คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
ประมูล สุวรรณศร

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,225 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 117/2487

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ปลอมตัวเป็นตำรวจปล้นทรัพย์
ผู้ร้าย 3 คนปลอมเป็นตำรวจมีไม้ตะพดเป็นศาตราวุธเข้าค้นบ้านเจ้าทรัพย์ แล้วนำตัวเจ้าทรัพย์และทรัพย์ที่ค้นได้ออกจากบ้านเจ้าทรัพย์ไปพอถึงกลางทางผู้ร้ายทำร้ายเจ้าทรัพย์แล้วพาทรัพย์หนีไปดั่งนี้ มีความผิดฐานปล้นทรัพย์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 116/2487 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยถูกยั่วยุจากพฤติกรรมของผู้ตาย
จำเลยแทงผู้ตายตายโดยผู้ตายไห้ของลับและชกจำเลย ดังนี้ย่อมมีความผิดถานค่าคนโดยถูกยั่วโทสะ.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 116/2487

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฆ่าโดยถูกยั่วโทสะ: การกระทำของผู้ตายเป็นเหตุให้จำเลยป้องกันตนเองได้
จำเลยแทงผู้ตายตายโดยผู้ตายให้ของลับและชกจำเลยดังนี้ ย่อมมีความผิดฐานฆ่าคนโดยถูกยั่วโทสะ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 112/2487 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การมีเหรียญกษาปณ์จำนวนมากเพื่อประกอบอาชีพ ไม่ถือเป็นผู้ค้าเหรียญกษาปณ์
จำเลยมีอาชีพผูกขาดตลาดนัดของเทสบาลมีสตางค์เปนเงิน 86 บาท 89 สตางค์ครึ่ง โดยไส่ไว้ไนลิ้นชิกโต๊ะสตางค์อันละห้าและอันละสิบร้อยเปนพวง ๆ ละ 1 บาท ไม่ถือว่ามีไว้เกินสมควนหรือเกินจำเปน ไม่ถือเปนผู้ค้าเหรียนกสาปน์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 112/2487

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การมีเงินเหรียญกษาปณ์จำนวนน้อยเพื่อใช้ในตลาดนัด ไม่ถือเป็นการค้าเหรียญกษาปณ์
จำเลยมีอาชีพผูกขาดตลาดนัดของเทศบาลมีสตางค์เป็นเงิน 86 บาท 89 สตางค์ครึ่ง โดยใส่ไว้ในลิ้นชักโต๊ะสตางค์อันละห้าและอันละสิบร้อยเป็นพวงๆ ละ 1 บาทไม่ถือว่ามีไว้เกินสมควรหรือเกินจำเป็น ไม่ถือเป็นผู้ค้าเหรียญกษาปณ์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 111/2487

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การมีเหรียญกษาปณ์เพื่อใช้จ่ายตามปกติในพื้นที่ห่างไกล ไม่ถือเป็นผู้ค้าเหรียญ
จำเลยมีเหรียญกษาปณ์รวมเป็นเงิน 91 บาท 54 สตางค์สำหรับจ่ายเป็นค่าจ้างลูกจ้างทำนา และได้มาจากการขายข้าว อยู่ในหมู่บ้านที่ไม่มีตลาดไม่มีที่แลกสตางค์ ไม่เรียกว่าเกินสมควรสำหรับปกติธุระหรือเกินจำเป็นสำหรับการใช้จ่ายปกติ ไม่ถือว่าเป็นผู้ค้าเหรียญกษาปณ์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 111/2487 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองเหรียญกษาปณ์เพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของเกษตรกรในพื้นที่ห่างไกล ไม่ถือเป็นผู้ค้าเหรียญกษาปณ์
จำเลยมีเหรียนกสาปน์รวมเปนเงิน 91 บาท 54 สตางค์ สำหรับจ่ายเปนค่าจ้างลูกจ้างทำนา และได้มาจากการขายข้าว หยู่ไนหมู่บ้านที่ไม่มีตลาดไม่มีที่แลกสตางค์ ไม่เรียกว่าเกินสมควนสำหรับปรกติธุระหรือเกินจำเปนสำหรับการไช้จ่ายปรกติ ไม่ถือว่าเปนผู้ค้าเหรียนกสาปน์.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 109/2487

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองปรปักษ์ที่ดิน: จำเลยต้องพิสูจน์การซื้อขายหรือการได้รับโอนสิทธิ
ข้อเท็จจริงรับกันว่า บิดาโจทก์มีชื่อในโฉนดที่นาแต่จำเลยครอบครองนาแปลงนี้มา 10 ปีเศษแล้ว โจทก์คงเถียงว่า บิดาโจทก์มอบนาให้จำเลยทำต่างดอกเบี้ย ฝ่ายจำเลยว่าขายขาดให้จำเลยโดยทำหนังสือกันเอง และจำเลยได้ครอบครองปรปักษ์มาเช่นนี้จำเลยต้องนำสืบ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 109/2487 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองปรปักษ์ที่ดิน: จำเลยต้องพิสูจน์การซื้อขายขาดเพื่อหักล้างสิทธิในโฉนด
ข้อเท็ดจิงรับกันว่า บิดาโจทมีชื่อไนโฉนดที่นา แต่จำเลยครอบครองนาแปลงนี้มา 10 ปีเสสแล้ว โจทคงเถียงว่า บิดาโจทมอบมาไห้จำเลยทำต่างดอกเบี้ย ฝ่ายจำเลยว่าขายขาดไห้จำเลยโดยทำหนังสือกันเอง และจำเลยได้ครอบครองปรปักส์มา เช่นนี้จำเลยต้องนำสืบ.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 108/2487

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ไม้หวงห้ามก่อน พ.ร.ฎ. 2485: การเคลื่อนย้ายไม้ที่ได้รับคำสั่งก่อนมีกฎหมาย ไม่อาจถือเป็นความผิด
จำเลยได้รับคำสั่งของอำเภอให้นำไม้ซึ่งตัดไว้ก่อนพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ.2485 อันมีจำนวนไม่เกิน 200 ต้น มาขายให้แก่โรงเลื่อยของทางราชการติดต่อกันเรื่อยมาดังนี้ แม้จำเลยจะนำเคลื่อนที่ภายหลังเมื่อมีพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้ามแล้ว ก็ไม่มีความผิด
of 323