พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,225 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 154/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำสั่งศาลที่ไม่ใช่คำวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้น ไม่อุทธรณ์ฎีกาได้
จำเลยขอให้ศาลชั้นต้นชี้ขาดเบื้องต้นตามมาตรา 24 ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องโดยเห็นว่าคำให้การต่อสู้เรื่องอายุความเป็นเรื่องที่จะต้องฟังข้อเท็จจริงก่อนนั้น ไม่ใช่คำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นตามมาตรา 24 อันจะอุทธรณ์ฎีกาได้ หากแต่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาเท่านั้น เพราะศาลยังมิได้มีคำวินิจฉัย ชี้ขาดในประเด็นแห่งคดีสำหรับเรื่องอายุความนี้แต่อย่างใด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 154/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำสั่งศาลระหว่างพิจารณาเรื่องอายุความ ไม่อุทธรณ์ฎีกาได้
จำเลยขอให้ศาลชั้นต้นชี้ขาดเบื้องต้นตามมาตรา 24 ว่าคดีโจทก์หมดอายุความ ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องโดยเห็นว่า คำให้การต่อสู้เรื่องอายุความเป็นเรื่องที่จะต้องฟังข้อเท็จจริงก่อนนั้น ไม่ใช่คำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นตามมาตรา + อันจะอุทธรณ์ฎีกาได้ หากแต่เป็นคำสั่งระหว่าพิจารณาเท่านั้น เพราะศาลยังมิได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นแห่งคดีสำหรับเรื่องอายุความนี้แต่อย่างใด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 148/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำสั่งระหว่างพิจารณาและการอุทธรณ์ฎีกา: การอนุญาตแก้ฟ้องและคำร้องชี้ขาดเบื้องต้นเรื่องอายุความ
คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องนั้น เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาจำเลยไม่มีสิทธิอุทธรณ์ฎีกาก่อนมีคำพิพากษา
คำสั่งศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยให้ยกคำร้องของจำเลยที่ขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 ในเรื่องอายุความโดยเห็นว่าคำให้การต่อสู้ของจำเลยเรื่องอายุความเป็นเรื่องที่จะต้องฟังข้อเท็จจริงก่อนนั้น เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เพราะศาลยังมิได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นแห่งคดีสำหรับเรื่องอายุความนี้แต่อย่างใด จึงมิใช่คำสั่งศาลที่ได้ออกตามความในมาตรา 24 จำเลยจะอุทธรณ์ฎีกาไม่ได้
มีคำพิพากษาฎีกาตัดสินอย่างเดียวกันคือคดีดำที่ 442,443,444,445,446/2490)
คำสั่งศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยให้ยกคำร้องของจำเลยที่ขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 ในเรื่องอายุความโดยเห็นว่าคำให้การต่อสู้ของจำเลยเรื่องอายุความเป็นเรื่องที่จะต้องฟังข้อเท็จจริงก่อนนั้น เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เพราะศาลยังมิได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นแห่งคดีสำหรับเรื่องอายุความนี้แต่อย่างใด จึงมิใช่คำสั่งศาลที่ได้ออกตามความในมาตรา 24 จำเลยจะอุทธรณ์ฎีกาไม่ได้
มีคำพิพากษาฎีกาตัดสินอย่างเดียวกันคือคดีดำที่ 442,443,444,445,446/2490)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 145/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาค้ำประกันต่อศาล: สิทธิเรียกร้องและการบังคับชำระหนี้เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย
ผู้เข้าทำสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาล ยอมรับใช้เงินให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษา หากบังคับจากจำเลยไม่ได้ ทั้งนี้เพื่อให้ศาลทุเลาการบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นไว้ในระหว่างอุทธรณ์นั้น เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยแพ้คดี ศาลย่อมมีอำนาจออกคำบังคับให้ผู้ค้ำประกันปฎิบัติการชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้ ผู้ค้ำประกันจะเถียงว่าโจทก์ได้บังคับชำระหนี้เสียภายในหนึ่งปี นับแต่วันจำเลยตายและจะนำ ป.พ.พ.ม.1754 มาใช้แก่กรณีก็ไม่ได้ เพราะโจทก์มิใช่คู่สัญญากับผู้ค้ำประกัน แต่เป็นเรื่องระหว่างผู้ค้ำประกันกับศาล
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 145/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาค้ำประกันต่อศาล: สิทธิเรียกร้องและการบังคับคดี
ผู้เข้าทำสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาล ยอมรับผิดใช้เงินให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาหากบังคับจากจำเลยไม่ได้ ทั้งนี้เพื่อให้ศาลทุเลาการบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นไว้ในระหว่างอุทธรณ์นั้น เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยแพ้คดี ศาลย่อมมีอำนาจออกคำบังคับให้ผู้ค้ำประกันปฏิบัติการชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้ ผู้ค้ำประกันจะเถียงว่าโจทก์มิได้บังคับชำระหนี้เสียภายในหนึ่งปีนับแต่วันจำเลยตายและจะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 มาใช้แก่กรณีนี้ก็ไม่ได้ เพราะโจทก์มิใช่คู่สัญญากับผู้ค้ำประกัน แต่เป็นเรื่องระหว่างผู้ค้ำประกันกับศาล
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 144/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขอเรียกคู่ความแทนจำเลยที่เสียชีวิตและการไม่ถือว่าทอดทิ้งคดีแม้จะล่าช้า
จำเลยตายก่อนฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอเรียกภรรยาจำเลยเข้ามาเป็นคู่ความแทนภายในกำหนด 1 ปี แต่ปรากฏว่าภรรยาจำเลยไม่ได้รับมรดก เนื่องจากจำเลยทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้แก่บุตรทั้งสิ้น โจทก์จึงยื่นคำร้องขอให้ศาลหมายเรียกบุตรจำเลยเข้ามาเป็นคู่ความแทนจำเลย แม้จะยื่นคำร้องตอนหลังนี้เกินกำหนด 1 ปีแล้วนับแต่จำเลยตายก็ถือได้ว่าโจทก์มิได้ทอดทิ้งคดีของตนเสียและจะถือว่าโจทก์ไม่มีคำขอภายใน 1 ปี ตามมาตรา 42 ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 144/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขอเรียกคู่ความแทนที่จำเลยเสียชีวิตและการไม่ถือว่าทอดทิ้งคดีภายในกำหนดเวลา
จำเลยตายก่อนฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอเรียกภรรยาจำเลยเข้ามาเป็นคู่ความแทนภายในกำหนด 1 ปี แต่ปรากฏว่าภรรยาจำเลยไม่ได้รับมฤดก เนื่องจากจำเลยทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้แก่บุตรทั้งสิ้น โจทก์จึงยื่นคำร้องขอให้ศาลหมายเรียกบุตรจำเลยเข้ามาเป็นคู่ความแทนจำเลย แม้จะยื่นคำร้องตอนหลังนี้เกินกำหนด 1 ปี แล้วนับแต่จำเลยตายก็ถือได้ว่าโจทก์มิได้ทอดทิ้งคดีของตนเสีย และจะถือว่าโจทก์ไม่มีคำขอภายใน 1 ปี ตามมาตรา 42 ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 143/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หนี้ส่งมอบทรัพย์เฉพาะการชำระหนี้ด้วยเงินเมื่อผิดนัด
จ้างโรงงานหีบอ้อยเป็นน้ำตาล เมื่อได้น้ำตาลแล้วโรงงานไม่ยอมมอบให้จนต้องฟ้องขอให้ศาลบังคับให้ส่งมอบน้ำตาลดังนี้ วัตถุแห่งนี้ก็คงเป็นน้ำตาลจำนวนนั้น จะกลายเป็นหนี้เงินโดยคำนวนเอาตามราคาน้ำตาลในขณะที่หีบน้ำตาลเสร็จและผิดนัดไม่ได้ เมื่อโรงงานไม่สามารถส่งน้ำตาลให้ได้ ก็ต้องใข้ราคาน้ำตาลโดยคำนวนในขณะที่เจ้าหนี้ร้องขอศาลให้บังคับชำระหนี้ตาม ป.พ.พ.ม.213
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 142/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การถอนฟ้องฎีกาและการขอคืนค่าฤชาธรรมเนียมหลังประนีประนอมยอมความ
จำเลยเป็นผู้ยื่นฎีกาแล้วยื่นคำร้องขอถอนฎีกากับขอถอนฟ้องชั้นศาลชั้นต้นชั้นศาลอุทธรณ์กับขอคืนค่าฤชาธรรมเนียมตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาด้วยนั้น ศาลฎีกาอนุญาตให้ถอนฟ้องฎีกาได้ แต่ส่วนการถอนฟ้องในชั้นศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์นั้นอนุญาตไม่ได้และให้คืนคำตัดสินและค่าคำบังคับชั้นฎีกาให้แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมนั้นคืนไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 142/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การถอนฟ้องฎีกาและฟ้องในชั้นต้น/อุทธรณ์หลังประนีประนอมยอมความ คืนค่าใช้จ่ายบางส่วน
จำเลยเป็นผู้ยื่นฎีกาแล้วยื่นคำร้อง ขอถอนฎีกา กับขอถอนฟ้องชั้นศาลชั้นต้น ชั้นศาลอุทธรณ์กับขอคืนค่าฤชา ธรรมเนียมตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาด้วยนั้น ศาลฎีกาอนุญาตให้ถอนฟ้องฎีกาได้ แต่ส่วนการถอนฟ้องในชั้นศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์นั้น อนุญาตไม่ได้ และให้คืนค่าตัดสินและค่าคำบังคับชั้นฎีกาให้แก่จำเลย ค่าฤาชาธรรมเนียมนั้นคืนไม่ได้