พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,225 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 744/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิผู้ซื้อจากการขายทอดตลาด vs สิทธิผู้ครอบครอง: ศาลไม่อาจบังคับทำสัญญาเช่าได้
ผู้ครอบครองที่ดินจะรู้หรือไม่รู้ว่ามีการขายทอดตลาด ก็หาเป็นเหตุที่จะยกขึ้นต่อสู้สิทธิของผู้ซื้อที่ดินนั้นในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1330 ได้ไม่
เจ้าของที่ดินมีสิทธิที่จะฟ้องขับไล่ผู้ที่อาศัยในที่ดินของตนให้ออกไปได้ แต่ไม่มีสิทธิจะบังคับให้ผู้นั้นต้องคำสัญญาเช่ากับตน
เจ้าของที่ดินมีสิทธิที่จะฟ้องขับไล่ผู้ที่อาศัยในที่ดินของตนให้ออกไปได้ แต่ไม่มีสิทธิจะบังคับให้ผู้นั้นต้องคำสัญญาเช่ากับตน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 739/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบุกรุกที่ดินและการห้ามเกี่ยวข้อง: ศาลพิพากษาตามประเด็นฟ้องเรื่องการบุกรุกและผลกระทบต่อเจ้าของที่ดิน
โจทก์ฟ้องอ้างว่า จำเลยที่ 1 เช่านาของโจทก์ทำภายหลังโจทก์ไม่ให้เช่า จำเลยที่ 1 กลับบุกรุกเข้าทำนาของโจทก์ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายและว่าจำเลยที่ 2 ขอประกาศขายนาพิพาทของโจทก์นี้แก่จำเลยที่ 1 ขอให้ห้ามมิให้เกี่ยวข้อง
จำเลยให้การต่อสู้ว่าเป็นนาของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 1 ทำต่างดอกเบี้ยกับต่อสู้ว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความ ดังนี้ เมื่อศาลวินิจฉัยว่านาพิพาทเป็นของโจทก์ ไม่ใช่ของจำเลยที่ 2 แต่จำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 1 ทำนาพิพาทต่างดอกเบี้ย จำเลยที่ 1ไม่ต้องรับผิดในค่าเสียหาย จึงพิพากษาห้ามมิให้จำเลยทั้งสองเข้าเกี่ยวข้องนั้น ถือว่า ได้วินิจฉัยไปตามประเด็นในฟ้องแล้ว
จำเลยให้การต่อสู้ว่าเป็นนาของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 1 ทำต่างดอกเบี้ยกับต่อสู้ว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความ ดังนี้ เมื่อศาลวินิจฉัยว่านาพิพาทเป็นของโจทก์ ไม่ใช่ของจำเลยที่ 2 แต่จำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 1 ทำนาพิพาทต่างดอกเบี้ย จำเลยที่ 1ไม่ต้องรับผิดในค่าเสียหาย จึงพิพากษาห้ามมิให้จำเลยทั้งสองเข้าเกี่ยวข้องนั้น ถือว่า ได้วินิจฉัยไปตามประเด็นในฟ้องแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 736/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าช่วง & การบอกล้างนิติกรรม: ผู้เช่าช่วงทราบข้อเท็จจริงแต่ยังรับประโยชน์ ไม่อาจอ้างเหตุบอกล้างสัญญาได้
ผู้เช่าเอาโรงแรมมาให้เช่าช่วงโดยไม่รับความยินยอมจากผู้เช่าเดิมทั้งมิได้บอกผู้เช่าช่วงให้รู้ว่าเป็นการเช่าช่วงนั้น เมื่อผู้เช่าช่วงรู้ความจริงภายหลัง แต่ก็มิได้โต้แย้ง หรือบอกล้างแต่อย่างใด คงใช้และรับประโยชน์จากโรงแรมที่เช่านั้นตลอดมา ดังนี้ผู้เช่าช่วงจะไม่ยอมใช้ค่าเช่าแก่ผู้เช่าโดยอ้างเหตุดังกล่าวหาได้ไม่
ตามหนังสือสัญญาเช่า(อสังหาริมทรัพย์) กำหนดค่าเช่าไว้เดือนละ 1500 บาท จะขอสืบพยานบุคคลว่าได้มีการตกลงกันใหม่ ลดค่าเช่าลงนั้น เมื่อไม่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือต่อกัน จะมาขอนำสืบพยาน ดังนี้ย่อมไม่ได้
ตามหนังสือสัญญาเช่า(อสังหาริมทรัพย์) กำหนดค่าเช่าไว้เดือนละ 1500 บาท จะขอสืบพยานบุคคลว่าได้มีการตกลงกันใหม่ ลดค่าเช่าลงนั้น เมื่อไม่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือต่อกัน จะมาขอนำสืบพยาน ดังนี้ย่อมไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 736/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเช่าช่วงที่มิได้รับอนุญาตและข้อตกลงลดค่าเช่าที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร
ผู้เช่าเอาโรงแรมมาให้เช่าช่วงโดยไม่รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าเดิมทั้งมิได้บอกผู้เช่าช่วงให้รู้ว่าเป็นการเช่าช่วงนั้น เมื่อผู้เช่าช่วงรู้ความจริงภายหลัง แต่ก็มิได้โต้แย้ง หรือบอกล้างแต่อย่างใด คงใช้และรับประโยชน์จากโรงแรมที่เช่านั้นตลอดมา ดังนี้ ผู้เช่าช่วงจะไม่ยอมใช้ค่าเช่าแก่ผู้เช่าโดยอ้างเหตุดังกล่าวหาได้ไม่
ตามหนังสือสัญญาเช่า(อสังหาริมทรัพย์) กำหนดค่าเช่าไว้เดือนละ1,500 บาท จะขอสืบพยานบุคคลว่าได้มีการตกลงกันใหม่ลดค่าเช่าลงนั้น เมื่อไม่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือต่อกันจะมาขอนำสืบพยาน ดังนี้ ย่อมไม่ได้
ตามหนังสือสัญญาเช่า(อสังหาริมทรัพย์) กำหนดค่าเช่าไว้เดือนละ1,500 บาท จะขอสืบพยานบุคคลว่าได้มีการตกลงกันใหม่ลดค่าเช่าลงนั้น เมื่อไม่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือต่อกันจะมาขอนำสืบพยาน ดังนี้ ย่อมไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 652/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตัวและการเกินสมควรแก่เหตุในคดีทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย
มีคนขว้างบ้านจำเลยในเวลาค่ำคืน จำเลยจึงถือไฟฉายและขวานออกไปดูพบผู้ตาย ๆใช้มีดไล่แทงจำเลย ๆวิ่งหนีขึ้นเรือนผู้อื่น ไปจนมุมที่หัวบันได ผู้ตายยังตามขึ้นไปจะแทงจำเลยอีก จำเลยจึงใช้ขวานฟันผู้ตายไป 1 ที แล้วฟันต่อไปอีก 2 ที ผู้ตายถึงแก่ความตายณทีนั้นเอง ,ดังนี้ ถือได้ว่าผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุและไล่แทงจำเลยก่อน จำเลยหนีไปจนมุมแล้ว ก็ยังตามจะแทงจำเลยอีก การที่จำเลยฟันครั้งแรกแล้วยังฟันต่อไปอีกนั้น ก็เป็นเวลาฉุกละหุกและค่ำคืน ผู้ตายก็ถือมีดอยู่ในมืออาจจะแทงเอาขณะใดก็ได้ จึงถือได้ว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 652/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตัว: การกระทำเมื่อถูกทำร้ายและไล่แทงจนมุม
มีคนขว้างบ้านจำเลยในเวลาค่ำคืน จำเลยจึงถือไฟฉายและขวานออกไปดูพบผู้ตาย ผู้ตายใช้มีดไล่แทงจำเลย จำเลยวิ่งหนีขึ้นเรือนผู้อื่น ไปจนมุมที่หัวบันได ผู้ตายยังตามขึ้นไปจะแทงจำเลยอีก จำเลยจึงใช้ขวานฟันผู้ตายไป 1 ทีแล้วฟันต่อไปอีก 2 ที ผู้ตายถึงแก่ความตายณที่นั้นเอง ดังนี้ ถือได้ว่าผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุและไล่แทงจำเลยก่อน จำเลยหนีไปจนมุมแล้วก็ยังตามจะแทงจำเลยอีก การที่จำเลยฟันครั้งแรกแล้วยังฟันต่อไปอีกนั้นก็เป็นเวลาฉุกละหุกและค่ำคืน ผู้ตายก็ถือมีดอยู่ในมืออาจจะแทงเอาขณะใดก็ได้ จึงถือได้ว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 644/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตความรับผิดของตัวการต่อสัญญาที่ตัวแทนทำ แม้ฝ่าฝืนคำสั่ง
การตั้งตัวแทนมอบให้ไปหาช่างมาสร้างโรงเรียนนั้นต้องรวมถึงการตกลงราคาค่าจ้างนั้นด้วย แม้ตัวการจะมิได้สั่งในเรื่องตกลงราคาค่าจ้างไว้แต่ตัวแทนไปตกลงราคาค่าจ้างกับช่างในราคาที่ไม่เกินสมควรแล้วและช่างได้ทำกิจการของตัวการเสร็จสมตามความประสงค์แล้วเช่นนี้ ตัวการต้องรับผิดชำระค่าจ้างให้แก่ช่างตามราคาที่ตัวแทนได้ตกลงไว้
ส่วนตัวแทนนั้น เมื่อมีตัวการต้องรับผิดชอบแล้ว ตัวแทนก็ไม่ต้องรับผิดต่อช่างที่จ้างมานั้น
ส่วนตัวแทนนั้น เมื่อมีตัวการต้องรับผิดชอบแล้ว ตัวแทนก็ไม่ต้องรับผิดต่อช่างที่จ้างมานั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 644/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การมอบอำนาจตกลงราคาค่าจ้าง: ตัวการต้องรับผิดในราคาที่ตัวแทนตกลง หากราคาไม่เกินสมควร
การตั้งตัวแทนมอบให้ไปหาช่างมาสร้างโรงเรียนนั้นต้องรวมถึงการตกลงราคาค่าจ้างนั้นด้วย แม้ตัวการจะมิได้สั่งในเรื่องตกลงราคาค่าจ้างไว้แต่ตัวแทนไปตกลงราคาค่าจ้างกับช่างในราคาที่ไม่เกินสมควรแล้วและช่างได้ทำกิจการของตัวการเสร็จสมตามความประสงค์แล้วเช่นนี้ตัวการต้องรับผิดชำระค่าจ้างให้แก่ช่างตามราคาที่ตัวแทนได้ตกลงไว้
ส่วนตัวแทนนั้น เมื่อมีตัวการต้องรับผิดแล้ว ตัวแทนก็ไม่ต้องรับผิดต่อช่างที่จ้างมานั้น
ส่วนตัวแทนนั้น เมื่อมีตัวการต้องรับผิดแล้ว ตัวแทนก็ไม่ต้องรับผิดต่อช่างที่จ้างมานั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 574/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทิ้งฟ้องอุทธรณ์เนื่องจากการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล การจำหน่ายคดี
จำเลยยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้นในท้ายอุทธรณ์
จำเลยแถลงว่าจำเลยรอฟังคำสั่งศาลอยู่แล้วในวันนี้ถ้าไม่ฟังก็ให้ถือว่าจำเลยได้ทราบคำสั่งศาลแล้ว ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยและสั่งให้จัดการส่งสำเนาให้โจทก์ในกำหนด 15 วัน ครั้นพ้นกำหนด 15 วันแล้วจำเลยก็หาได้จัดการนำส่งสำเนาแต่ประการใดไม่ ดังนี้ ต้องถือว่าผู้อุทธรณ์ทิ้งฟ้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ย่อมสั่งจำหน่ายฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยได้
ศาลอุทธรณ์สั่งจำหน่ายคดีของจำเลยโดยถือว่าจำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์ จำเลยฎีกาได้
จำเลยแถลงว่าจำเลยรอฟังคำสั่งศาลอยู่แล้วในวันนี้ถ้าไม่ฟังก็ให้ถือว่าจำเลยได้ทราบคำสั่งศาลแล้ว ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยและสั่งให้จัดการส่งสำเนาให้โจทก์ในกำหนด 15 วัน ครั้นพ้นกำหนด 15 วันแล้วจำเลยก็หาได้จัดการนำส่งสำเนาแต่ประการใดไม่ ดังนี้ ต้องถือว่าผู้อุทธรณ์ทิ้งฟ้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ย่อมสั่งจำหน่ายฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยได้
ศาลอุทธรณ์สั่งจำหน่ายคดีของจำเลยโดยถือว่าจำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์ จำเลยฎีกาได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 574/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทิ้งฟ้องอุทธรณ์: ผลคือศาลสั่งจำหน่ายคดี
จำเลยยื่นอุทธรณ์คัดค้านสั่งของศาลชั้นต้นในท้ายอุทธรณ์ จำเลยแถลงว่าจำเลยฟังคำสั่งศาลอยู่แล้วในวันที่ก็ไม่ฟังก็ให้ถือว่าจำเลยได้ตามคำสั่งศาลแล้ว ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์ของจำเลย และให้จัดการส่งสำเนาให้โจทก์กำหนด 15 วัน ครั้นพ้นกำหนด 15 วันแล้วจำเลยก็หาได้จัดการนำส่งสำเนาแต่ประการใดไม่ ดังนี้ต้องถือว่าผู้อุทธรณ์ยังฟ้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ย่อมสั่งจำหน่ายฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยได้+