คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
ประมูล สุวรรณศร

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,225 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 568/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาไม่ครบ คดีถูกยก เหตุจำเลยเพิกเฉย
ในกรณีที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกา แต่ปรากฎว่า ผู้ฎีกาเสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาขาด ศาลฎีกาจึงสั่งให้เรียกค่าขึ้นศาลให้ครบนั้น เมื่อจำเลยไม่ยอมชำระค่าธรรมเนียมที่ขาดโดยเพิกเฉยเสีย ศาลฎีกาก็พิพากษาให้ยกฎีกานั้นเสียและให้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาเป็นพับไปได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 567/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาเป็นเหตุให้ยกฎีกา
ในกรณีที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกา แต่ปรากฏว่า ผู้ฎีกาเสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาขาด ศาลฎีกาจึงสั่งให้เรียกค่าขึ้นศาลให้ครบนั้น เมื่อจำเลยไม่ยอมชำระค่าธรรมเนียมที่ขาดโดยเพิกเฉยเสีย ศาลฎีกาก็พิพากษาให้ยกฎีกานั้นเสียและให้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาเป็นพับไปได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 566/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิเลิกสัญญาและการเรียกร้องค่าเสียหาย เมื่อคู่สัญญาผิดนัด สิทธิในการบังคับให้ปฏิบัติตามสัญญาจะไม่มีอีก
สิทธิของคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งจะบังคับเอาแก่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งในกรณีที่มีการผิดนัดไม่ชำระหนี้เกิดขึ้นนั้น ย่อมมีอยู่ 2 ประการ คือการบังคับให้คู่สัญญาปฏิบัติการชำระหนี้ตามมูลหนี้นั้นประการหนึ่ง กับการเรียกร้องให้ได้กลับคืนสู่ฐานะเดิมรวมทั้งเรียกร้องค่าเสียหายอีกประการหนึ่ง และในกรณีที่ฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา สิทธิของอีกฝ่ายหนึ่งมีอีกประการหนึ่ง คือเมื่อไม่ต้องการให้สัญญานั้นผูกพันกันต่อไป ก็คือสิทธิเลิกสัญญาตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 387-388 ซึ่งเมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้วผลก็มีแต่ทางเดียวคือคู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะได้กลับคืนสู่ฐานเดิมแต่หากระทบกระทั่งถึงสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายไม่ตามมาตรา 391 ผู้จะขายที่ดินผิดสัญญาผู้จะซื้อจึงบอกเลิกสัญญาและให้ผู้จะขายคืนมัดจำกับใช้เบี้ยปรับนั้น ผู้จะซื้อก็คงมีแต่สิทธิกลับคืนสู่ฐานะเดิมและเรียกค่าเสียหายเท่านั้น จะขอให้บังคับให้โอนที่ดินแก่ตนอีกไม่ได้ เพราะได้บอกเลิกสัญญาแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 566/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิเมื่อผิดสัญญา: เลิกสัญญา vs. บังคับชำระหนี้/เรียกค่าเสียหาย
สิทธิของคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งจะบังคับเอาแก่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งในกรณีที่มีการผิดนัดไม่ชำระหนี้เกิดขึ้นนั้น ย่อมมีอยู่ 2 ประการ คือการบังคับให้คู่สัญญาปฏิบัติการชำระหนี้ตามมูลหนี้นั้นประการหนึ่ง กับการเรียกร้องให้ได้กลับคืนสู่ฐานะเดิมรวมทั้งเรียกร้องค่าเสียหายอีกประการหนึ่ง และในกรณีที่ฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา สิทธิของอีกฝ่ายหนึ่งมีอีกประการหนึ่งคือเมื่อไม่ต้องการให้สัญญานั้นผูกพันกันต่อไปก็คือสิทธิเลิกสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387-388 ซึ่งเมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้วผลก็มีแต่ทางเดียวคือคู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะได้กลับคืนสู่ฐานะเดิม แต่หากกระทบกระทั่งถึงสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายไม่ตามมาตรา 391 ผู้จะขายที่ดินผิดสัญญาผู้จะซื้อจึงบอกเลิกสัญญาและให้ผู้จะขายคืนมัดจำกับใช้เบี้ยปรับนั้น ผู้จะซื้อก็คงมีแต่สิทธิกลับคืนสู่ฐานะเดิมและเรียกค่าเสียหายเท่านั้น จะขอให้บังคับให้โอนที่ดินแก่ตนอีกไม่ได้ เพราะได้บอกเลิกสัญญาแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 486/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแก้ฟ้องที่ผิดพลาด: ศาลมีอำนาจอนุญาตให้ฟ้องใหม่ได้แม้ฟ้องเดิมจะผิดพลาด
โจทก์ฟ้องเรียกค่านายหน้าขายที่ดินจากจำเลย แต่ในฟ้องบรรยายเดือนที่มอบหมาย ตกลงกันให้เป็นนายหน้าผิดไป จนศาลชี้สองสถานแล้วก่อนวันนัดสืบพยาน 1 วัน โจทก์จึงยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องอ้างว่า ทนายโจทก์พิมพ์เดือนผิดไปนั้น เป็นเรื่องที่อาจอ่านคำฟ้องเห็นได้ง่ายทุกเวลาก่อนวันชี้สองสถาน ศาลย่อมไม่อนุญาตให้แก้
ฟ้องของโจทก์บรรยายข้อความผิดพลาด ซึ่งปรากฏว่าเป็นความผิดพลาดของทนาย แม้ศาลจะต้องพิพากษายกฟ้อง เพราะฟ้องผิด ศาลก็มีอำนาจที่จะอนุญาตไว้ในคำพิพากษาว่าไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องร้องว่ากล่าวเป็นคดีใหม่ให้ตรงกับความจริง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 486/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแก้ฟ้องที่ผิดพลาด: ศาลมีอำนาจพิพากษายกฟ้อง แต่ไม่ตัดสิทธิฟ้องคดีใหม่
โจทก์ฟ้องเรียกค่านายหน้าขายที่ดินจากจำเลย แต่ในฟ้องบรรยายเดือนที่มอบหมาย ตกลงกันให้เป็นนายหน้าผิดไป จนศาลชี้สองสถานแล้ว ก่อนวันนัดสืบพยาน 1 วัน โจทก์จึงยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องอ้างว่า ทนายโจทก์พิมพ์เดือนผิดไปนั้น เป็นเรื่องที่อาจอ่างคำฟ้องเห็นได้ง่ายทุกเวลาก่อนวันชี้สองสถาน ศาลย่อมไม่อนุญาตให้แก้
ฟ้องของโจทก์บรรยายข้อความผิดพลาด ซึ่งปรากฎว่าเป็นความผิดพลาดของทนาย แม้ศาลจะต้องพิพากษายกฟ้อง เพราะฟ้องผิด ศาลก็มีอำนาจที่จะอนุญาตไว้ในคำพิพากษาว่าไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องร้องว่ากล่าวเป็นคดีใหม่ให้ตรงกับความจริง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 460/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิมพ์ชื่อเจ้าทรัพย์ผิดพลาดในคำฟ้อง ไม่ถือเป็นการแตกต่างถึงแก่ยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องระบุชื่อเจ้าทรัพย์ว่านางพุ่ม แต่ครั้นนำมาสืบกลับปรากฏว่าชื่อ นางนุ่ม และปรากฏว่าในบัญชีระบุพยานโจทก์ก็มีว่า นางนุ่มเช่นนี้เป็นที่เห็นได้ว่าคำฟ้องของโจทก์ที่พิมพ์เป็นนางพุ่มไปนั้น เป็นเพียงการพิมพ์ผิดพลาดทำให้เพี้ยนไปเท่านั้น จึงไม่เป็นการแตกต่างถึงแก่จะให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 460/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแก้ไขชื่อโจทก์/เจ้าทรัพย์ในคำฟ้อง: การพิมพ์ผิดพลาดไม่ถึงแก่การยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องระบุชื่อเจ้าทรัพย์นางพุ่ม แต่ครั้นนำมาสืบกลับปรากฎว่าชื่อนางนุ่ม และปรากฎว่าในบัญชีระบุพยานโจทก์ก็มีว่า นางนุ่ม เช่นนี้เป็นที่เห็นได้ว่าคำฟ้องของโจทก์ที่พิมพ์เป็นนางพุ่มไปนั้น เป็นเพียงการพิมพ์ผิดพลาดทำให้เพี้ยนไปเท่านั้น จึงไม่เป็นการแตกต่างถึงแก่จะให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 459/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาฆ่าจากการแทงข้างหลัง: ศาลพิจารณาจากกรรมและตำแหน่งที่ถูกแทง
เขากำลังชกต่อยอยู่กับพวกของตน ๆ จึงเข้ามาแทงเขาทางข้างหลังอย่างแรงมากโดยเลือกแทงที่ตรงนั้นเอา จนมีดจมทะลุภายในชักไม่ออกต้องใช้เท้ายันจึงออก มีดที่แทงก็ยาวถึง 1 คืบเขาตายเพราะพิษบาดแผลที่ถูกแทงในวันรุ่งขึ้น ดังนี้ แม้จะแทงเพียทีเดียง ก็ถือได้ว่ากรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา ว่ามีเจตนาจะฆ่าให้คนตายหรืออาจแลเห็นผลได้ว่าจะทำให้ถึงตาย จึงมีความผิด ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 249

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 459/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาฆ่าจากพฤติการณ์การทำร้าย: แทงด้านหลังด้วยอาวุธอันตราย
เขากำลังชกต่อยอยู่กับพวกของตนตนจึงเข้ามาแทงเขาทางข้างหลังอย่างแรงมากโดยเลือกแทงที่ตรงบั้นเอว จนมีดจมทะลุภายในชักไม่ออกต้องใช้เท้ายันจึงออก มีดที่แทงก็ยาวถึง 1 คืบเขาตายเพราะพิษบาดแผลที่ถูกแทงในวันรุ่งขึ้น ดังนี้ แม้จะแทงเพียงทีเดียว ก็ถือได้ว่ากรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา ว่ามีเจตนาจะฆ่าให้ตายหรืออาจแลเห็นผลได้ว่าจะทำให้ถึงตายจึงมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 249
of 323