พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,225 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 68/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดทางอาญาจากการทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตายจากเชื้อโรคในบาดแผล
ผู้ถูกทำร้ายตายเพราะมีเชื้อโรคที่บาดแผลที่ถูกทำร้าย และไม่ปรากฏว่าเกิดจากความผิดของผู้ถูกทำร้ายหรือของผู้อื่นนั้น ผู้ทำร้ายต้องรับผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 66/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
บาดแผลเล็กน้อยไม่ถึงขั้น 'บาดเจ็บ' ตามประมวลกฎหมายอาญา
บาดแผลที่แก้มบวมฟกช้ำรักษา 7 วันหาย และแผลที่ข้อศอกผิวหนังถลอกโลหิตซับรักษา 5 วันหายนั้น ไม่นับว่าเป็นบาดแผลถึงบาดเจ็บ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 66/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
บาดแผลเล็กน้อยไม่ถึงบาดเจ็บ ไม่ถือเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกาย
บาดแผลที่แก้มบวมฟกช้ำ รักษา 7 วันหาย และแผลที่ข้อศอกผิวหนังถลอกโลหิตซับรักษา 5 วันหายนั้น ไม่นับว่าเป็นบาดแผลถึงบาดเจ็บ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 61/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขายสินค้าเกินราคาที่กำหนด แม้มีประกาศยกเลิกภายหลัง ก็ไม่ถือเป็นการลบล้างความผิด
ขายเนื้อสุกรเกินราคาที่คณะกรมการประกาศกำหนดไว้ ต่อมามีประกาศยกเลิกประกาศเดิม ก็ไม่ทำให้จำเลยพ้นผิด โดยไม่ถือว่าเป็นกฎหมายยกเลิกความผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 61/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขายเกินราคาที่กฎหมายกำหนด แม้มีการยกเลิกประกาศ แต่ไม่ถือเป็นการยกเลิกความผิด
ขายเนื้อสุกรเกินราคาที่คณะกรมการประกาศกำหนดไว้ต่อมามีประกาศยกเลิกประกาศเดิม ก็ไม่ทำให้จำเลยพ้นผิด โดยไม่ถือว่าเป็นกฏหมายยกเลิกความผิด.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 56/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การหมิ่นประมาทต้องเจาะจงตัวบุคคลชัดเจน การกล่าวถึงพรรคการเมืองรวมไม่ถือเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์
การที่จะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามกฏหมายนั้นถ้อยคำที่กล่าวจะต้องมุ่งเจาะจงตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยฉะเพาะ
กล่าวความว่า คำโฆษณาของพวกและพรรคประชาธิปัตย์เป็นการหลอกลวงราษฎรให้หลงเชื่อ ดังนี้ แม้โจทก์จะแสดงได้ว่า โจทก์เป็นพรรคประชาธิปัตย์ด้วยคนหนึ่ง ก็ไม่ถือว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายในคดีหมิ่นประมาทเพราะถ้อยคำนั้นมิได้มุ่งหมายถึงโจทก์โดยเฉพาะ
ฟ้องรัฐมนตรีหาว่าใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ทางทุจจริตและผิด พ.ร.บ.การเลือกตั้งโดยออกคำสั่งกล่าวถึงการกระทำของคณะประชาธิปัตย์บางคนกระทำการไม่ชอบต่างๆ แต่มิได้เจาะจงตัวผู้ใดนั้น ไม่ถือว่าเป็นการเจาะจงตัวบุคคลหนึ่งบุคคลใดในคณะประชาธิปัตย์ ฉนั้นคนหนึ่งคนใดในคณะนั้น จึงไม่ใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจฟ้อง.
กล่าวความว่า คำโฆษณาของพวกและพรรคประชาธิปัตย์เป็นการหลอกลวงราษฎรให้หลงเชื่อ ดังนี้ แม้โจทก์จะแสดงได้ว่า โจทก์เป็นพรรคประชาธิปัตย์ด้วยคนหนึ่ง ก็ไม่ถือว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายในคดีหมิ่นประมาทเพราะถ้อยคำนั้นมิได้มุ่งหมายถึงโจทก์โดยเฉพาะ
ฟ้องรัฐมนตรีหาว่าใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ทางทุจจริตและผิด พ.ร.บ.การเลือกตั้งโดยออกคำสั่งกล่าวถึงการกระทำของคณะประชาธิปัตย์บางคนกระทำการไม่ชอบต่างๆ แต่มิได้เจาะจงตัวผู้ใดนั้น ไม่ถือว่าเป็นการเจาะจงตัวบุคคลหนึ่งบุคคลใดในคณะประชาธิปัตย์ ฉนั้นคนหนึ่งคนใดในคณะนั้น จึงไม่ใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจฟ้อง.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 56/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การหมิ่นประมาทต้องเจาะจงตัวบุคคล คำกล่าวทั่วไปถึงพรรคการเมืองไม่ถือว่าเป็นการหมิ่นประมาทต่อสมาชิก
การที่จะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามกฎหมายนั้นถ้อยคำที่กล่าวจะต้องมุ่งเจาะจงตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ
กล่าวความว่า คำโฆษณาของพวกและพรรคประชาธิปัตย์เป็นการหลอกลวงราษฎรให้หลงเชื่อ ดังนี้ แม้โจทก์จะแสดงได้ว่าโจทก์เป็นพรรคประชาธิปัตย์ด้วยคนหนึ่ง ก็ไม่ถือว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายในคดีหมิ่นประมาทเพราะถ้อยคำนั้นมิได้มุ่งหมายถึงโจทก์โดยเฉพาะ
ฟ้องรัฐมนตรีหาว่าใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ทางทุจริตและผิดพระราชบัญญัติการเลือกตั้งโดยออกคำสั่งกล่าวถึงการกระทำของคณะประชาธิปัตย์บางคนกระทำการไม่ชอบต่างๆ แต่มิได้เจาะจงตัวผู้ใดนั้นไม่ถือว่าเป็นการเจาะจงตัวบุคคลหนึ่งบุคคลใดในคณะประชาธิปัตย์ ฉะนั้นคนหนึ่งคนใดในคณะนั้น จึงไม่ใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจฟ้อง
กล่าวความว่า คำโฆษณาของพวกและพรรคประชาธิปัตย์เป็นการหลอกลวงราษฎรให้หลงเชื่อ ดังนี้ แม้โจทก์จะแสดงได้ว่าโจทก์เป็นพรรคประชาธิปัตย์ด้วยคนหนึ่ง ก็ไม่ถือว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายในคดีหมิ่นประมาทเพราะถ้อยคำนั้นมิได้มุ่งหมายถึงโจทก์โดยเฉพาะ
ฟ้องรัฐมนตรีหาว่าใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ทางทุจริตและผิดพระราชบัญญัติการเลือกตั้งโดยออกคำสั่งกล่าวถึงการกระทำของคณะประชาธิปัตย์บางคนกระทำการไม่ชอบต่างๆ แต่มิได้เจาะจงตัวผู้ใดนั้นไม่ถือว่าเป็นการเจาะจงตัวบุคคลหนึ่งบุคคลใดในคณะประชาธิปัตย์ ฉะนั้นคนหนึ่งคนใดในคณะนั้น จึงไม่ใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 55/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสิ้นสุดสัญญาเช่าและการละเมิดหลังสัญญาเช่าระงับ ผู้เช่าไม่อาจอ้าง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
จำเลยรับว่า"ได้รับหนังสือบอกกล่าวล่วงหน้า 1 เดือนจริงตามฟ้องโจทก์" ดังนี้เป็นการรับโดยชัดแจ้งว่า คำบอกเลิกนั้นมีผลใช้ได้ด้วย.
ข้อกฏหมายที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแต่ในศาลชั้นต้นนั้นศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยให้.
ผู้เช่าที่อยู่ในที่เช่าภายหลังสัญญาเช่าระงับลงโดยผู้ให้เช่าบอกเลิกนั้น ได้ชื่อว่า เป็นผู้ละเมิด หาใช่ผู้เช่าที่จะได้รับความคุ้มครอง จาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าไม่.
ข้อกฏหมายที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแต่ในศาลชั้นต้นนั้นศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยให้.
ผู้เช่าที่อยู่ในที่เช่าภายหลังสัญญาเช่าระงับลงโดยผู้ให้เช่าบอกเลิกนั้น ได้ชื่อว่า เป็นผู้ละเมิด หาใช่ผู้เช่าที่จะได้รับความคุ้มครอง จาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าไม่.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 55/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าถือเป็นการยอมรับสิทธิของผู้ให้เช่า ผู้เช่าต้องคืนทรัพย์ทันทีเมื่อสัญญาเลิก
จำเลยรับว่า'ได้รับหนังสือบอกกล่าวล่วงหน้า 1 เดือนจริงตามฟ้องโจทก์'ดังนี้ เป็นการรับโดยชัดแจ้งว่า คำบอกเลิกนั้นมีผลใช้ได้ด้วย
ข้อกฎหมายที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแต่ในศาลชั้นต้นนั้นศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยให้
ผู้เช่าที่อยู่ในที่เช่าภายหลังสัญญาเช่าระงับลงโดยผู้ให้เช่าบอกเลิกนั้นได้ชื่อว่า เป็นผู้ละเมิด หาใช่ผู้เช่าที่จะได้รับความคุ้มครอง จากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าไม่
ข้อกฎหมายที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแต่ในศาลชั้นต้นนั้นศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยให้
ผู้เช่าที่อยู่ในที่เช่าภายหลังสัญญาเช่าระงับลงโดยผู้ให้เช่าบอกเลิกนั้นได้ชื่อว่า เป็นผู้ละเมิด หาใช่ผู้เช่าที่จะได้รับความคุ้มครอง จากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 47-50/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ที่ธรณีสงฆ์ไม่ต้องจดทะเบียน การพิสูจน์ความเป็นที่ธรณีสงฆ์เพียงพอต่อการฟ้องขับไล่
ที่ธรณีสงฆ์นั้นไม่มีกฏหมายให้ต้องจดทะเบียน
การฟ้องขับไล่ออกจากที่ธรณีสงฆ์นั้น โจทก์พิศูจน์ว่าเป็นที่ธรณีสงฆ์ก็เพียงพอแล้วไม่จำต้องนำสืบถึงการได้มา.
การฟ้องขับไล่ออกจากที่ธรณีสงฆ์นั้น โจทก์พิศูจน์ว่าเป็นที่ธรณีสงฆ์ก็เพียงพอแล้วไม่จำต้องนำสืบถึงการได้มา.