พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,225 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 367/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิอาศัยโดยคำเปรียบเทียบ: สิทธิมีได้แม้ไม่จดทะเบียน ยันกันได้ระหว่างคู่สัญญา
โจทก์จำเลยตกลงกันตามคำเปรียบเทียบของคณะกรมการอำเภอซึ่งมีความว่า 'ให้จำเลยอยู่ในที่(พิพาท) นี้เรื่อยไปแต่จะยกที่ดินให้ใครไม่ได้ส่วนพืชผลก็อาศัยแบ่งกันเก็บกินไป' ดังนี้ย่อมแสดงให้เห็นเจตนาของคู่ความว่า ให้จำเลยมีสิทธิอาศัยอยู่ในที่พิพาทเรื่อยไปจนตลอดชีวิตนั่นเอง และการยอมให้อาศัยเช่นนี้แม้มิได้จดทะเบียน ก็ใช้ยันกันเองได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 367/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิอาศัยโดยผลของการเปรียบเทียบ - เจตนาให้มีสิทธิอยู่ตลอดชีวิต แม้มิได้จดทะเบียน
โจทก์ จำเลยตกลงกันตามคำเปรียบเทียบของคณะกรรมการอำเภอ ซึ่งมีความว่า "ให้จำเลยอยู่ในที่(พิพาท)นี้เรื่อยไป แต่จะยกที่ดินให้ใครไม่ได้ ส่วนพืชผลก็อาศัยแบ่งกันเก็บเงินไป" ดังนี้ ย่อมแสดงให้เห็นเจตนาของคู่ความว่า ให้จำเลยมีสิทธิอาศัยอยู่ในที่พิพาทเรื่อยไปจนตลอดชีวิตนั่นเอง และการยอมให้อาศัยเช่นนี้ แม้มิได้จดทะเบียน ก็ใช้ยันกันเองได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 344/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจร้องทุกข์ของผู้เสียหาย: กรณีมอบหมายให้ผู้อื่นลงสัญญา และการเป็นผู้เสียหายหลายคน
บริษัทส่งเสริมอุตสาหกรรมไทยได้จ้างเหมาสำนักงานกลาง บริษัทจังหวัด ให้ขนน้ำตาลที่จังหวัดลำปางส่งโกดังของบริษัท กรรมการผู้จัดการสำนักงานกลาง บริษัทจังหวีด ซึ่งเป็นองค์การค้าสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ได้ลงชื่อมอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ลงชื่อในสัญญาจ้างเหมาในฐานะเป็นคู่สัญญาแทนสำนักงานกลางบริษัทจังหวัด ย่อมเป็นผู้เสียหายด้วยคนหนึ่ง จึงมีอำนาจร้องทุกข์ขอให้เจ้าพนักงานนำคดีขึ้นว่ากล่าวได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 344/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจร้องทุกข์ในคดีทุจริต: องค์การค้ามอบอำนาจให้ผู้อื่นทำสัญญา กรรมการผู้จัดการมีสิทธิร้องทุกข์
บริษัทส่งเสริมอุตสาหกรรมไทยได้จ้างเหมาสำนักงานกลางบริษัทจังหวัดให้ขนน้ำตาลที่จังหวัดลำปางมาส่งโกดังของบริษัทกรรมการผู้จัดการสำนักงานกลางบริษัทจังหวัดซึ่งเป็นองค์การค้าสังกัดกระทรวงพาณิชย์ได้ลงชื่อมอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ลงชื่อในสัญญาจ้างเหมาในฐานะเป็นคู่สัญญาแทน สำนักงานกลางบริษัทจังหวัด และจำเลยที่ 1 ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้อำนวยการขนส่งน้ำตาลรายนี้ เมื่อเกิดมีการทุจริตยักยอกน้ำตาลที่รับจัดการขนส่งขึ้นกรรมการผู้จัดการสำนักงานกลางบริษัทจังหวัด ย่อมเป็นผู้เสียหายด้วยคนหนึ่งจึงมีอำนาจร้องทุกข์ขอให้เจ้าพนักงานนำคดีขึ้นว่ากล่าวได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 342/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่ง ม.148 กรณีพิพาทเดิมถึงที่สุดแล้ว
เจ้าอธิบดีการวัดฟ้องขับไล่โจทก์กับพวกออกจากที่พิพาทจนศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของวัด ให่ขับไล่
โจทก์กับพวกออกจากทีพิพาท คดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์กลับมาฟ้องเจ้าอธิการวัด เป็นจำเลยอีก ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ และให้เพิกถอนคำพิพากษาคดีก่อนนั้นเสีย ดังนี้ ย่อมเป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 148
การยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ในกรณีที่ขาดนัดยื่นคำให้การนั้น จะต้องดำเนินกระบวนพิจารณามนคดีที่ศาลพิจารณาโดยถือว่าขาดนัดนั้นเอง จะมาฟ้องเป็นคดีใหม่ ไม่ได้
โจทก์กับพวกออกจากทีพิพาท คดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์กลับมาฟ้องเจ้าอธิการวัด เป็นจำเลยอีก ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ และให้เพิกถอนคำพิพากษาคดีก่อนนั้นเสีย ดังนี้ ย่อมเป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 148
การยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ในกรณีที่ขาดนัดยื่นคำให้การนั้น จะต้องดำเนินกระบวนพิจารณามนคดีที่ศาลพิจารณาโดยถือว่าขาดนัดนั้นเอง จะมาฟ้องเป็นคดีใหม่ ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 342/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำต้องห้าม: คดีพิพาทเดิมถึงที่สุดแล้วฟ้องใหม่ไม่ได้ และการขอพิจารณาใหม่ต้องทำในคดีเดิม
เจ้าอธิการวัดฟ้องขับไล่โจทก์กับพวกออกจากที่พิพาทจนศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของวัด ให้ขับไล่โจทก์กับพวกออกจากที่พิพาทคดีถึงที่สุดแล้วโจทก์กลับมาฟ้องเจ้าอธิการวัด เป็นจำเลยอีกขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ และให้เพิกถอนคำพิพากษาคดีก่อนนั้นเสียดังนี้ ย่อมเป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 148
การยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ในกรณีที่ขาดนัดยื่นคำให้การนั้นจะต้องดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีที่ศาลพิจารณาโดยถือว่าขาดนัดนั้นเองจะมาฟ้องเป็นคดีใหม่ ไม่ได้
การยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ในกรณีที่ขาดนัดยื่นคำให้การนั้นจะต้องดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีที่ศาลพิจารณาโดยถือว่าขาดนัดนั้นเองจะมาฟ้องเป็นคดีใหม่ ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 341/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแบ่งมรดกโดยศาล แม้โจทก์มิได้ฟ้องแบ่งโดยตรง และข้อยกเว้นสำหรับพระภิกษุ
โจทก์ฟ้องเรียกที่ดินและเรือนจากจำเลยโดยอ้างว่ามรดกยกให้โจทก์แต่ผู้เดียว แต่ทางพิจารณาได้ความว่าเป็นมรดกของผู้ตายตกได้แก่โจทก์และจำเลย ดังนี้ ศาลก็อาจพิพากษาให้โจทก์รับส่วนแบ่งไปได้ตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 142 ส่วนข้อที่ผู้ส่วนควรได้มรดกจะมีอยู่นั้นก็เป็นเรื่องของผู้นั้นจะต้องร้องขอเข้ามาเอง หาใช่เป็นหน้าที่ของศาลไม่
ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1622 เป็นบทบัญญัติห้ามมิให้พระภิกษุเรียกร้องเอาทรัพย์มรดกในฐานะที่เป็นทายาทโดยธรรม แต่ถ้าพระภิกษุถูกฟ้องเป็นจำเลยแล้ว ศาล พิพากษาให้พระภิกษุได้รับส่วนแบ่งมรดกด้วย ก็ไม่เป็นการขัดหับ ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 1622
ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1622 เป็นบทบัญญัติห้ามมิให้พระภิกษุเรียกร้องเอาทรัพย์มรดกในฐานะที่เป็นทายาทโดยธรรม แต่ถ้าพระภิกษุถูกฟ้องเป็นจำเลยแล้ว ศาล พิพากษาให้พระภิกษุได้รับส่วนแบ่งมรดกด้วย ก็ไม่เป็นการขัดหับ ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 1622
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 341/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแบ่งมรดกและการฟ้องแย้งสิทธิในทรัพย์สิน ศาลพิพากษาตามส่วนแบ่งที่ปรากฏ แม้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมิได้ร้องขอ
โจทก์ฟ้องเรียกที่ดินและเรือนจากจำเลยโดยอ้างว่ามารดายกให้โจทก์แต่ผู้เดียว แต่ทางพิจารณาได้ความว่าเป็นมรดกของผู้ตายตกได้แก่โจทก์และจำเลย ดังนี้ ศาลก็อาจพิพากษาให้โจทก์รับส่วนแบ่งไปได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 ส่วนข้อที่ผู้มีส่วนควรได้มรดกอาจจะมีอยู่นั้นก็เป็นเรื่องของผู้นั้นจะต้องร้องขอเข้ามาเองหาใช่เป็นหน้าที่ของศาลไม่
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1622 เป็นบทบัญญัติห้ามมิให้พระภิกษุเรียกร้องเอาทรัพย์มรดกในฐานะที่เป็นทายาทโดยธรรมแต่ถ้าพระภิกษุถูกฟ้องเป็นจำเลยแล้วศาลก็พิพากษาให้พระภิกษุได้รับส่วนแบ่งมรดกด้วย ก็ไม่เป็นการขัดกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1622
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1622 เป็นบทบัญญัติห้ามมิให้พระภิกษุเรียกร้องเอาทรัพย์มรดกในฐานะที่เป็นทายาทโดยธรรมแต่ถ้าพระภิกษุถูกฟ้องเป็นจำเลยแล้วศาลก็พิพากษาให้พระภิกษุได้รับส่วนแบ่งมรดกด้วย ก็ไม่เป็นการขัดกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1622
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 327/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เช็คลงวันล่วงหน้า: สิทธิของผู้ทรงตั๋วและการโอนสิทธิให้แก่ผู้จัดการมรดก
การออกเช็คลงวันล่วงหน้าให้เขาไปนั้น เท่ากับผู้ออกเช็คสัญญาว่าตนจะรับผิดตามเนื้อความแห่งตั๋วนั้น เมื่อถึงวันที่ลงไว้ ผู้ทรงตั๋วนั้นโดยชอบก็ย่อมมีสิทธิเป็นเจ้าหนี้ ตามตั๋วนั้น แม้หนี้นั้นจะยังำม่ถึงกำหนดและแม้ผู้ทรงตั๋วนั้นจะตายก่อนถึงวันที่ลงในเช็ค ผู้จัดการมรดกของผุ้ทรงตั๋วนั้นก็ย่อมเข้าสรวมสิทธิของผู้ทรงได้สิทธิที่ผู้ทรงมีอยู่ เป็นการโอนโดยผลของกฎหมาย ซึ่งย่อมเป็นเช่นเดียวกับการโอนโดยรูปการและด้วยแลอย่างการโอนสามัญ ซึ่งผู้ออกเช็คอาจยกข้อต่อสู้อาศัยความเกี่ยวพนัธ์เฉพาะผู้ออก เช็คกับผู้ทรงตั๋วขึ้นต่อสู้ ผู้จัดการมรดกของผู้ทรงตั๋วได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 327/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เช็คลงวันล่วงหน้ามีผลผูกพันผู้ออกเช็ค ผู้จัดการมรดกผู้ทรงเช็คมีสิทธิเรียกร้องได้
การออกเช็คลงวันล่วงหน้าให้เขาไปนั้นเท่ากับผู้ออกเช็คสัญญาว่าตนจะรับผิดตามเนื้อความแห่งตั๋วนั้นเมื่อถึงวันที่ลงไว้ผู้ทรงตั๋วนั้นโดยชอบก็ย่อมมีสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามตั๋วนั้น แม้หนี้นั้นจะยังไม่ถึงกำหนดและแม้ผู้ทรงตั๋วนั้นจะตายก่อนถึงวันที่ลงในเช็คผู้จัดการมรดกของผู้ทรงตั๋วนั้นก็ย่อมเข้าสวมสิทธิของผู้ทรงได้สิทธิที่ผู้ทรงมีอยู่ เป็นการโอนโดยผลของกฎหมายซึ่งย่อมเป็นเช่นเดียวกับการโอนโดยรูปการและด้วยผลอย่างการโอนสามัญ ซึ่งผู้ออกเช็คอาจยกข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันเฉพาะผู้ออกเช็คกับผู้ทรงตั๋วขึ้นต่อสู้ผู้จัดการมรดกของผู้ทรงตั๋วได้