พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,225 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 651/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับที่ดิน: ผู้ครอบครองแทนเจ้าของไม่มีสิทธิฟ้องร้องกันเอง
โจทก์ฟ้องว่าเจ้าของที่ดินให้โจทก์อาศัยทำกินในที่ดินจำเลยมาขัดขวางไม่ให้โจทก์ทำนาในที่ดินนี้ ขอให้สั่งห้ามจำเลยไม่ให้มาเกี่ยวข้องดังนี้ สิทธิครอบครองที่ดินยังคงอยู่แก่เจ้าของ โจทก์เป็นได้อย่างมากก็เพียงผู้ยึดถือไว้ให้อยู่ในฐานผู้แทนผู้ครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1381เท่านั้น โจทก์ไม่มีทรัพย์สิทธิอย่างใดในที่ดินนั้น เมื่อเจ้าของไม่ได้เข้ามาเป็นโจทก์ร่วมโจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 641/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับชำระหนี้จากเงินขายทรัพย์สิน: ศาลต้องไต่สวนและให้โอกาสคัดค้านก่อนมีคำสั่ง
การร้องขอบังคับชำระหนี้เอาจากเงินที่ขายทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา โดยอาศัยอำนาจแห่งบุริมสิทธิ ให้ศาลเอาเงินที่ได้มานั้นชำระให้แก่ผู้ร้องก่อนโจทก์ตามความใน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 289 คำร้องเช่นนี้ต้องด้วยมาตรา 21(2) ซึ่งห้ามมิให้ศาลทำคำสั่งในเรื่องนั้นๆ โดยมิให้โจทก์มีโอกาสคัดค้านก่อน
ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลจ่ายเงินจากการขายทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาโดยอาศัยอำนาจบุริมสิทธิ ศาลได้จดรายงานไว้แต่เพียงว่าโจทก์และผู้ร้องต่างแถลงโต้แย้งกันว่า ตนควรได้รับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดแต่ฝ่ายเดียว แล้วศาลก็สั่งว่าให้รอฟังคำสั่งต่อไป และมีคำสั่งคำร้องของผู้ร้องในวันเดียวกันนั้น ดังนี้ แสดงให้เห็นว่า ศาลมีคำสั่งในกรณีนี้โดยมิได้ทำการไต่สวนคำร้องของผู้ร้องนั้นแต่ประการใดจึงสมควรที่ศาลสูงจะเพิกถอนกระบวนพิจารณาดังกล่าวเสีย
ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลจ่ายเงินจากการขายทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาโดยอาศัยอำนาจบุริมสิทธิ ศาลได้จดรายงานไว้แต่เพียงว่าโจทก์และผู้ร้องต่างแถลงโต้แย้งกันว่า ตนควรได้รับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดแต่ฝ่ายเดียว แล้วศาลก็สั่งว่าให้รอฟังคำสั่งต่อไป และมีคำสั่งคำร้องของผู้ร้องในวันเดียวกันนั้น ดังนี้ แสดงให้เห็นว่า ศาลมีคำสั่งในกรณีนี้โดยมิได้ทำการไต่สวนคำร้องของผู้ร้องนั้นแต่ประการใดจึงสมควรที่ศาลสูงจะเพิกถอนกระบวนพิจารณาดังกล่าวเสีย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 641/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับชำระหนี้จากเงินจากการขายทรัพย์สินของลูกหนี้โดยอาศัยบุริมสิทธิ ต้องเปิดโอกาสให้โจทก์คัดค้านก่อน
การร้องขอบังคับชำระหนี้เอาจากเงินที่ขายทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา โดยอาศัยอำนาจแห่งบุริมสิทธิ ให้ศาลเอาเงินที่ได้มานั้นชำระให้แก่ผู้ร้องก่อนโจทก์ตามความใน ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 289 คำร้องเช่นนี้ต้องด้วยมาตรา 21(2) ซึ่งห้ามมิให้ศาลทำคำสั่งในเรื่องนั้น ๆ โดยมิให้โจทก์มีโอกาศคัดค้านก่อน
ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลจ่ายเงินจากการขายทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาโดยอาศัยอำนาจบุริมสิทธิ ศาลได้จดรายงานไว้แต่เพียงว่า โจทก์และผู้ร้องต่างแถลงโต้แย้งกันว่า ตนควรได้รับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการ ขายทอดตลาดแต่ฝ่ายเดียว แล้วศาลก็สั่งว่าให้รอฟังคำสั่งต่อไป และมีคำสั่งคำร้องของผู้ร้องในวันเดียวกันนั้น ดังนี้แสดงให้เห็นว่า ศาลมีคำสั่งในกรณีนี้โดยมิได้ทำการไต่สวนคำร้องของผู้ร้องนั้นแต่ประการใด จึงสมควรที่ศาลสูงจะเพิกถอนกระบวนพิจารณาดังกล่าวเสีย.
ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลจ่ายเงินจากการขายทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาโดยอาศัยอำนาจบุริมสิทธิ ศาลได้จดรายงานไว้แต่เพียงว่า โจทก์และผู้ร้องต่างแถลงโต้แย้งกันว่า ตนควรได้รับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการ ขายทอดตลาดแต่ฝ่ายเดียว แล้วศาลก็สั่งว่าให้รอฟังคำสั่งต่อไป และมีคำสั่งคำร้องของผู้ร้องในวันเดียวกันนั้น ดังนี้แสดงให้เห็นว่า ศาลมีคำสั่งในกรณีนี้โดยมิได้ทำการไต่สวนคำร้องของผู้ร้องนั้นแต่ประการใด จึงสมควรที่ศาลสูงจะเพิกถอนกระบวนพิจารณาดังกล่าวเสีย.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 587/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจปกครองบุตรบุญธรรม: การสิ้นสุดและการกลับคืนสู่มารดา
นับแต่วันที่เด็กจดทะเบียนเป็นบุตรบุญธรรมของผู้อื่นมารดาของเด็กย่อมหมดอำนาจปกครองตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1586
เมื่อผู้รับบุตรบุญธรรมตายไปแล้วก็ดี เด็กก็ยังเป็นบุตรบุญธรรมของผู้ตายอยู่และอยู่ในสกุลของผู้ตาย
มารดาของเด็กจะได้อำนาจปกครองเด็กอันเป็นบุตรบุญธรรมของคนอื่นคืนมา ก็ต่อเมื่อมีการเลิกรับบุตรบุญธรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1588,1589 แต่การตายของผู้รับบุตรบุญธรรมนั้นหาได้ทำให้การรับบุตรบุญธรรมเลิกกันตามบทมาตราทั้งสองดังกล่าวไม่ โจทก์ซึ่งเป็นมารดาของเด็กมาฟ้องเรียกคืนโดยอ้างถึงความมรณะของผู้รับบุตรบุญธรรมนั้น คดีของโจทก์จึงชอบที่จะยกฟ้องเสีย(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 10/92)
เมื่อผู้รับบุตรบุญธรรมตายไปแล้วก็ดี เด็กก็ยังเป็นบุตรบุญธรรมของผู้ตายอยู่และอยู่ในสกุลของผู้ตาย
มารดาของเด็กจะได้อำนาจปกครองเด็กอันเป็นบุตรบุญธรรมของคนอื่นคืนมา ก็ต่อเมื่อมีการเลิกรับบุตรบุญธรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1588,1589 แต่การตายของผู้รับบุตรบุญธรรมนั้นหาได้ทำให้การรับบุตรบุญธรรมเลิกกันตามบทมาตราทั้งสองดังกล่าวไม่ โจทก์ซึ่งเป็นมารดาของเด็กมาฟ้องเรียกคืนโดยอ้างถึงความมรณะของผู้รับบุตรบุญธรรมนั้น คดีของโจทก์จึงชอบที่จะยกฟ้องเสีย(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 10/92)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 587/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจปกครองบุตรบุญธรรม: การสิ้นสุดและการกลับคืนสู่มารดา
นับแต่วันที่เด็กจดทะเบียนเป็นบุตรบุญธรรมของผู้อื่น มารดาของเด็กย่อมหมดอำนาจปกครองตาม ป.ม.แพ่ง ม.1586
เมื่อผู้รับบุตรบุญธรรมตายไปแล้วก็ดี เด็กก็ยังเป็นบุตรบุญธรรมของผู้ตายอยู่และอยู่ในสกุลของผู้ตาย
มารดาของเด็กจะได้อำนาจปกครองเด็กอันเป็นบุตรบุญธรรมของคนอื่นคืนมาก็ต่อเมื่อมีการเลิกรับบุตรบุญธรรมตาม ป.ม.แพ่ง มาตรา 1588,1589 แต่การตายของผู้รับบุตรบุญธรรมนั้นหาได้ทำให้การรับบุตรบุญธรรมเลิกกันตามบทมาตราทั้งสองดังกล่าวไม่ โจทก์ซึ่งเป็นมารดาของเด็กมาฟ้องเรียกคืนโดยอ้างถึงความมรณะของผู้รับบุตรบุญธรรมนั้น คดีของโจทก์จึงชอบที่จะยกฟ้องเสีย.
ประชุมใหญ่ครั้งที่ 10/2492
เมื่อผู้รับบุตรบุญธรรมตายไปแล้วก็ดี เด็กก็ยังเป็นบุตรบุญธรรมของผู้ตายอยู่และอยู่ในสกุลของผู้ตาย
มารดาของเด็กจะได้อำนาจปกครองเด็กอันเป็นบุตรบุญธรรมของคนอื่นคืนมาก็ต่อเมื่อมีการเลิกรับบุตรบุญธรรมตาม ป.ม.แพ่ง มาตรา 1588,1589 แต่การตายของผู้รับบุตรบุญธรรมนั้นหาได้ทำให้การรับบุตรบุญธรรมเลิกกันตามบทมาตราทั้งสองดังกล่าวไม่ โจทก์ซึ่งเป็นมารดาของเด็กมาฟ้องเรียกคืนโดยอ้างถึงความมรณะของผู้รับบุตรบุญธรรมนั้น คดีของโจทก์จึงชอบที่จะยกฟ้องเสีย.
ประชุมใหญ่ครั้งที่ 10/2492
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 578/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องซ้ำในคดีแพ่ง: ห้ามฟ้องใหม่หากข้อวินิจฉัยเดิมยังคงใช้ได้ แม้จะมีการปรับปรุงพยานหลักฐาน
โจทก์ได้ฟ้องจำเลยขอให้ศาลบังคับปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายสองฉะบับ ศาลพิพากษายกฟ้องคดีเสร็จเด็ดขาดโดยเหตุว่า สัญญา 2 ฉะบับที่โจทก์อ้างไม่ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ตามประมวลรัษฎากรรับฟังเป็นพะยานหลักฐานไม่ได้ โจทก์ได้นำสัญญา 2 ฉะบับดังกล่าวให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปิดอากรแสตมป์เป็นการถูกต้องสมบูรณ์ตาม ก.ม. แล้ว จึงนำมาฟ้องใหม่ ขอให้บังคับจำเลยปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายเช่นเดียวกับคดีก่อน ดังนี้ คดีของโจทก์ต้องห้ามมิให้รื้อร้องฟ้องใหม่อีกตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 148.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 578/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องซ้ำในคดีสัญญาซื้อขาย: การปิดอากรแสตมป์ไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ศาลไม่รับฟังพยานหลักฐาน ย่อมเป็นเหตุห้ามมิให้ฟ้องซ้ำ
โจทก์ได้ฟ้องจำเลยขอให้ศาลบังคับปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายสองฉบับ ศาลพิพากษายกฟ้องคดีเสร็จเด็ดขาดโดยเหตุว่าสัญญา 2 ฉบับที่โจทก์อ้างไม่ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ตามประมวลรัษฎากรรับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้โจทก์ได้นำสัญญา 2 ฉบับดังกล่าวให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปิดอากรแสตมป์เป็นการถูกต้องสมบูรณ์ตาม กฎหมาย แล้วจึงนำมาฟ้องใหม่ ขอให้บังคับจำเลยปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายเช่นเดียวกับคดีก่อน ดังนี้คดีของโจทก์ต้องห้ามมิให้รื้อร้องฟ้องใหม่อีกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 577/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การไถ่ถอนที่ดินขายฝาก: การขอไถ่ด้วยวาจาไม่สมบูรณ์ ต้องฟ้องร้องต่อศาลเพื่อให้บังคับได้
คำว่า 'ถ้าไถ่ภายในเวลา'ตามมาตรา 492 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ย่อมหมายความว่า ได้มีการไถ่ถอนถูกต้องบริบูรณ์ตามแบบที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว เท่านั้นการขอไถ่ยังหาเป็นการไถ่ไม่
สิทธิในการไถ่ทรัพย์สินนั้นก็คือสิทธิอันหนึ่งที่ผู้ขายฝากมีอยู่ในอันที่จะเรียกร้องบังคับให้ผู้ซื้อฝากทำนิติกรรมให้กรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินนั้นกลับคืนมาสู่ตน ฉะนั้นการใช้สิทธิไถ่ถอน จึงต้องรวมตลอดถึงการฟ้องร้องต่อศาล ขอให้ศาลบังคับให้ผู้ซื้อฝากกระทำการเช่นว่านั้น หรือให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของผู้ซื้อฝากในนิติกรรมเช่นนั้น
การไปพูดขอไถ่ หรือนัดให้ผู้ขายฝากไปยังพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อทำการไถ่ถอน ยังหาเป็นการใช้สิทธิไถ่ถอนไม่ เมื่อผู้จัดการซื้อฝากไม่ไปยังพนักงานเจ้าหน้าที่ตามนัด ก็เป็นการแสดงอาการปฏิเสธไม่ยอมรับไถ่ถอนอยู่ในตัวแล้ว ผู้ขายฝากย่อมต้องจัดการฟ้องร้องขอให้บังคับตามสิทธิไถ่ถอนของตนเสีย ในกำหนดอายุความไถ่ถอนตามสัญญา (อ้างฎีกาที่ 544/2490, 185/2491)
สิทธิในการไถ่ทรัพย์สินนั้นก็คือสิทธิอันหนึ่งที่ผู้ขายฝากมีอยู่ในอันที่จะเรียกร้องบังคับให้ผู้ซื้อฝากทำนิติกรรมให้กรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินนั้นกลับคืนมาสู่ตน ฉะนั้นการใช้สิทธิไถ่ถอน จึงต้องรวมตลอดถึงการฟ้องร้องต่อศาล ขอให้ศาลบังคับให้ผู้ซื้อฝากกระทำการเช่นว่านั้น หรือให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของผู้ซื้อฝากในนิติกรรมเช่นนั้น
การไปพูดขอไถ่ หรือนัดให้ผู้ขายฝากไปยังพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อทำการไถ่ถอน ยังหาเป็นการใช้สิทธิไถ่ถอนไม่ เมื่อผู้จัดการซื้อฝากไม่ไปยังพนักงานเจ้าหน้าที่ตามนัด ก็เป็นการแสดงอาการปฏิเสธไม่ยอมรับไถ่ถอนอยู่ในตัวแล้ว ผู้ขายฝากย่อมต้องจัดการฟ้องร้องขอให้บังคับตามสิทธิไถ่ถอนของตนเสีย ในกำหนดอายุความไถ่ถอนตามสัญญา (อ้างฎีกาที่ 544/2490, 185/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 577/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้สิทธิไถ่ทรัพย์สิน ต้องเป็นการฟ้องร้องต่อศาล ไม่ใช่แค่การพูดคุยหรือนัดหมาย
คำว่า "ถ้าไถ่ภายในเวลา" ตามมาตรา 492 ป.ม.แพ่ง ฯ ย่อมหมายความว่า ได้มีการไถ่ถอนถูกต้องบริบูรณ์ตามแบบที่กฎหมายกำหนดไว้แล้วเท่านั้น การขอไถ่ยังหาเป็นการไถ่ไม่.
สิทธิในการไถ่ทรัพย์สินนั้นก็คือสิทธิอันหนึ่งที่ผู้ขายฝากมีอยู่ในอันที่จะเรียกร้องบังคับให้ผู้ซื้อฝากทำนิติกรรมให้กรรมสิทธิแห่งทรัพย์สินนั้น กลับคืนมาสู่ตน ฉะนั้นการใช้สิทธิไถ่ถอน จึงต้องรวมตลอดถึงการฟ้องร้องต่อศาล ขอให้ศาลบังคับให้ผู้ซื้อฝากกระทำการเช่นว่านั้น หรือให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของผู้ซื้อฝากในนิติกรรมเช่นนั้น
การไปพูดขอไถ่ หรือนัดให้ผู้ขายฝากไปยังพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อทำการไถ่ถอน ยังหาเป็นการใช้สิทธิไถ่ถอนไม่ เมื่อผู้จัดการซื้อฝากไม่ไปยังพนักงานเจ้าหน้าที่ตามนัด ก็เป็นการแสดงอาการปฏิเสธไม่ยอมรับไถ่ถอนอยู่ในตัวแล้ว ผู้ขายฝากย่อมต้องจัดการฟ้องร้องขอให้บังคับตามสิทธิไถ่ถอนของตนเสีย ในกำหนดอายุความไถ่ถอนตามสัญญา.
(อ้างฎีกา 545/2490, 185/2491)
สิทธิในการไถ่ทรัพย์สินนั้นก็คือสิทธิอันหนึ่งที่ผู้ขายฝากมีอยู่ในอันที่จะเรียกร้องบังคับให้ผู้ซื้อฝากทำนิติกรรมให้กรรมสิทธิแห่งทรัพย์สินนั้น กลับคืนมาสู่ตน ฉะนั้นการใช้สิทธิไถ่ถอน จึงต้องรวมตลอดถึงการฟ้องร้องต่อศาล ขอให้ศาลบังคับให้ผู้ซื้อฝากกระทำการเช่นว่านั้น หรือให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของผู้ซื้อฝากในนิติกรรมเช่นนั้น
การไปพูดขอไถ่ หรือนัดให้ผู้ขายฝากไปยังพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อทำการไถ่ถอน ยังหาเป็นการใช้สิทธิไถ่ถอนไม่ เมื่อผู้จัดการซื้อฝากไม่ไปยังพนักงานเจ้าหน้าที่ตามนัด ก็เป็นการแสดงอาการปฏิเสธไม่ยอมรับไถ่ถอนอยู่ในตัวแล้ว ผู้ขายฝากย่อมต้องจัดการฟ้องร้องขอให้บังคับตามสิทธิไถ่ถอนของตนเสีย ในกำหนดอายุความไถ่ถอนตามสัญญา.
(อ้างฎีกา 545/2490, 185/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 576/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การควบคุมทรัพย์สินของศัตรูต่อสหประชาชาติ: จำเลยต้องจัดการและรับผิดเสมือนเป็นของตนเอง
การที่คณะกรรมการพิจารณากักคุมตัวจัดกิจการ หรือทรัพย์สินของบุคคลที่เป็นศัตรูต่อสหประชาชาติเข้าดำเนินการยึดหรือจำหน่ายทรัพย์สินในห้างบางกอกดิสเพนซารี่อันเป็นของห้างบี.กริมแอนด์โกนั้นจึงเป็นการเข้าควบคุมจัดกิจการหรือทรัพย์สินของบุคคลที่เป็นศัตรูต่อสหประชาชาติแล้ว
ความในมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาควบคุมจัดกิจการหรือทรัพย์สินของบุคคลที่เป็นศัตรูต่อสหประชาชาติ เป็นเรื่องควบคุมจัดกิจการและทรัพย์สินตามอำนาจในพระราชบัญญัติ ซึ่งจะต้องกระทำเป็นการเริ่มต้น ด้วยการเข้าดำเนินกิจการ และเข้าครอบครองทรัพย์สินแทนศัตรูต่อสหประชาชาติ คณะกรรมการจะต้องจัดการและรับผิด เสมือนเป็นกิจการของตนเอง
ความในมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาควบคุมจัดกิจการหรือทรัพย์สินของบุคคลที่เป็นศัตรูต่อสหประชาชาติ เป็นเรื่องควบคุมจัดกิจการและทรัพย์สินตามอำนาจในพระราชบัญญัติ ซึ่งจะต้องกระทำเป็นการเริ่มต้น ด้วยการเข้าดำเนินกิจการ และเข้าครอบครองทรัพย์สินแทนศัตรูต่อสหประชาชาติ คณะกรรมการจะต้องจัดการและรับผิด เสมือนเป็นกิจการของตนเอง