พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,225 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 576/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การควบคุมทรัพย์สินของศัตรูต่อสหประชาชาติ: จำเลยต้องจัดการและรับผิดเสมือนเป็นของตนเอง
การที่คณะกรรมการพิจารณากักคุมตัวจัดกิจการ หรือทรัพย์สินของบุคคลที่เป็นศัตรูต่อสหประชาชาติเข้าดำเนินการยึดหรือจำหน่ายทรัพย์สินในห้างบางกอกดิสเพนซารี่อันเป็นของห้างบี.กริมแอนด์โกนั้นจึงเป็นการเข้าควบคุมจัดกิจการหรือทรัพย์สินของบุคคลที่เป็นศัตรูต่อสหประชาชาติแล้ว
ความในมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาควบคุมจัดกิจการหรือทรัพย์สินของบุคคลที่เป็นศัตรูต่อสหประชาชาติ เป็นเรื่องควบคุมจัดกิจการและทรัพย์สินตามอำนาจในพระราชบัญญัติ ซึ่งจะต้องกระทำเป็นการเริ่มต้น ด้วยการเข้าดำเนินกิจการ และเข้าครอบครองทรัพย์สินแทนศัตรูต่อสหประชาชาติ คณะกรรมการจะต้องจัดการและรับผิด เสมือนเป็นกิจการของตนเอง
ความในมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาควบคุมจัดกิจการหรือทรัพย์สินของบุคคลที่เป็นศัตรูต่อสหประชาชาติ เป็นเรื่องควบคุมจัดกิจการและทรัพย์สินตามอำนาจในพระราชบัญญัติ ซึ่งจะต้องกระทำเป็นการเริ่มต้น ด้วยการเข้าดำเนินกิจการ และเข้าครอบครองทรัพย์สินแทนศัตรูต่อสหประชาชาติ คณะกรรมการจะต้องจัดการและรับผิด เสมือนเป็นกิจการของตนเอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 575/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำความผิดโดยรู้เจตนา แม้ไม่รู้กฎหมายห้าม ก็ไม่อาจยกเป็นข้อแก้ตัวได้
จำเลยเป็นเด็กอายุ 13 เมื่อกระทำความผิดร่วมมือกับจำเลยอื่นโดยรู้ความประสงค์ในการที่กระทำนั้นเป็นอย่างดีแล้ว ก็ย่อมมีความผิด กับจะไม่รู้ว่าการที่กระทำนั้นกฎหมายห้าม ก็จะนำเอาความที่ตนไม่รู้กฎหมายมาเป็นข้อแก้ตัวไม่ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 575/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดทางอาญาของเด็ก: เจตนาและความรู้ในการกระทำผิด แม้ไม่รู้กฎหมายก็ต้องรับผิด
จำเลยเป็นเด็กอายุ 13 ปีเมื่อกระทำความผิดร่วมมือกับจำเลยอื่นโดยรู้ความประสงค์ในการที่กระทำนั้นเป็นอย่างดีแล้ว ก็ย่อมมีความผิด กับจะไม่รู้ว่าการที่กระทำนั้นกฎหมายห้าม ก็จะนำเอาความที่ตนไม่รู้กฎหมายมาเป็นข้อแก้ตัวไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 543/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรบกวนทางเสียงจากโรงน้ำแข็ง: ศาลยืนตามคำพิพากษาชั้นต้นที่ห้ามใช้เครื่องจักรหากก่อความรำคาญ
โจทก์ฟ้องขอให้ห้ามจำเลยมิให้ใช้เครื่องจักรโรงน้ำแข็งให้เกิดเสียงดังอันก่อความรำคาญให้แก่โจทก์ ศาลชั้นต้นได้ไปตรวจดูสถานที่เกิดเหตุ แล้วพิพากษาห้ามมิให้จำเลยใช้เครื่องจักรให้เกิดเสียงดังอันเป็นการก่อความรำคาญให้แก่โจทก์ต่อไป ดังนี้ ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาแก้ให้ยกข้อที่บังคับห้ามมิให้ใช้เครื่องจักรนั้นเสีย จึงไม่ชอบ เพราะศาลชั้นต้นมิได้ห้ามการใช้เครื่องจักรนั้นเสียเลย.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 543/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การละเมิดสิทธิเนื่องจากเสียงดังรบกวนและเขม่าควัน การบังคับห้ามใช้เครื่องจักร
โจทก์ฟ้องขอให้ห้ามจำเลยมิให้ใช้เครื่องจักรโรงน้ำแข็งให้เกิดเสียงดังอันก่อความรำคาญให้แก่โจทก์ ศาลชั้นต้นได้ไปตรวจดูสถานที่เกิดเหตุแล้วพิพากษาห้ามมิให้จำเลยใช้เครื่องจักรให้เกิดเสียงดังอันเป็นการก่อความรำคาญให้แก่โจทก์ต่อไป ดังนี้ ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาแก้ให้ยกข้อที่บังคับห้ามมิให้ใช้เครื่องจักรนั้นเสียจึงไม่ชอบ เพราะศาลชั้นต้นมิได้ห้ามการใช้เครื่องจักรนั้นเสียเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 477/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจะซื้อขายที่ดิน: กรรมสิทธิยังอยู่เจ้าของเดิม จนกว่าจะมีการโอนตามเงื่อนไข
สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยมีข้อความชัดอยู่แล้วว่า จำเลยจะไปทำนิติกรรมโอนกรรมสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ที่พิพาทให้แก่โจทก์ ต่อเมื่อนางหนุ่ยตายแล้วเท่านั้น ตัวอักษรในสัญญาก็แสดงชัดอยู่ว่า คู่สัญญามีเจตนาให้เป็นแต่เพียงสัญญาจะซื้อขายในเวลาภายหน้า การที่จำเลยให้โจทก์เข้าครอบครองที่ดินนั้น เป็นการอนุญาตให้โจทก์เข้าใช้และรับประโยชน์ไปพลางก่อนเท่านั้น หาใช่เป็นการสละสิทธิในที่ดินนั้นอย่างใดไม่ การเข้าครอบครองของโจทก์จึงเป็นการเข้าครอบครองโดยอาศัยอำนาจของจำเลยตามข้อตกลงในสัญญา ซึ่งผูกพันระหว่างโจทก์จำเลยเท่านั้น โจทก์จึงยังไม่มีกรรมสิทธิหรือสิทธิใดในที่ดินนั้น อันจะโอนขายให้บุคคลที่สามต่อไปได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 477/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจะซื้อขายที่ดิน กรรมสิทธิ์ยังไม่โอนจนกว่าเงื่อนไขตามสัญญาจะบรรลุผล การครอบครองเป็นเพียงการใช้สิทธิชั่วคราว
สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยมีข้อความชัดอยู่แล้วว่า จำเลยจะไปทำนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ที่พิพาทให้แก่โจทก์ ต่อเมื่อนางหนุ่ยตายแล้วเท่านั้น ตัวอักษรในสัญญาก็แสดงชัดอยู่ว่า คู่สัญญามีเจตนาให้เป็นแต่เพียงสัญญาจะซื้อขายในเวลาภายหน้า การที่จำเลยให้โจทก์เข้าครอบครองที่ดินนั้น เป็นการอนุญาตให้โจทก์เข้าใช้และรับประโยชน์ไปพลางก่อนเท่านั้นหาใช่เป็นการสละสิทธิในที่ดินนั้นอย่างใดไม่การเข้าครอบครองของโจทก์จึงเป็นการเข้าครอบครองโดยอาศัยอำนาจของจำเลยตามข้อตกลงในสัญญา ซึ่งผูกพันระหว่างโจทก์จำเลยเท่านั้น โจทก์จึงยังไม่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิใดในที่ดินนั้น อันจะโอนขายให้บุคคลที่สามต่อไปได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 476/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเสียภาษีศุลกากร: พิกัดอัตราใหม่ไม่มีผลย้อนหลัง ใบขนสินค้าถูกต้องแล้วเรียกเก็บเพิ่มไม่ได้
เมื่อผู้ส่งของออกนอกราชอาณาจักรได้ยื่นใบส่งสินค้าโดยถูกต้องและได้เสียค่าภาษีศุลกากรตามพิกัดอัตราในเวลาออกใบขนสินค้านั้นเสร็จแล้วหากเรือบรรทุกของยังไม่ได้ออกเดินทางได้มีการประกาศใช้พิกัดอัตราศุลกากรใหม่ พนักงานเจ้าหน้าที่หามีอำนาจที่จะเพิกถอนใบขนสินค้าที่ออกไปโดยครบถ้วนถูกต้องแล้วนั้นไม่ เมื่อใบขนสินค้ายังคงใช้ได้อยู่ พนักงานเจ้าหน้าที่ก็ไม่มีทางเรียกเก็บค่าภาษีใหม่ได้แต่ประการใด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 476/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเสียภาษีศุลกากรตามพิกัดอัตรา ณ เวลาออกใบขนสินค้า และผลของการเปลี่ยนแปลงพิกัดอัตราในภายหลัง
เมื่อผู้ส่งของออกนอกราชอาณาจักรได้ยื่นใบส่งสินค้าโดยถูกต้อง และได้เสียค่าภาษีศุลกากรตามพิกัดอัตราในเวลาออกใบขนสินค้านั้นเสร็จแล้ว หากเรือบันทุกของยังไม่ได้ออกเดินทางได้มีการประกาศใช้พิกัดอัตราศุลกากรใหม่ พนักงานเจ้าหน้าที่หามีอำนาจที่จะเพิกถอนใบขนสินค้าที่ออกไปโดยครบถ้วนถูกต้องแล้วนั้นไม่ เมื่อใบขนสินค้ายังคงใช้ได้อยู่ พนักงานเจ้าหน้าที่ก็ไม่มีทางเรียกเก็บค่าภาษีใหม่ได้แต่ประการใด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 475/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแบ่งแยกที่ดินร่วม: ศาลฎีกาชี้ว่าต้องพิจารณาตามหลักเจ้าของรวมหรือกรรมสิทธิ์รวม ไม่ใช่มาตรา 1300
โจทก์ที่ 2 รับโอนที่นาส่วนของโจทก์ที่ 1 มา จึงมามีชื่อในโฉนดที่นาพิพาทร่วมกับจำเลย โจทก์จึงฟ้องขอให้จำเลยแบ่งแยกที่นาพิพาทให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง จำเลยต่อสู้ว่าที่ส่วนของจำเลยซึ่งรับโอนมาจากเจ้าของเดิมนั้นมีมากกว่าส่วนของโจทก์ และได้ครอบครองเป็นส่วนสัดกันมาส่วนของโจทก์ไม่ใช่ครึ่งหนึ่งดังฟ้อง ดังนี้ ไม่ใช่กรณีที่จะวินิจฉัยตามมาตรา 1300 หากต้องวินิจฉัยโดยบทบัญญัติอันว่าด้วยเจ้าของรวมหรือกรรมสิทธิ์รวม