พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,225 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 28/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หลักฐานการกู้ยืมเงินภายหลังการกู้ยืม แม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือในตอนแรก ก็สามารถฟ้องร้องได้
ในเวลาที่กู้ยืมเงิน กัน คู่กรณีหาได้ทำหลักฐานแห่ง การกู้ยืนเป็นหนังสือไว้ไม่ แต่ในเวลาต่อมา ถ้าได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ต้องรับผิดเป็นสำคัญเกิดขึ้นแล้ว ผู้ให้กู้ยืมก็ย่อมฟ้องร้องให้บังคับคดีได้
(หลักฐานที่มีขึ้นในภายหลัง คือ หนังสือฉบับหนึ่งลงลายมือชื่อจำเลยที่ 1 มีข้อความแสดงว่าจำเลยที่ 1 จะชำระเงินให้แก่โจทก์ภายในเดือน 12 โทรเลขของจำเลยที่ 1 ขอผัดผ่อน การชำระหนี้ 2 ฉบับ และถ้อยคำของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นภรรยา ของจำเลยที่ 1 ซึ่งให้ไว้ต่อเจ้าพนักงานอำเภอว่า จำเลยทั้งสองได้กู้เงินมาจากโจทก์เงิน)
เอกสารหนังสือฉบับหนึ่งลงลายมือชื่อจำเลยไว้เป็นสำคัญ มีข้อความแสดงว่า จำเลยจำชำระเงินให้แก่โจทก์ภายในเดือน 12 โจทก์ย่อมนำสืบประกอบได้ว่าหนี้นั้นเป็นหนี้เกิดจากการกู้ยืน
(หลักฐานที่มีขึ้นในภายหลัง คือ หนังสือฉบับหนึ่งลงลายมือชื่อจำเลยที่ 1 มีข้อความแสดงว่าจำเลยที่ 1 จะชำระเงินให้แก่โจทก์ภายในเดือน 12 โทรเลขของจำเลยที่ 1 ขอผัดผ่อน การชำระหนี้ 2 ฉบับ และถ้อยคำของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นภรรยา ของจำเลยที่ 1 ซึ่งให้ไว้ต่อเจ้าพนักงานอำเภอว่า จำเลยทั้งสองได้กู้เงินมาจากโจทก์เงิน)
เอกสารหนังสือฉบับหนึ่งลงลายมือชื่อจำเลยไว้เป็นสำคัญ มีข้อความแสดงว่า จำเลยจำชำระเงินให้แก่โจทก์ภายในเดือน 12 โจทก์ย่อมนำสืบประกอบได้ว่าหนี้นั้นเป็นหนี้เกิดจากการกู้ยืน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
บำนาญตกทอดไม่ใช่ทรัพย์สินในมรดก ผู้จัดการมรดกไม่มีสิทธิเรียกร้อง
บำนาญตกทอดไม่ใช่ทรัพย์สินที่ผู้ตายมีอยู่ในขณะตาย จึงไม่เป็นมรดก ฉะนั้น การที่ผู้จัดการมรดกฟ้องศาลให้พิพากษาให้ตนมีสิทธิเรียกบำนาญตกทอดจัดการมรดกจึงปราศจากมูลตามกฎหมายที่จะอ้างอิง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4/2505
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
บำนาญตกทอดไม่ใช่ทรัพย์สินในมรดก สิทธิเกิดจากกฎหมายเฉพาะ ผู้จัดการมรดกไม่มีสิทธิเรียกร้อง
บำนาญตกทอดไม่ใช่ทรัพย์สินที่ผู้ตายมีอยู่ในขณะตายจึงไม่เป็นมรดก ฉะนั้นการที่ผู้จัดการมรดกฟ้องศาลให้พิพากษาให้ตนมีสิทธิเรียกบำนาญตกทอดมาจัดการมรดกจึงปราศจากมูลตามกฎหมายที่จะอ้างอิง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1568/2504
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความครอบครองปรปักษ์: ผลของการตกลงไม่สืบพยานหลักฐานเพิ่มเติม
คู่ความพิพาทกันเรื่องที่ดิน ศาลสืบพยานโจทก์เสร็จและสืบพยานจำเลยได้ 3 ปาก คู่ความท้าและรับกันว่า 1. โจทก์รับว่าที่พิพาทเป็นที่มือเปล่า 2. โจทก์รับว่าจำเลยเข้าแย่งการครอบครองที่พิพาทมา 2-3 ปีแล้ว จำเลยก็รับว่าโจทก์แย่งการครอบครองที่พิพาทมา 2-3 ปีแล้ว และ 3. โจทก์จำเลยขอให้ศาลวินิจฉัยข้อเดียวว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ทั้งสองฝ่ายไม่ติดในให้วินิจฉัยคำพยานที่นำสืบมาแล้ว ดังนี้ตามคำรับข้อ 1,2 ไม่อาจวินิจฉัยได้ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ และผลของคำท้าข้อ 3 ตกเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบว่าฟ้องของโจทก์ไม่ขาดอายุความ เมื่อโจทก์ตกลงกับจำเลยไม่ติดใจให้วินิจฉัยคำพยานที่นำสืบกันแล้ว ทั้งไม่สืบพยานกันต่อไป ก็เท่ากับโจทก์ไม่มีพยานนำสืบ โจทก์ต้องแพ้คดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1556/2504
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
มาตรา 22 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวง: เหตุยกฟ้องคดีไม่มีมูล
มาตรา 22 แห่ง พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯลฯ หมายถึงการที่ศาลพิพากษายกฟ้อง เพราะคดีไม่มีมูลด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1556/2504 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยกฟ้องคดีอาญาในชั้นไต่สวนมูลฟ้องและการวินิจฉัยข้อเท็จจริง ไม่ใช่ข้อกฎหมาย
มาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ หมายถึงการที่ศาลพิพากษายกฟ้องเพราะคดีไม่มีมูลด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1363/2504 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าภาคหลวงป่าไม้: อำนาจรัฐในการออกกฎหมายกำหนดอัตราเหนือกว่าข้อตกลงในสัมปทาน
เงินตามอัตราที่เรียกเก็บตามสัมปทานนั้น คือ ภาษีส่วยสาอากรซึ่งผู้รับสัมปทานจะต้องเสียให้แก่รัฐเพื่อตอบแทนการให้อนุญาตตามสัมปทาน
การเรียกเก็บค่าภาคหลวง แม้แต่เดิมมาจะใช้วิธีกำหนดให้ผู้รับสัมปทานสัญญาไว้ในสัมปทานก็ดี แต่เมื่อมีพระราชบัญญัติป่าไม้ใช้บังคับแล้ว ก็เปลี่ยนมาเป็นการเรียกเก็บโดยอำนาจกฎหมายโดยตรง ฉะนั้น เมื่อมีกฎหมายให้เรียกเก็บในอัตราใดอย่างใดแล้ว ก็จะต้องเป็นไปตามกฎหมายนั้น
ค่าภาคหลวงนั้น เมื่อกฎหมายให้อำนาจรัฐมนตรีกำหนดเป็นท้องที่ได้แล้ว รัฐมนตรีจะกำหนดในคราวเดียวกันให้ใช้อัตรานั้นทั่วทุกท้องที่ในราชอาณาจักรก็ย่อมทำได้ไม่เป็นการเกินอำนาจแต่อย่างใด
(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 33/2504)
การเรียกเก็บค่าภาคหลวง แม้แต่เดิมมาจะใช้วิธีกำหนดให้ผู้รับสัมปทานสัญญาไว้ในสัมปทานก็ดี แต่เมื่อมีพระราชบัญญัติป่าไม้ใช้บังคับแล้ว ก็เปลี่ยนมาเป็นการเรียกเก็บโดยอำนาจกฎหมายโดยตรง ฉะนั้น เมื่อมีกฎหมายให้เรียกเก็บในอัตราใดอย่างใดแล้ว ก็จะต้องเป็นไปตามกฎหมายนั้น
ค่าภาคหลวงนั้น เมื่อกฎหมายให้อำนาจรัฐมนตรีกำหนดเป็นท้องที่ได้แล้ว รัฐมนตรีจะกำหนดในคราวเดียวกันให้ใช้อัตรานั้นทั่วทุกท้องที่ในราชอาณาจักรก็ย่อมทำได้ไม่เป็นการเกินอำนาจแต่อย่างใด
(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 33/2504)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1363/2504
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อัตราค่าภาคหลวงตามสัมปทานและกฎหมาย: อำนาจรัฐมนตรีในการกำหนดอัตราทั่วราชอาณาจักร
เงินตามอัตราที่เรียกเก็บตามสัมปทานนั้น คือภาษีส่วยสาอากรซึ่งผู้รับสัมปทานจะต้องเสียแก่รัฐเพื่อตอบแทนการให้อนุญาต
การเรียกเก็บค่าภาคหลวง แม้แต่เดิมมาจะใช้วิธีกำหนดให้ผู้รับสัมปทานสัญญาไว้ในสัมปทานก็ดี แต่เมื่อมีพระราชบัญญัติป่าไม้ออกใช้บังคับแล้วก็เปลี่ยนมาเป็นการเรียกเก็บโดยอำนาจกฎหมายโดยตรง ฉะนั้น เมื่อมีกฎหมายให้เรียกเก็บในอัตราใดอย่างใดแล้ว ก็จะต้องเป็นไปตามกฎหมายนั้น
ค่าภาคหลวงนั้น เมื่อกฎหมายให้อำนาจรัฐมนตรีกำหนดเป็นท้องที่ได้แล้ว รัฐมนตรีจะกำหนดในคราวเดียวกัน ให้ใช้อัตรานั้นทั่วทุกท้องที่ในราชอาณาจักรก็ย่อมทำได้ ไม่เป็นการเกินอำนาจแต่อย่างใด
การเรียกเก็บค่าภาคหลวง แม้แต่เดิมมาจะใช้วิธีกำหนดให้ผู้รับสัมปทานสัญญาไว้ในสัมปทานก็ดี แต่เมื่อมีพระราชบัญญัติป่าไม้ออกใช้บังคับแล้วก็เปลี่ยนมาเป็นการเรียกเก็บโดยอำนาจกฎหมายโดยตรง ฉะนั้น เมื่อมีกฎหมายให้เรียกเก็บในอัตราใดอย่างใดแล้ว ก็จะต้องเป็นไปตามกฎหมายนั้น
ค่าภาคหลวงนั้น เมื่อกฎหมายให้อำนาจรัฐมนตรีกำหนดเป็นท้องที่ได้แล้ว รัฐมนตรีจะกำหนดในคราวเดียวกัน ให้ใช้อัตรานั้นทั่วทุกท้องที่ในราชอาณาจักรก็ย่อมทำได้ ไม่เป็นการเกินอำนาจแต่อย่างใด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1353/2504
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การโอนทรัพย์สินมีผู้เช่า: ไม่เป็นการโอนหนี้ตาม ม.306 แต่เป็นไปตาม ม.569 ผู้รับโอนไม่ต้องแจ้งผู้เช่า
การโอนทรัพย์สินที่มีคนเช่าไปยังบุคคลอื่นนั้น ไม่ใช่เป็นการโอนหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งฯ มาตรา 306 หากเป็นกรณีที่ต้องบังคับตามมาตรา 569 ซึ่งผู้รับโอนย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ ผู้รับโอนจึงไม่จำต้องแจ้งให้ผู้เช่าทราบการโอนเป็นหนังสือตามมาตรา 306
หากข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นหยิบยกขึ้นวินิจฉัยผิดพลาดเป็นเหตุให้ฟังข้อเท็จจริงผิดไป ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจฟังข้อเท็จจริงใหม่แทนข้อเท็จจริงของศาลชั้นต้นแล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีไปตามนั้นได้
หากข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นหยิบยกขึ้นวินิจฉัยผิดพลาดเป็นเหตุให้ฟังข้อเท็จจริงผิดไป ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจฟังข้อเท็จจริงใหม่แทนข้อเท็จจริงของศาลชั้นต้นแล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีไปตามนั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1353/2504 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การโอนทรัพย์สินที่มีผู้เช่า การโอนสิทธิและหน้าที่ไม่ต้องแจ้งผู้เช่า
การโอนทรัพย์สินที่มีคนเช่าไปยังบุคคลอื่นนั้น ไม่ใช่เป็นการโอนหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306 หากเป็นกรณีที่ต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 569 ซึ่งผู้รับโอนย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ ผู้รับโอนจึงไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้เช่าทราบการโอนเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 306
(นัยฎีกา 516 ถึง 520/2498)
หากข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นหยิบยกขึ้นวินิจฉัยนั้นผิดพลาด เป็นเหตุให้ฟังข้อเท็จจริงผิด ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจฟังข้อเท็จจริงใหม่แทนข้อเท็จจริงของศาลชั้นต้นแล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีไปตามนั้นได้
(นัยฎีกา 516 ถึง 520/2498)
หากข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นหยิบยกขึ้นวินิจฉัยนั้นผิดพลาด เป็นเหตุให้ฟังข้อเท็จจริงผิด ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจฟังข้อเท็จจริงใหม่แทนข้อเท็จจริงของศาลชั้นต้นแล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีไปตามนั้นได้