปปิดกั้นเข้าทำให้ผู้ใช้คนอื่นเสียหายก็ย่อมถือว่าเป็นการละเมิด ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ผู้เสียหายนั้น.
จำเลยทำทำนบปิดกั้นสายน้ำในห้วยสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน ชักน้ำมาใช้ในเหมืองของจำเลย เป็นเหตุให้น้ำในห้วยนั้นซึ่งไหลตามธรรมชาติไปสู่เหมืองโจทก์ลดน้อยลง ทำให้โจทก์เสียหาย ทำเหมืองไม่ได้ตามปรกตินั้น จำเลยจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้นให้โจทก์ และแม้โจทก์จะไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานโลหกิจให้ใช้สายน้ำนี้ในการทำเหมืองแร่อันเป็นการฝ่าฝืนต่อ พ.ร.บ.เหมืองแร่ ก็เป็นเรื่องระหว่างโจกท์กับรัฐบาล หาเป็นการตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องจำเลยผู้ละเมิด ทำให้โจทก์เสียหายไม่.
จำเลยทำทำนบปิดกั้นสายน้ำในห้วยสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน ชักน้ำมาใช้ในเหมืองของจำเลย เป็นเหตุให้น้ำในห้วยนั้นซึ่งไหลตามธรรมชาติไปสู่เหมืองโจทก์ลดน้อยลง ทำให้โจทก์เสียหาย ทำเหมืองไม่ได้ตามปรกตินั้น จำเลยจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้นให้โจทก์ และแม้โจทก์จะไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานโลหกิจให้ใช้สายน้ำนี้ในการทำเหมืองแร่อันเป็นการฝ่าฝืนต่อ พ.ร.บ.เหมืองแร่ ก็เป็นเรื่องระหว่างโจกท์กับรัฐบาล หาเป็นการตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องจำเลยผู้ละเมิด ทำให้โจทก์เสียหายไม่.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 277/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิเครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จดทะเบียน: การแย่งสิทธิในการจดทะเบียนเมื่อมีการใช้เครื่องหมายการค้านั้นในตลาดก่อน
เมื่อโจทก์ยังหาได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าแล้วโจทก์จะนำคดีมาสู่ศาลเพื่อป้องกันหรือเรียกค่าเสียหายในการล่วงสิทธิเครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จดทะเบียนนั้นไม่ได้
โจทก์ได้ใช้เครื่องหมายการค้าตราม้าบินสำหรับสินค้าดินสอดำสั่งเข้ามาจำหน่ายแพร่หลายแล้วในประเทศไทยและเครื่องหมายตราม้าบินใช้สำหรับดินสอของจำเลย ก็มีบุคคลอื่นสั่งเข้ามาจากต่างประเทศ เพื่อจำหน่ายแพร่หลายมานานแล้ว จำเลยจึงสั่งเข้ามาบ้าง และจำเลยก็ได้จำหน่ายสินค้าดินสอนี้มานานแล้วเหมือนกัน ดังนี้ จะถือว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิที่จะจดทะเบียนการค้าเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าตราม้าบินนี้ แต่ผู้เดียวหาได้ไม่
โจทก์ได้ใช้เครื่องหมายการค้าตราม้าบินสำหรับสินค้าดินสอดำสั่งเข้ามาจำหน่ายแพร่หลายแล้วในประเทศไทยและเครื่องหมายตราม้าบินใช้สำหรับดินสอของจำเลย ก็มีบุคคลอื่นสั่งเข้ามาจากต่างประเทศ เพื่อจำหน่ายแพร่หลายมานานแล้ว จำเลยจึงสั่งเข้ามาบ้าง และจำเลยก็ได้จำหน่ายสินค้าดินสอนี้มานานแล้วเหมือนกัน ดังนี้ จะถือว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิที่จะจดทะเบียนการค้าเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าตราม้าบินนี้ แต่ผู้เดียวหาได้ไม่