พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,225 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 132/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การปลูกสร้างบนที่ดินผู้อื่นโดยมิได้รับอนุญาต ไม่ถือว่าสุจริต ผู้ปลูกสร้างบังคับให้เจ้าของที่ดินซื้อไม่ได้
ปลูกเรือนหอบนที่ดินของพี่ชายหญิงคู่หมั้น โดยบิดาหญิงให้ปลูกและว่าเจ้าของที่ดินไม่ขัดข้อง แต่ความจริงเจ้าของมิได้รู้เห็นยินยอมอนุญาต แต่ประการใด ดังนี้จะถือว่าการปลูกสร้างนั้นกระทำไปโดยสุจริตไม่ได้ เพราะทราบดีอยู่แล้วว่าเป็นที่ของผู้อื่น จะบังคับให้เจ้าของที่ดินรับซื้อโรงเรือนนั้นไว้ก็ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 132/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การปลูกสร้างบนที่ดินผู้อื่นโดยมิได้รับอนุญาต แม้หลงเชื่อบุคคลที่สามก็ไม่อาจบังคับให้เจ้าของที่ดินรับซื้อได้
ปลูกเรือนหอบนที่ดินของพี่ชายหญิงคู่หมั้น โดยบิดาหญิงให้ปลูกและว่าเจ้าของที่ดินไม่ขัดข้อง แต่ความจริงเจ้าของมิได้รู้เห็นยินยอมอนุญาตแต่ประการใดดังนี้ จะถือว่าการปลูกสร้างนั้นกระทำไปโดยสุจริตไม่ได้เพราะทราบดีอยู่แล้วว่าเป็นที่ของผู้อื่น จะบังคับให้เจ้าของที่ดินรับซื้อโรงเรือนนั้นไว้ก็ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 71-72/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแสดงความก้าวร้าวเสียดสีศาลในฟ้องอุทธรณ์ การละเมิดอำนาจศาล และการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล
ฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์กล่าวข้อความก้าวร้าวเสียดสีคำพิพากษาซึ่งศาลได้กระทำในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ศาลสั่งให้แก้ไขข้อความให้เรียบร้อยเสียก่อนก็ยังกล่าวความเช่นนั้นอีก ศาลสั่งให้แก้เป็นครั้งที่ 2 ก็ไม่แก้และยืนยันให้ถือฟ้องอุทธรณ์นั้น ดังนี้ ศาลมีอำนาจสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ได้
ถ้อยคำที่กล่าวในฟ้อง จะมีความหมายธรรมดาถึงขนาดที่จะต้องตามบทบัญญัติของกฎหมายหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย
เรียงฟ้องอุทธรณ์กล่าวข้อความก้าวร้าวเสียดสี ศาลผู้ทำการพิจารณาพิพากษาคดีนั้นอย่างแรง ศาลสั่งให้แก้ไขเสียให้เรียบร้อยก็คงเรียงฟ้องอุทธรณ์กล่าวข้อความอย่างเดิมมายื่นอีก จนศาลสั่งให้แก้ไขเป็นครั้งที่ 2 ก็ยังเรียงคำร้องยื่นต่อศาลขอยืนยันให้รับอุทธรณ์นั้น ดังนี้ถือว่าเป็นคำกล่าวที่ไม่เรียบร้อย อันควรจะนำมายื่นต่อศาลผู้กระทำการในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอันเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลและ เมื่อศาลสั่งให้แก้ไขความไม่เรียบร้อยนั้นเสียก็ไม่แก้กลับจงใจยืนยันเป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ศาลสั่งห้ามคู่ความมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในทางก่อความรำคาญหรือในทางประวิงให้ชักช้าหรือในทางฟุ่มเฟือยตามอำนาจศาลที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30 นั้นอีก จึงเป็นการกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามมาตรา 31
ถ้อยคำที่กล่าวในฟ้อง จะมีความหมายธรรมดาถึงขนาดที่จะต้องตามบทบัญญัติของกฎหมายหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย
เรียงฟ้องอุทธรณ์กล่าวข้อความก้าวร้าวเสียดสี ศาลผู้ทำการพิจารณาพิพากษาคดีนั้นอย่างแรง ศาลสั่งให้แก้ไขเสียให้เรียบร้อยก็คงเรียงฟ้องอุทธรณ์กล่าวข้อความอย่างเดิมมายื่นอีก จนศาลสั่งให้แก้ไขเป็นครั้งที่ 2 ก็ยังเรียงคำร้องยื่นต่อศาลขอยืนยันให้รับอุทธรณ์นั้น ดังนี้ถือว่าเป็นคำกล่าวที่ไม่เรียบร้อย อันควรจะนำมายื่นต่อศาลผู้กระทำการในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอันเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลและ เมื่อศาลสั่งให้แก้ไขความไม่เรียบร้อยนั้นเสียก็ไม่แก้กลับจงใจยืนยันเป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ศาลสั่งห้ามคู่ความมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในทางก่อความรำคาญหรือในทางประวิงให้ชักช้าหรือในทางฟุ่มเฟือยตามอำนาจศาลที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30 นั้นอีก จึงเป็นการกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามมาตรา 31
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 36/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การอุทธรณ์โทษกักกันเป็นดุลพินิจของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฎีกาจึงต้องห้าม
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปี 4 เดือนแล้วให้กักกันมีกำหนด 3 ปีนั้นฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้
การขอให้ยกหรือลดโทษกักกันอันเป็นดุลพินิจนั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริง
การขอให้ยกหรือลดโทษกักกันอันเป็นดุลพินิจนั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 36/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การอุทธรณ์คำพิพากษาเกี่ยวกับโทษกักกัน ศาลฎีกาไม่รับพิจารณาเนื่องจากเป็นดุลยพินิจของศาลชั้นต้นและอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปี 4 เดือนแล้วให้กักกันมีกำหนด 3 ปีนั้น ฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้
การขอให้ยกหรือลดโทษกักกันอันเป็นดุลยพินิจนั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริง.
การขอให้ยกหรือลดโทษกักกันอันเป็นดุลยพินิจนั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริง.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 955/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
บอกเลิกสัญญาเช่าก่อนมี พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ผู้เช่าไม่ส่งมอบทรัพย์สิน ถือละเมิดสิทธิ ไม่ได้รับความคุ้มครอง
บอกเลิกสัญญาเช่าถูกต้องตามสัญญาแล้ว ผู้เช่ามีหน้าที่ต้องส่งมอบทรัพย์สินที่เช่า ถ้าไม่ยอมส่งมอบ ก็เป็นผู้ยึดถือทรัพย์สินของเขาไว้โดยชอบ เป็นผู้ละเมิดสิทธิไม่ใช่ผู้เช่าต่อไป
บอกเลิกสัญญาเช่าก่อนใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าใน ภาวะคับขัน 2489 ผู้เช่าไม่ยอมออก จนใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แล้ว ผู้เช่าก็ไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.นี้ เพราะไม่ได้เป็นผู้เช่าแล้ว
พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 คุ้มครองแต่ฉะเพาะผู้เช่าในวันใช้ พ.ร.บ.นั้นเป็นต้นมา.
บอกเลิกสัญญาเช่าก่อนใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าใน ภาวะคับขัน 2489 ผู้เช่าไม่ยอมออก จนใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แล้ว ผู้เช่าก็ไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.นี้ เพราะไม่ได้เป็นผู้เช่าแล้ว
พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 คุ้มครองแต่ฉะเพาะผู้เช่าในวันใช้ พ.ร.บ.นั้นเป็นต้นมา.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 955/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบอกเลิกสัญญาเช่าก่อนมี พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ผู้เช่ายึดครองทรัพย์สินโดยมิชอบ ถือเป็นละเมิด
บอกเลิกสัญญาเช่าถูกต้องตามสัญญาแล้ว ผู้เช่ามีหน้าที่ต้องส่งมอบทรัพย์สินที่เช่า ถ้าไม่ยอมส่งมอบ ก็เป็นผู้ยึดถือทรัพย์สินของเขาไว้โดยไม่ชอบ เป็นผู้ละเมิดสิทธิไม่ใช่ผู้เช่าต่อไป
บอกเลิกสัญญาเช่าก่อนใช้พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 ผู้เช่าไม่ยอมออก จนใช้พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แล้ว ผู้เช่าก็ไม่ได้รับความคุ้มครองจากพ.ร.บ.นี้เพราะไม่ได้เป็นผู้เช่าแล้ว
พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 คุ้มครองแต่เฉพาะผู้เช่าในวันใช้พ.ร.บ.นั้นเป็นต้นมา
บอกเลิกสัญญาเช่าก่อนใช้พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 ผู้เช่าไม่ยอมออก จนใช้พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แล้ว ผู้เช่าก็ไม่ได้รับความคุ้มครองจากพ.ร.บ.นี้เพราะไม่ได้เป็นผู้เช่าแล้ว
พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 คุ้มครองแต่เฉพาะผู้เช่าในวันใช้พ.ร.บ.นั้นเป็นต้นมา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 949/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจสั่งการของเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค และความต่อเนื่องของความผิดแม้มีประกาศยกเลิก
พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคฯลฯ ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ใบออกคำสั่งเพื่อให้การเป็นไปตาม พ.ร.บ. เมื่อผู้ใดฝ่าฝืนประกาศที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้สั่งการไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นก็ย่อมมีผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานอันมีโทษตาม พ.ร.บ.นี้
ประกาศของคณะกรรมการควบคุมเครื่องอุปโภคฯ นั้นหาใช่กฎหมายไม่ ประกาศที่ออกมาภายหลังยกเลิกการควบคุมสิ่งของบางอย่าง จึงไม่ใช่กฎหมายที่ยกเลิกความผิดหรือไม่เอาโทษแก่ผู้ที่กระทำผิดฐานฝ่าฝืนประกาศฉะบับแรก กรณีไม่ต้องด้วย ป.ม.วิ.อาญา ม. 39(5) หรือ ก.ม.อาญา ม. 8 ผู้ฝ่าฝืนจึงยังคงมีความผิดและมีโทษ
ประกาศของคณะกรรมการควบคุมเครื่องอุปโภคฯ นั้นหาใช่กฎหมายไม่ ประกาศที่ออกมาภายหลังยกเลิกการควบคุมสิ่งของบางอย่าง จึงไม่ใช่กฎหมายที่ยกเลิกความผิดหรือไม่เอาโทษแก่ผู้ที่กระทำผิดฐานฝ่าฝืนประกาศฉะบับแรก กรณีไม่ต้องด้วย ป.ม.วิ.อาญา ม. 39(5) หรือ ก.ม.อาญา ม. 8 ผู้ฝ่าฝืนจึงยังคงมีความผิดและมีโทษ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 949/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค แม้มีประกาศยกเลิกภายหลัง ก็ไม่ทำให้ความผิดนั้นระงับ
พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค ฯลฯ ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ไปออกคำสั่งเพื่อให้การเป็นไปตามพ.ร.บ. เมื่อผู้ใดฝ่าฝืนประกาศที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้สั่งการไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นก็ย่อมมีผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานอันมีโทษตามพ.ร.บ.นี้
ประกาศของคณะกรรมการควบคุมเครื่องอุปโภคฯนั้นหาใช่กฎหมายไม่ประกาศที่ออกมาภายหลังยกเลิกการควบคุมสิ่งของบางอย่างจึงไม่ใช่กฎหมายที่ยกเลิกความผิดหรือไม่เอาโทษแก่ผู้ที่กระทำผิดฐานฝ่าฝืนประกาศฉบับแรกกรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(5) หรือกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 8 ผู้ฝ่าฝืนจึงยังคงมีความผิดและมีโทษ
ประกาศของคณะกรรมการควบคุมเครื่องอุปโภคฯนั้นหาใช่กฎหมายไม่ประกาศที่ออกมาภายหลังยกเลิกการควบคุมสิ่งของบางอย่างจึงไม่ใช่กฎหมายที่ยกเลิกความผิดหรือไม่เอาโทษแก่ผู้ที่กระทำผิดฐานฝ่าฝืนประกาศฉบับแรกกรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(5) หรือกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 8 ผู้ฝ่าฝืนจึงยังคงมีความผิดและมีโทษ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 946/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยอมรับข้อเสนอของคู่ความศาลยึดถือเป็นสิ้นสุด แม้ภายหลังจะอ้างสำคัญผิดเกี่ยวกับเนื้อที่ดิน
มีผู้คัดค้านอ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินบางส่วนแปลงที่ผู้ร้อง ร้องขอให้ศาลแสดงว่าเป็นของผู้ร้อง และได้แถลงต่อศาลว่า ถ้าผู้ร้องตกลงยอมให้ที่ดินกับผู้ค้านตามบัญชีทรัพย์ท้ายคำคัดค้านแล้ว ผู้ค้านก็ไม่ติดใจคัดค้านอะไรอีก ผู้ร้องตกลงยอม ศาลจึงพิพากษาให้ที่ตามบัญชีท้ายคำคัดค้านเป็นของผู้ค้าน ส่วนที่เหลือจากนั้น ให้เป็นของผู้ร้อง ดังนี้ ผู้ค้านจะอ้างว่าคัดรายการเนื้อที่ในคำคัดค้านผิดไปจากความจริง ยกขึ้นเป็นข้ออุทธรณ์,ฎีกาให้ศาลตัดสินให้ถูกต้องตามเนื้อที่ที่เป็นจริงไม่ได้