พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,225 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1817/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกถอนรายการจดทะเบียนที่ดิน ทำให้สิทธิในที่ดินเป็นโมฆะ ผู้รับโอนสิทธิไม่มีทางชนะคดี
เมื่อศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนหนังสือสำคัญและรายการจดทะเบียนตามพ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน(ฉบับที่ 7) พ.ศ.2486 มาตรา 12 ก็ต้องถือว่ารายการจดทะเบียนนั้นมิได้มีอยู่ ผู้ใดจะมาอ้างทรัพย์สิทธิอย่างใด เนื่องมาจากการจดทะเบียนนั้นมิได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1817/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกถอนการจดทะเบียนที่ดินที่ผิดหลง ทำให้สิทธิในที่ดินเป็นโมฆะ ผู้รับโอนรายหลังไม่สามารถอ้างสิทธิได้
เมื่อศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนหนังสือสำคัญและรายการจดทะเบียนตาม พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2486 มาตรา 12 ก็ต้องถือว่ารายการจดทะเบียนนั้นมิได้มีอยู่ ผู้ใดจะมาอ้างทรัพย์สิทธิอย่างใด เนื่องมาจากการจดทะเบียนนั้นมิได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1791/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเช่าพื้นที่เพื่อประกอบธุรกิจไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า แม้ไม่เสียภาษีการค้า
เช่าตึกแถวเพื่อตั้งโต๊ะบิลเลียดเก็บค่าเกม มิใช่เพื่ออยู่อาศัย ย่อมถือว่าเช่าเพื่อประกอบธุรกิจ หาประโยชน์รายได้ แม้การที่ตั้งโต๊ะบิลเลียดเก็บค่าเกมจากผู้เล่นจะเป็นการค้าชนิดที่ไม่ต้องเสียภาษีการค้า ก็ไม่ทำให้ผู้เช่าได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1791/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เช่าสถานที่เพื่อประกอบธุรกิจย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า แม้ไม่เสียภาษี
เช่าตึกแถวเพื่อตั้งโต๊ะบิลเลียดเก็บค่าเกม มิใช่เพื่ออยู่อาศัยย่อมถือว่าเช่าเพื่อประกอบธุระกิจ หาประโยชน์รายได้แม้การที่ตั้งโต๊ะบิลเลียดเก็บค่าเกมจากผู้เล่นจะเป็นการค้าชนิดที่ไม่ต้องเสียภาษีการค้า ก็ไม่ทำให้ผู้เช่าได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯส
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1776/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การอุทิศที่ดินเป็นทางหลวงโดยปริยายจากการเปิดให้ประชาชนใช้สัญจรต่อเนื่อง แม้มิได้จดทะเบียน
การอุทิศที่ดินให้เป็นทางหลวงนั้น จะอุทิศโดยตรงหรือโดยปริยายก็ได้และที่จะเป็นทางหลวงก็หาจำต้องมีทะเบียนอะไรไม่
จำเลยได้ยุบทางเก่ามาเป็นของจำเลยแล้วทำทางใหม่ขึ้นแทนให้ประชาชนได้ใช้สัญจร มากว่า 10 ปีย่อมเป็นการอุทิศให้เป็นทางหลวงโดยปริยายแล้ว เมื่อไปปลูกโรงเรือนล้ำทางนี้เข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงต้องมีผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 336(2)
จำเลยได้ยุบทางเก่ามาเป็นของจำเลยแล้วทำทางใหม่ขึ้นแทนให้ประชาชนได้ใช้สัญจร มากว่า 10 ปีย่อมเป็นการอุทิศให้เป็นทางหลวงโดยปริยายแล้ว เมื่อไปปลูกโรงเรือนล้ำทางนี้เข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงต้องมีผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 336(2)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1776/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การอุทิศที่ดินเป็นทางหลวงโดยปริยายจากการเปิดให้ประชาชนใช้สัญจร และการรุกล้ำทางหลวง
การอุทิศที่ดินให้เป็นทางหลวงนั้น จะอุทิศโดยตรงหรือโดยปริยายก็ได้ และที่จะเป็นทางหลวง ก็หาจำต้องมีทะเบียนอะไรไม่
จำเลยได้ยุบทางเก่ามาเป็นของจำเลยแล้วทำทางใหม่ขึ้นแทนให้ประชาชนได้ใช้สัญจรมากว่า 10 ปี ย่อมเป็นการอุทิศให้เป็นทางหลวงโดยปริยายแล้ว เมื่อไปปลูกโรงเรือนล้ำทางนี้เข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงต้องมีผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 336(2)
จำเลยได้ยุบทางเก่ามาเป็นของจำเลยแล้วทำทางใหม่ขึ้นแทนให้ประชาชนได้ใช้สัญจรมากว่า 10 ปี ย่อมเป็นการอุทิศให้เป็นทางหลวงโดยปริยายแล้ว เมื่อไปปลูกโรงเรือนล้ำทางนี้เข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงต้องมีผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 336(2)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1735/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิเจ้าของที่ดินฟ้องรังวัดเพื่อออกโฉนดให้ผู้อื่น แม้เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ
ผู้มีกรรมสิทธิหรือมีสิทธิครอบครองที่ดิน ย่อมมีสิทธิฟ้องผู้ที่นำเจ้าพนักงานที่ดินมารังวัดที่นั้นเพื่อออกโฉนดให้เป็นของผู้อื่นเป็นจำเลย โดยฟ้องขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิหรือสิทธิครอบครองที่นั้นและห้ามมิให้มารบกวนการครอบครองที่นั้นได้ แม้ว่าจำเลยจะกระทำไปตามหน้าที่ราชการและอาศัยสิทธิของบุคคลที่ 3 ก็ดี ก็เป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะเรียกบุคคลที่ 3 ซึ่งจำเลยอาศัยสิทธินั้นเข้ามาในคดี,หาใช่เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องฟ้องบุคคลที่ 3 ซึ่งมิได้เกี่ยวข้องกับโจทก์นั้นไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1735/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิเจ้าของที่ดินฟ้องร้องการรังวัดเพื่อออกโฉนดให้ผู้อื่น แม้เจ้าพนักงานทำตามหน้าที่
ผู้มีกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครองที่ดิน ย่อมมีสิทธิฟ้องผู้ที่นำเจ้าพนักงานที่ดินมารังวัดที่นั้นเพื่อออกโฉนดให้เป็นของผู้อื่นเป็นจำเลยโดยฟ้องขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่นั้น และห้ามมิให้มารบกวนการครอบครองที่นั้นได้ แม้ว่าจำเลยจะกระทำไปตามหน้าที่ราชการและอาศัยสิทธิของบุคคลที่ 3 ก็ดี ก็เป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะเรียกบุคคลที่ 3 ซึ่งจำเลยอาศัยสิทธินั้นเข้ามาในคดี หาใช่เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องฟ้องบุคคลที่ 3 ซึ่งมิได้เกี่ยวข้องกับโจทก์นั้นไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1734/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจะซื้อขายที่ดินซ้ำซ้อน ศาลรวมพิจารณาคดีและวินิจฉัยสิทธิของผู้ซื้อทั้งสอง
เจ้าของที่ดินทำสัญญาจะขายที่ดินแก่ผู้ซื้อคนหนึ่ง แล้วกลับไปทำสัญญาจะขายแก่ผู้ซื้ออีกคนหนึ่งอีก ผู้ซื้อทั้ง 2 ต่างเป็นโจทก์ฟ้องเจ้าของคนละสำนวน ขอให้ศาลบังคับให้เจ้าของผู้เป็นจำเลยโอนที่ดินรายเดียวกันนั้นให้แก่ตนตามสัญญา ศาลชั้นต้นได้รวมพิจารณาคดี 2 สำนวนด้วยกัน สืบพยานรวมกันมาเป็นเรื่องเดียวกัน แล้วพิพากษาให้เจ้าของโอนที่ให้แก่ผู้ซื้อคนหลัง และยกฟ้องผู้ซื้อคนแรกนั้นเสีย ผู้ซื้อคนแรกอุทธรณ์ฝ่ายเดียวศาลอุทธรณ์ก็ได้พิพากษากลับให้จำเลยโอนที่ดินแก่ผู้ซื้อคนแรก ดังนี้ ก็เท่ากับได้วินิจฉัยชี้ขาดกรณีพิพาทระหว่างผู้ซื้อคนหลัง ผู้ซื้อคนแรก และผู้ขาย โดยรวมกันไปเสร็จสิ้นแล้ว คงอยู่แต่ชั้นบังคับคดีซึ่งต้องให้เป็นผลไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 20/2493)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1734/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ขัดแย้งกับคำพิพากษาศาลชั้นต้น กรณีสัญญาจะซื้อขายที่ดินซ้ำซ้อน
เจ้าของที่ดินทำสัญญาจะขายที่ดินแก่ผู้ซื้อคน 1 แล้วกลับไปทำสัญญาจะขายแก่ผู้ซื้ออีกคนหนึ่งอีก ผู้ซื้อทั้ง 2 ต่างเป็นโจทก์ฟ้องเจ้าของคนละสำนวน ขอให้ศาลบังคับให้เจ้าของผู้เป็นจำเลยโอนที่ดินรายเดียวกันนั้นให้แก่ตนตามสัญญา ศาลชั้นต้นได้รวมพิจารณาคดี 2 สำนวนด้วยกัน สืบพยานรวมกันมาเป็นเรื่องเดียวกัน แล้วพิพากษาให้เจ้าของโอนที่ให้แก่ผู้ซื้อคนหลังและยกฟ้องผู้ซื้อคนแรกนั้นเสียผู้ซื้อคนแรกอุทธรณ์ฝ่ายเดียว ศาลอุทธณ์ก็ได้พิพากษากลับให้จำเลยโอนที่ดินแก่ผู้ซื้อคนแรก ดังนี้ ก็เท่ากับได้วินิจฉัยชี้ขาด กรณีพิพาทระหว่างผู้ซื้อคนหลังผู้ซื้อคนแรก และผู้ขาย โดยรวมกันไปเสร็จสิ้นแล้วคงอยู่แต่ชั้นบังคับคดีซึ่งต้องให้เป็นผลไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์