คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.อ. ม. 80

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,460 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3371/2516 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฎีกาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากไม่เคยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ทำให้ข้อเท็จจริงนั้นไม่ได้ยกขึ้นว่ากันในศาลอุทธรณ์
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 มิได้อุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ดังนี้ จำเลยที่ 2 จะฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หาได้ไม่ เพราะเมื่อศาลไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 แล้วก็ต้องถือว่าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความผิดของจำเลยที่ 2 ที่จำเลยที่ 2ฎีกานั้น ไม่ใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3244/2516 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานพยายามฆ่าจากการขว้างระเบิดขวด ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ระเบิดขวดเป็นอาวุธที่มีดินระเบิดบรรจุอยู่ในขวดเมื่อขว้างไปกระทบกับของแข็งขวดแตกระเบิดเป็นชิ้นๆ แหลมคมกระจายไป เมื่อถูกร่างกายย่อมทำให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายถึงบาดเจ็บจำเลยขว้างระเบิดขวด ผู้เสียหายคนหนึ่งถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณใบหน้าและโหนกแก้ม บาดแผลมีลักษณะเพียงถลอก ไม่ปรากฏว่าสะเก็ดระเบิดถูกโดยตรงหรือเฉี่ยวไป แต่ผู้เสียหายอีกคนหนึ่งมีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดยาวประมาณ 5 เซนติเมตร ที่เอว เห็นได้ว่าระเบิดขวดนี้มีความร้ายแรงมากหากสะเก็ดระเบิดนั้นถูกอวัยวะสำคัญอาจทำให้ถึงแก่ความตายได้จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย ไม่ใช่เพียงทำร้ายร่างกาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3244/2516

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาพยายามฆ่าจากการขว้างระเบิดขวด: ศาลฎีกาวินิจฉัยความร้ายแรงของอาวุธและความเสียหายที่เกิดขึ้น
ระเบิดขวดเป็นอาวุธที่มีดินระเบิดบรรจุอยู่ในขวด เมื่อขว้างไปกระทบกับของแข็งขวดแตกระเบิดเป็นชิ้นๆ แหลมคมกระจายไป เมื่อถูกร่างกายย่อมทำให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายถึงบาดเจ็บ จำเลยขว้างระเบิดขวด ผู้เสียหายคนหนึ่งถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณใบหน้าและโหนกแก้ม บาดแผลมีลักษณะเพียงถลอก ไม่ปรากฏว่าสะเก็ดระเบิดถูกโดยตรงหรือเฉี่ยวไป แต่ผู้เสียหายอีกคนหนึ่งมีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดยาวประมาณ 5 เซนติเมตร ที่เอว เห็นได้ว่าระเบิดขวดนี้มีความร้ายแรงมาก หากสะเก็ดระเบิดนั้นถูกอวัยวะสำคัญอาจทำให้ถึงแก่ความตายได้ จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย ไม่ใช่เพียงทำร้ายร่างกาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3025/2516 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาฆ่าจากพฤติการณ์ยิงปืนใส่รถยนต์ แม้ไม่ถูกตัวผู้เสียหาย
จำเลยกับพวกใช้ปืนยิงไปทางรถยนต์ที่ผู้เสียหาย 4 คน นั่งอยู่ 3 นัดในขณะที่รถแล่นห่างไปได้ประมาณ10 วา กระสุนปืนถูกกะบะไม้ท้ายรถแตกเป็นรอย 5-6 แห่ง จำเลยจะโต้เถียงว่าจำเลยไม่มีเจตนายิงผู้เสียหายเนื่องจากรถแล่นไปไกลแล้วพ้นระยะอันตรายจากกระสุนปืนแล้วยากที่จะเลือกยิงคนหนึ่งคนใด นั้น หาได้ไม่ เพราะแรงระเบิดของกระสุนปืนยังทำให้กะบะไม้ท้ายรถแตกเป็นรอย 5-6 แห่ง จำเลยย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำได้ว่ากระสุนปืนอาจถูกผู้เสียหายถึงตายได้ ถือว่าจำเลยกระทำโดยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3025/2516

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาฆ่าจากการยิงปืนใส่รถยนต์ แม้ไม่ถูกตัวผู้เสียหาย ศาลฎีกาพิพากษาความผิดฐานพยายามฆ่า
จำเลยกับพวกใช้ปืนยิงไปทางรถยนต์ที่ผู้เสียหาย 4 คนนั่งอยู่ 3 นัด ในขณะที่รถแล่นห่างไปได้ประมาณ10 วา กระสุนปืนถูกกะบะไม้ท้ายรถแตกเป็นรอย 5-6 แห่ง จำเลยจะโต้เถียงว่าจำเลยไม่มีเจตนายิงผู้เสียหายเนื่องจากรถแล่นไปไกลแล้วพ้นระยะอันตรายจากกระสุนปืนแล้ว ยากที่จะเลือกยิงคนหนึ่งคนใด นั้น หาได้ไม่ เพราะแรงระเบิดของกระสุนปืนยังทำให้กะบะไม้ท้ายรถแตกเป็นรอย 5-6 แห่ง จำเลยย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำได้ว่ากระสุนปืนอาจถูกผู้เสียหายถึงตายได้ ถือว่าจำเลยกระทำโดยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2808/2516

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การริบของกลางต้องมีคำขอในฟ้อง หากไม่มีศาลสั่งริบไม่ได้ แม้จำเลยรับสารภาพ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้ปืนยิงพยายามฆ่าผู้เสียหายเจ้าพนักงานจับจำเลยได้ และได้ปืนลูกกระสุนปืน และปลอกกระสุนปืนที่จำเลยใช้ในการกระทำผิดเป็นของกลางขอให้ลงโทษ โดยมิได้ขอให้ริบของกลางด้วยเมื่อศาลพิพากษาลงโทษจำเลย แม้จำเลยจะได้เบิกความรับว่าปืนของกลางเป็นปืนที่ไม่มีเครื่องหมายทะเบียนและจำเลยมีไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตศาลก็สั่งริบของกลางไม่ได้ เพราะตามคำฟ้องไม่มีคำขอให้ริบของกลาง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2501/2516

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเปลี่ยนแปลงขั้นของการกระทำผิดจากพยายามลักทรัพย์เป็นลักทรัพย์สำเร็จ และผลกระทบต่อการรับฎีกา
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยกระทำการลักทรัพย์ยังไม่บรรลุผลเป็นเพียงขั้นพยายามลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1)(7),80ให้จำคุกจำเลย 2 ปี 8 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสำเร็จแล้วไม่ใช่พยายามกระทำผิด แต่คงให้จำคุกเท่าเดิม การที่ศาลอุทธรณ์เพียงแต่พิพากษาแก้ในปัญหาเรื่องขั้นของการกระทำผิดว่ายังอยู่ในขั้นพยายามหรือว่าเป็นความผิดสำเร็จแล้วโดยไม่ได้แก้โทษเช่นนี้ เป็นการแก้ไขเล็กน้อย จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 218

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2283/2516

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานกรรโชกต้องมีการข่มขืนใจด้วยกำลังหรือขู่เข็ญ การเจรจาต่อรองเงินเพื่อไม่ให้แจ้งความไม่ถือเป็นกรรโชก
จำเลยที่ 1 ใช้อุบายอ้างตนเป็นตำรวจร่วมกับจำเลยที่ 2 ซึ่งแสดงตนว่าเป็นตำรวจ โดยจำเลยที่ 1 แกล้งจับ ป. ใส่กุญแจมือและจะจับผู้เสียหายหาว่าค้าฝิ่นเถื่อน แต่เมื่อผู้เสียหายถอยหลังออกไปไม่ยอมให้จับข้อมือ จำเลยที่ 1 ก็พูดว่า 'เอาอย่างนี้ก็แล้วกันลุง ลุงเอาเงินให้ฉันพันหนึ่ง แล้วลุงขายฝิ่นต่อไปก็แล้วกัน' โดยจำเลยที่ 1 หรือที่ 2 มิได้ข่มขืนใจด้วยการใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญจะทำอันตรายต่อชีวิต เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้เสียหาย หรือของบุคคลที่สามอย่างไรต่อไปผู้เสียหายเรียกบุตรชายซึ่งเดินมาจะเข้าบ้าน จำเลยทั้งสองและป. ก็เดินออกไป เช่นนี้ การกระทำของจำเลยทั้งสองยังไม่เข้าลักษณะเป็นความผิดฐานกรรโชก จึงไม่เป็นพยายามกรรโชก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2283/2516 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแอบอ้างเป็นตำรวจข่มขู่เรียกเงิน ไม่เข้าข่ายกรรโชกเนื่องจากไม่มีการข่มขืนใจด้วยกำลังหรือขู่เข็ญ
จำเลยที่ 1 ใช้อุบายอ้างตนเป็นตำรวจร่วมกับจำเลยที่ 2ซึ่งแสดงตนว่าเป็นตำรวจ โดยจำเลยที่ 1 แกล้งจับ ป. ใส่กุญแจมือและจะจับผู้เสียหายหาว่าค้าฝิ่นเถื่อน แต่เมื่อผู้เสียหายถอยหลังออกไปไม่ยอมให้จับข้อมือ จำเลยที่ 1 ก็พูดว่า 'เอาอย่างนี้ก็แล้วกันลุง ลุงเอาเงินให้ฉันพันหนึ่ง แล้วลุงขายฝิ่นต่อไปก็แล้วกัน' โดยจำเลยที่ 1 หรือที่ 2 มิได้ข่มขืนใจด้วยการใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญจะทำอันตรายต่อชีวิต เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้เสียหาย หรือของบุคคลที่สาม อย่างไรต่อไปผู้เสียหายเรียกบุตรชายซึ่งเดินมาจะเข้าบ้าน จำเลยทั้งสองและป.ก็เดินออกไป เช่นนี้ การกระทำของจำเลยทั้งสองยังไม่เข้าลักษณะเป็นความผิดฐานกรรโชก จึงไม่เป็นพยายามกรรโชก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2025/2516 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขู่เข็ญเพื่อเรียกทรัพย์สิน แม้ผู้เสียหายปฏิเสธ ก็ถือเป็นความพยายามกรรโชก
จำเลยที่ 1 กับ ส. เข้าไปในร้านของผู้เสียหาย ส. พูดกับผู้เสียหายว่าขอเงิน 100 บาท จะเอาไปซ่อมปืน ผู้เสียหายตอบว่าไม่มี ส. พูดว่าให้คิดให้ดี ๆ ชีวิตผู้เสียหายสำคัญกว่า พวกของ ส. มีมาก และชี้ให้ดูพวกที่ยืนอยู่ที่ถนนนอกร้านประมาณ 20 คน พอดีมีคนเข้ามาในร้าน ผู้เสียหายจึงถือโอกาสหลบหนีไป ต่อมาอีก 2 วัน จำเลยที่ 1ถือจดหมายของ ส. มาอ่านให้ผู้เสียหายฟังว่าต้องการเงิน 500 บาทผู้เสียหายบอกว่าไม่มีเงิน จำเลยที่ 1 ว่า เย็นนี้รู้กัน หลังจากนั้นจำเลยที่ 1 ไปที่ร้านผู้เสียหายอีกและถูกตำรวจจับได้ การที่ผู้เสียหายตอบจำเลยที่ 1 ว่าไม่มีเงิน ย่อมเห็นได้ชัดว่าเป็นคำตอบปฏิเสธว่าไม่ยอมให้เงินหรือยอมรับว่าจะให้เงินแก่จำเลยที่ 1 กับพวกตามที่จำเลยที่ 1 กับพวกขู่เข็ญข่มขืนใจ การกระทำของจำเลยที่ 1 อยู่ในขั้นพยายามกระทำความผิดฐานกรรโชก
of 146