พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,225 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 937/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญายอมความของผู้เยาว์: ผู้แทนโดยชอบธรรมมีสิทธิเพิกถอนได้หากไม่ได้รับความยินยอม
ผู้เยาว์และผู้แทนโดยชอบธรรมร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องคดีและทำสัญญายอมความ โดยผู้เยาว์มิได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมและผู้แทนโดยชอบธรรมก็ไม่เคยให้สัตยาบัน ดังนี้ ผู้แทนโดยชอบธรรมฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญายอมความนั้นได้
ผู้ที่อ้างว่าเป็นบิดาและมารดาฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญายอมความที่ผู้เยาว์ทำไว้ โดยอ้างว่าบิดามิได้ให้ความยินยอม ถ้ายังปรากฏความในฟ้องต่อไปซึ่งแสดงให้เห็นว่าโจทก์ฟ้องโดยหมายความว่าผู้เยาว์ไม่อาจทำนิติกรรมโดยตนเองได้แล้ว แม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าบิดาไม่ใช่ผู้แทนโดยชอบธรรม ก็ถือได้ว่าฟ้องตรงกับประเด็นแล้ว
ผู้ที่อ้างว่าเป็นบิดาและมารดาฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญายอมความที่ผู้เยาว์ทำไว้ โดยอ้างว่าบิดามิได้ให้ความยินยอม ถ้ายังปรากฏความในฟ้องต่อไปซึ่งแสดงให้เห็นว่าโจทก์ฟ้องโดยหมายความว่าผู้เยาว์ไม่อาจทำนิติกรรมโดยตนเองได้แล้ว แม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าบิดาไม่ใช่ผู้แทนโดยชอบธรรม ก็ถือได้ว่าฟ้องตรงกับประเด็นแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 935/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาทุจริตในการลักทรัพย์: การเก็บทรัพย์สินที่หล่นหายโดยไม่มีเจตนาเอาไปเป็นของตนเอง ไม่ถือเป็นความผิดฐานลักทรัพย์
จำเลยเก็บปืนที่ตกไว้ เมื่อเจ้าของตาม ก็รับว่าได้เก็บไว้แล้วเช่นนี้ ถ้าไม่มีเจตนาทุจจริตในการเอาทรัพย์นั้นไป ก็ยังไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์
เพียงแต่การเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยไม่มีใครอนุญาตนั้นจะถือว่าเป็นการทุจจริตยังไม่ได้.
เพียงแต่การเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยไม่มีใครอนุญาตนั้นจะถือว่าเป็นการทุจจริตยังไม่ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 935/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเก็บทรัพย์ที่ตกหล่นโดยไม่มีเจตนาทุจริต ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์
จำเลยเก็บปืนที่ตกไว้ เมื่อเจ้าของตามก็รับว่าได้เก็บไว้แล้วเช่นนี้ถ้าไม่มีเจตนาทุจริตในการเอาทรัพย์นั้นไป ก็ยังไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์
เพียงแต่การเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยไม่มีใครอนุญาตนั้นจะถือว่าเป็นการทุจริตยังไม่ได้
เพียงแต่การเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยไม่มีใครอนุญาตนั้นจะถือว่าเป็นการทุจริตยังไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 933/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิเลิกสัญญาเช่าและการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า แม้มีการแก้ไขกฎหมายระหว่างพิจารณาคดี สิทธิเดิมยังคงมีผล
ควรบอกเลิกสัญญาเช่าเคหะหรือขับไล่ผู้เช่าออกจากเคหะได้หรือไม่นั้น ต้องอยุ่ในบังคับของ ก.ม.ที่ตัดรอนสิทธิอยู่ในขณะนั้น
โจทก์บอกเลิกการเช่าเคหะระหว่างที่ใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2486 แม้ระหว่างพิจารณาคดี จะได้ใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แล้วก็ตาม พ.ร.บ.ที่ออกไหม่นี้ก็หาอาจกระทบกระเทือนสิทธิเลิกสัญญาการเช่าที่โจทก์ได้ใช้ไปแล้วก่อนนั้นไม่.
โจทก์บอกเลิกการเช่าเคหะระหว่างที่ใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2486 แม้ระหว่างพิจารณาคดี จะได้ใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แล้วก็ตาม พ.ร.บ.ที่ออกไหม่นี้ก็หาอาจกระทบกระเทือนสิทธิเลิกสัญญาการเช่าที่โจทก์ได้ใช้ไปแล้วก่อนนั้นไม่.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 933/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิเลิกสัญญาเช่าภายใต้กฎหมายควบคุมค่าเช่า: สิทธิที่เกิดก่อนกฎหมายใหม่มีผลใช้บังคับย่อมได้รับการคุ้มครอง
ควรบอกเลิกสัญญาเช่าเคหะหรือขับไล่ผู้เช่าออกจากเคหะได้หรือไม่นั้น ต้องอยู่ในบังคับแห่งกฎหมายที่ตัดรอนสิทธิอยู่ในขณะนั้น
โจทก์บอกเลิกการเช่าเคหะระหว่างที่ใช้พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2486 แม้ระหว่างพิจารณาคดีจะได้ใช้พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แล้วก็ตาม พ.ร.บ.ที่ออกใหม่นี้ก็หาอาจกระทบกระเทือนสิทธิเลิกสัญญาการเช่าที่โจทก์ได้ใช้ไปแล้วก่อนนั้นไม่
โจทก์บอกเลิกการเช่าเคหะระหว่างที่ใช้พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2486 แม้ระหว่างพิจารณาคดีจะได้ใช้พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แล้วก็ตาม พ.ร.บ.ที่ออกใหม่นี้ก็หาอาจกระทบกระเทือนสิทธิเลิกสัญญาการเช่าที่โจทก์ได้ใช้ไปแล้วก่อนนั้นไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 932/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าสินไหมทดแทนจากการเลิกสัญญาจ้างทำของ ครอบคลุมถึงกำไรที่ขาดหายไป
ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น ย่อมหมายถึงความเสียหายที่ย่อมเกิดขึ้นแต่การเลิกสัญญาหรือการไม่ชำระหนี้ การขาดประโยชน์ที่ตนควรมีควรได้ หากมิได้มีการเลิกสัญญาย่อมเป็นความเสียหายอันหนึ่ง
การจ้างทำของนั้น สินจ้างมิได้จำกัดว่าจะต้องเป็นสิ่งที่ให้ตอบแทนพอดีฉะเพาะแต่ทุนและค่าแรงงานเสมอไป สินจ้างอาจรวมถึงผลประโยชน์ที่นอกเหนือไปจากทุนและแรงงานที่เรียกกันว่ากำไร นั้นก็ได้
ผู้ว่าจ้างเลิกสัญญาจ้างทำของ โดยผู้รับจ้างมิได้ทำผิดสัญญา เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างขาดกำไรที่ควรจะได้ ถ้าไม่มีการเลิกสัญญาไปเท่าใด ผู้ว่าจ้างต้องรับสนองชดใช้ให้เป็นค่าสินไหมทดแทน.
การจ้างทำของนั้น สินจ้างมิได้จำกัดว่าจะต้องเป็นสิ่งที่ให้ตอบแทนพอดีฉะเพาะแต่ทุนและค่าแรงงานเสมอไป สินจ้างอาจรวมถึงผลประโยชน์ที่นอกเหนือไปจากทุนและแรงงานที่เรียกกันว่ากำไร นั้นก็ได้
ผู้ว่าจ้างเลิกสัญญาจ้างทำของ โดยผู้รับจ้างมิได้ทำผิดสัญญา เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างขาดกำไรที่ควรจะได้ ถ้าไม่มีการเลิกสัญญาไปเท่าใด ผู้ว่าจ้างต้องรับสนองชดใช้ให้เป็นค่าสินไหมทดแทน.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 932/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าสินไหมทดแทนจากการเลิกสัญญาจ้างทำของ ครอบคลุมถึงกำไรที่ขาดไป
ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น ย่อมหมายถึงความเสียหายที่ย่อมเกิดขึ้น แต่การเลิกสัญญาหรือการไม่ชำระหนี้ การขาดประโยชน์ที่ตนควรมีควรได้ หากมิได้มีการเลิกสัญญาย่อมเป็นความเสียหายอันหนึ่ง
การจ้างทำของนั้น สินจ้างมิได้จำกัดว่าจะต้องเป็นสิ่งที่ให้ตอบแทนพอดีเฉพาะแต่ทุนและค่าแรงงานเสมอไป สินจ้างอาจรวมถึงผลประโยชน์ที่นอกเหนือไปจากทุนและแรงงานที่เรียกกันว่ากำไรนั้นก็ได้
ผู้ว่าจ้างเลิกสัญญาจ้างทำของ โดยผู้รับจ้างมิได้ทำผิดสัญญาเป็นเหตุให้ผู้รับจ้างขาดกำไรที่ควรจะได้ ถ้าไม่มีการเลิกสัญญาไปเท่าใด ผู้ว่าจ้างต้องรับสนองชดใช้ให้เป็น ค่าสินไหมทดแทน
การจ้างทำของนั้น สินจ้างมิได้จำกัดว่าจะต้องเป็นสิ่งที่ให้ตอบแทนพอดีเฉพาะแต่ทุนและค่าแรงงานเสมอไป สินจ้างอาจรวมถึงผลประโยชน์ที่นอกเหนือไปจากทุนและแรงงานที่เรียกกันว่ากำไรนั้นก็ได้
ผู้ว่าจ้างเลิกสัญญาจ้างทำของ โดยผู้รับจ้างมิได้ทำผิดสัญญาเป็นเหตุให้ผู้รับจ้างขาดกำไรที่ควรจะได้ ถ้าไม่มีการเลิกสัญญาไปเท่าใด ผู้ว่าจ้างต้องรับสนองชดใช้ให้เป็น ค่าสินไหมทดแทน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 931/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสิ้นสุดสัญญาเช่าและการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ผู้เช่าที่ยึดครองทรัพย์สินหลังสัญญาหมดอายุ ไม่ได้รับการคุ้มครอง
พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน คุ้มครองแต่ฉะเพาะผู้เช่าในวันใช้ พ.ร.บ. นั้น เป็นต้นมา.
สัญญาเช่าระงับลงแล้วก่อนใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แต่ผู้เช่าไม่ยอมส่งทรัพย์ที่เช่าคืน คงอยู่ต่อมาจนใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แล้วผู้เช่าก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ฉะบับใหม่ เพราะยึดถือทรัพย์สินนั้นไว้โดยมิชอบ เป็นการละเมิดสิทธิ จึงไม่อยู่ในฐานะผู้เช่าต่อไป.
สัญญาเช่าระงับลงแล้วก่อนใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แต่ผู้เช่าไม่ยอมส่งทรัพย์ที่เช่าคืน คงอยู่ต่อมาจนใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แล้วผู้เช่าก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ฉะบับใหม่ เพราะยึดถือทรัพย์สินนั้นไว้โดยมิชอบ เป็นการละเมิดสิทธิ จึงไม่อยู่ในฐานะผู้เช่าต่อไป.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 931/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าระงับแล้ว ผู้เช่ายึดครองทรัพย์สินต่อไม่ได้ความคุ้มครอง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน คุ้มครองแต่เฉพาะผู้เช่าในวันใช้ พ.ร.บ.นั้น เป็นต้นมา
สัญญาเช่าระงับลงแล้วก่อนใช้พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แต่ผู้เช่าไม่ยอมส่งทรัพย์ที่เช่าคืน คงอยู่ต่อมาจนใช้พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แล้ว ผู้เช่าก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.ฉบับใหม่ เพราะยึดถือทรัพย์สินนั้นไว้โดยมิชอบ เป็นการละเมิดสิทธิ จึงไม่อยู่ในฐานะผู้เช่าต่อไป
สัญญาเช่าระงับลงแล้วก่อนใช้พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แต่ผู้เช่าไม่ยอมส่งทรัพย์ที่เช่าคืน คงอยู่ต่อมาจนใช้พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แล้ว ผู้เช่าก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.ฉบับใหม่ เพราะยึดถือทรัพย์สินนั้นไว้โดยมิชอบ เป็นการละเมิดสิทธิ จึงไม่อยู่ในฐานะผู้เช่าต่อไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 913/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิฟ้องขับไล่ของผู้ให้เช่าเกิดขึ้นเมื่อได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการ แม้แจ้งภายหลังใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
คณะกรรมการควบคุมค่าเช่า ฯลฯ ลงมติให้ความยินยอมแก่ผู้ให้เช่าเลิกให้ผู้เช่าใช้หรือรับประโยชน์ในเคหะที่เช่าตั้งแต่ก่อนบังคับใช้ พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แม้จะแจ้งมติให้คู่กรณีทราบภายหลังที่ใช้พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันพ.ศ.2489 แล้ว สิทธิของผู้ให้เช่าที่จะฟ้องขับไล่ผู้เช่า ก็ย่อมเกิดขึ้นนับแต่เวลาที่คณะกรรมการให้ความยินยอม และหาถูกกระทบกระเทือนโดย พระราชบัญญัติใหม่อย่างใดไม่