พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,225 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 448/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่านายหน้า: ผู้ขายยินยอมจ่ายค่านายหน้าให้ผู้ชี้ช่อง แม้ไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร
ผู้ขายที่ดินโดยไม่ได้ตั้งผู้ใดเป็นนายหน้า ได้ทำสัญญากับผู้ซื้อที่ดินยอมเสียค่านายหน้า โดยรู้ว่าการซื้อขายนั้น มีนายหน้าให้ได้เข้าทำสัญญากัน และรู้ตัวผู้เป็นนายหน้าแล้ว เมื่อนายหน้าแสดงเจตตนาถือประโยชน์ตามสัญญานั้นแล้ว ผู้ชายที่ดินก็ต้องรับผิดชำระค่านายหน้า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 448/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่านายหน้า: ผู้ขายยินยอมจ่ายค่านายหน้าแม้ไม่มีนายหน้า แต่รู้ว่ามีผู้ชี้ช่อง ย่อมต้องรับผิด
ผู้ขายที่ดินโดยไม่ได้ตั้งผู้ใดเป็นนายหน้า ได้ทำสัญญากับผู้ซื้อที่ดินยอมเสียค่านายหน้า โดยรู้ว่าการซื้อขายนั้น มีนายหน้าให้ได้เข้าทำสัญญากัน และรู้ตัวผู้เป็นนายหน้าแล้ว เมื่อนายหน้าแสดงเจตนาถือประโยชน์ตามสัญญานั้นแล้วผู้ขายที่ดินก็ต้องรับผิดชำระค่านายหน้า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 443/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องอาญาต้องระบุรายละเอียดข้อหาชัดเจน หากไม่ส่งเอกสารสำคัญประกอบการฟ้อง ถือเป็นฟ้องเคลือบคลุม
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยปลอมหนังสือรวม 43 ฉะบับ แต่มิได้ส่งสำเนาให้จำเลย และมิได้ระบุรายละเอียดว่า ฉะบับไหนใครทำ และทำเมื่อใด แม้โจทก์จะได้ระบุไว้ในฟ้องว่า จะส่งเอกสารในวันพิจารณาก็ดี แต่เมื่อจำเลยคัดค้านโจทก์ก็ยังยืนยันตามฟ้องเดิมไม่ส่งเอกสารเพิ่มเติมดังนี้ ต้องถือว่าเป็นฟ้องเคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 443/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องอาญาต้องระบุรายละเอียดเอกสารที่ถูกกล่าวหา หากไม่ส่งเอกสารประกอบการฟ้อง แม้ศาลเสนอให้ส่ง ก็ถือเป็นฟ้องเคลือบคลุม
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยปลอมหนังสือรวม 43 ฉบับ แต่มิได้ส่งสำเนาให้จำเลย และมิได้ระบุรายละเอียดว่าฉบับไหนใครทำ และทำเมื่อใดแม้โจทก์จะได้ระบุไว้ในฟ้องว่า จะส่งเอกสารในวันพิจารณาก็ดี แต่เมื่อจำเลยคัดค้านโจทก์ก็ยังยืนยันตามฟ้องเดิมไม่ส่งเอกสารเพิ่มเติมดังนี้ ต้องถือว่าเป็นฟ้องเคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 440/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องแย้งเรื่องสิทธิในที่ดิน และการจำกัดการซักค้านพยานต้องเป็นไปตามขั้นตอน
โจทก์ฟ้องเรียกโฉนดคืนจากจำเลย จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยมีสิทธิในที่พิพาทนั้นกึ่งหนึ่ง และโจทก์ให้โฉนดมาพร้อมกับใบมอบฉันทะเพื่อแบ่งให้จำเลย เมื่อโจทก์กลับใจเรียกโฉนดคืน ดังนี้จำเลยย่อมฟ้องแย้งขอให้ศาลแบ่งที่ดินให้จำเลยมาในคำให้การด้วยได้ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกัน
เมื่อศาลชั้นต้นบันทึกเรื่องทนายโจทก์ถามพยานซ้ำซาก จึงสั่งให้งดทนายโจทก์ก็มิได้คัดค้าน หรือยื่นคำแถลงคัดค้านไว้ ภายหลังทนายโจทก์จะมาคัดค้านว่า เป็นเรื่องศาลชั้นต้นห้ามทนายถามพยานนั้น ย่อมฟังไม่ขึ้น
เมื่อศาลชั้นต้นบันทึกเรื่องทนายโจทก์ถามพยานซ้ำซาก จึงสั่งให้งดทนายโจทก์ก็มิได้คัดค้าน หรือยื่นคำแถลงคัดค้านไว้ ภายหลังทนายโจทก์จะมาคัดค้านว่า เป็นเรื่องศาลชั้นต้นห้ามทนายถามพยานนั้น ย่อมฟังไม่ขึ้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 440/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในที่ดินร่วมกัน, ฟ้องแย้ง, การห้ามซักค้านพยาน: ศาลฎีกาวินิจฉัยประเด็นการฟ้องแย้งสิทธิในที่ดินและอำนาจศาลในการควบคุมการซักถามพยาน
โจทก์ฟ้องเรียกโฉนดคืนจากจำเลย จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยมีสิทธิ์ในที่พิพาทนั้นกึ่งหนึ่ง และโจทก์ให้โฉนดมาพร้อมกับใบมอบฉันทะเพื่อแบ่งให้จำเลย เมื่อโจทก์กลับใจเรียกโฉนดคืน ดังนี้จำเลยย่อมฟ้องแย้งขอให้ศาลแบ่งที่ดินให้จำเลยมาในคำให้การด้วยได้ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกัน
เมื่อศาลชั้นต้นบันทึกเรื่องทนายโจทก์ถามพะยานซ้ำซากจึงสั่งให้งด ทนายโจทก์มิได้คัดค้าน หรือยื่นคำแถลงคัดค้านไว้ ภายหลังทนายโจทก์จะมาคัดค้านว่า เป็นเรื่องศาลชั้นต้นห้ามทนายถามพะยานนั้น ย่อมฟังไม่ขึ้น
เมื่อศาลชั้นต้นบันทึกเรื่องทนายโจทก์ถามพะยานซ้ำซากจึงสั่งให้งด ทนายโจทก์มิได้คัดค้าน หรือยื่นคำแถลงคัดค้านไว้ ภายหลังทนายโจทก์จะมาคัดค้านว่า เป็นเรื่องศาลชั้นต้นห้ามทนายถามพะยานนั้น ย่อมฟังไม่ขึ้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 436/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้คำรับสารภาพของจำเลยประกอบพยานหลักฐานที่ไม่สมบูรณ์ในคดีอาญา ศาลฎีกาตัดสินให้ลงโทษฐานลักทรัพย์ได้
โจทก์ฟ้องคดีอาญาอ้างบทลงโทษเกินกว่าสิบปี และโทษเบารวมกันมา จำเลยให้การรับสารภาพ โจทก์สืบพะยานประกอบในข้อหาอุกฉกรรจ์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำผิด ศาลก็ลงโทษในข้อหาฐานเมาได้ แม้คำพะยานโจทก์ในข้อหานี้จะไม่มีน้ำหนักก็ตาม เพราะจำเลยให้การรับสารภาพแล้ว ไม่มีกฎหมายบังคับให้สืบพะยานประกอบ เช่น ข้อหาอุกฉกรรจ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 435/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฎีกาจำกัดเฉพาะประเด็นข้อกฎหมาย ศาลฎีกาต้องยึดข้อเท็จจริงตามศาลอุทธรณ์ การฟ้องเรียกค่าเสียหายแยกจากค่าเช่า
คดีที่ฎีกาได้แต่ปัญหาข้อกฎหมายนั้น ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยชี้ขาด ไว้แล้วในสำนวน
ในกรณีที่โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเช่าจากจำเลยได้นั้นย่อมไม่ตัดสิทธิโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยเมื่อปรากฏว่าจำเลยยึดถือทรัพย์ของโจทก์ไว้โดยปราศจากสิทธิอันชอบด้วยกฎหมาย
ในกรณีที่โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเช่าจากจำเลยได้นั้นย่อมไม่ตัดสิทธิโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยเมื่อปรากฏว่าจำเลยยึดถือทรัพย์ของโจทก์ไว้โดยปราศจากสิทธิอันชอบด้วยกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 435/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฎีกาต้องยึดข้อเท็จจริงตามศาลชั้นต้น/อุทธรณ์ การฟ้องเรียกค่าเสียหายแยกจากค่าเช่า
คดีที่ฎีกาได้แต่ปัญหาข้อกฎหมายนั้น ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยชี้ขาดไว้แล้วในสำนวน
ในกรณีที่โจทก์ไม่มีสิทธิ์ฟ้องเรียกค่าเช่าจากจำเลยได้นั้น ย่อมไม่ตัดสิทธิ์โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลย เมื่อปรากฎว่าจำเลยยึดถือทรัพย์ของโจทก์ไว้โดยปราศจากสิทธิ์อันชอบด้วยกฎหมาย
ในกรณีที่โจทก์ไม่มีสิทธิ์ฟ้องเรียกค่าเช่าจากจำเลยได้นั้น ย่อมไม่ตัดสิทธิ์โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลย เมื่อปรากฎว่าจำเลยยึดถือทรัพย์ของโจทก์ไว้โดยปราศจากสิทธิ์อันชอบด้วยกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 431/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิรับมรดกซ้ำซ้อน: การฟ้องห้ามรับมรดกเดิม ห้ามฟ้องซ้ำด้วยเหตุเดิม แม้สถานะทางกฎหมายเปลี่ยน
โจทก์เคยฟ้องห้ามจำเลยซึ่งเป็นบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายมิให้เกี่ยวข้องแก่มรดกศาลพิพากษาห้ามแล้วภายหลังมีคำพิพากษาว่าจำเลยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย จำเลยจึงเข้ามาเกี่ยวข้องแก่มรดกอีกโจทก์จึงฟ้องขอห้ามอีก ดังนี้ถือว่าโจทก์ฟ้องร้องอีกโดยอาศัยเหตุเดียวกัน ต้องยกฟ้อง