พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,460 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2724/2526
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแทงด้วยอาวุธร้ายแรงที่คอ ถือเป็นความพยายามฆ่า แม้ผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตาย
จำเลยใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงผู้เสียหาย 1 ที ถูกที่บริเวณคอด้านหน้าต่ำกว่าลูกกระเดือกเล็กน้อย ลึกเข้าภายในถึงหลอดลมเลือดออกมากผู้เสียหายมีอาการใกล้ช็อกบาดแผลรักษาทุเลาภายในเวลาประมาณ 25 วัน ขณะเกิดเหตุมีแสงไฟส่องสว่างไปทั่วบริเวณ จำเลยแทงผู้เสียหายโดยมิได้มีการวิวาทต่อสู้กัน แสดงว่าจำเลยตั้งใจแทงตรงคอซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญ การที่จำเลยใช้เหล็กขูดชาฟท์ที่มีคมถึงสามคมซึ่งถือว่าเป็นอาวุธร้ายแรงแทงผู้เสียหายโดยเลือกแทงตรงอวัยวะสำคัญเช่นนี้ ย่อมอยู่ในวิสัยที่จำเลยอาจเล็งเห็นผลของการกระทำของจำเลยว่าอาจทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้เมื่อผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตายเนื่องจากแพทย์ได้ทำการเยียวยารักษาไว้ทัน จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2604/2526
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพกพาอาวุธปืนและเจตนาพยายามฆ่า: การกระทำยังไม่ถึงขั้นลงมือ
จำเลยไม่พอใจหาว่าผู้เสียหายเป็นกรรมการตัดสินการแข่งขันฟุตบอลไม่ยุติธรรม จึงกลับไปบ้านนำเอาอาวุธปืนสั้นมีกระสุนบรรจุอยู่แล้วขับรถจักรยานยนต์เข้าไปจอดในสนามฟุตบอลห่างผู้เสียหายประมาณสามเมตร จำเลยหยิบปืนจากใต้เบาะรถจักรยานยนต์เดินเข้าไปหาผู้เสียหายอาวุธปืนยังอยู่ในซองปืน แม้จำเลยถืออาวุธปืนโดยปากกระบอกปืนชี้มาทางผู้เสียหาย แต่ก็ไม่ได้จ้องปืนมาทางผู้เสียหาย ผู้เสียหายเข้าแย่งอาวุธปืนเสียก่อน การกระทำของจำเลยยังไม่ถึงขั้นลงมือกระทำความผิด จำเลยไม่มีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2426/2526
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตายและพยายามฆ่า แม้ไม่ได้ลงมือแทงเองก็เป็นตัวการ
การที่จำเลยทั้งสองร่วมกับพวกพากันไปทำร้ายพนักงานขับรถขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพที่มีเรื่องกับพวกของจำเลย เมื่อพบผู้ตายและผู้เสียหายซึ่งแต่งเครื่องแบบพนักงานองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพก็ร่วมกันเข้าทำร้ายทันทีแม้จำเลยทั้งสองจะไม่ได้แทงผู้ตายและผู้เสียหาย ก็ถือ ว่าจำเลยทั้งสองเป็นตัวการในการแทงทำร้ายด้วยเพราะจำเลยทั้งสองกับพวกมีเจตนาร่วมกันมาแต่แรก ไม่ใช่กรณีต่างคนต่างทำร้ายโดยไม่ได้นัดหมายกันมาก่อน
ผู้ตายถูกแทงมีบาดแผลที่บริเวณสีข้างซ้ายทะลุเข้าช่องท้องถูกลำไส้เล็ก ม้ามและกระเพาะอาหารทะลุ มีโลหิตตกในช่องท้อง ถึงแก่ความตายเกือบจะทันทีทันใด ส่วนผู้เสียหายศีรษะด้านขวาแตกยาว 3 เซนติเมตร หน้าอกแถบขวาและซ้ายระดับราวนมมีแผลยาว 1 เซนติเมตรลึกเข้าภายในมีโลหิตออกในช่องปอด แสดงว่าจำเลยกับพวกตีและแทงผู้ตายและผู้เสียหายที่อวัยวะสำคัญ แพทย์ผู้ชันสูตรบาดแผลเบิกความว่าถ้าผู้ถูกทำร้ายปอดแฟบหรือโลหิตออกมากก็อาจทำให้ตายได้ ซึ่งจำเลยกับพวกย่อมสามารถเล็งเห็นผลในการกระทำของตน จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานฆ่าผู้ตายและพยายามฆ่าผู้เสียหาย
ผู้ตายถูกแทงมีบาดแผลที่บริเวณสีข้างซ้ายทะลุเข้าช่องท้องถูกลำไส้เล็ก ม้ามและกระเพาะอาหารทะลุ มีโลหิตตกในช่องท้อง ถึงแก่ความตายเกือบจะทันทีทันใด ส่วนผู้เสียหายศีรษะด้านขวาแตกยาว 3 เซนติเมตร หน้าอกแถบขวาและซ้ายระดับราวนมมีแผลยาว 1 เซนติเมตรลึกเข้าภายในมีโลหิตออกในช่องปอด แสดงว่าจำเลยกับพวกตีและแทงผู้ตายและผู้เสียหายที่อวัยวะสำคัญ แพทย์ผู้ชันสูตรบาดแผลเบิกความว่าถ้าผู้ถูกทำร้ายปอดแฟบหรือโลหิตออกมากก็อาจทำให้ตายได้ ซึ่งจำเลยกับพวกย่อมสามารถเล็งเห็นผลในการกระทำของตน จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานฆ่าผู้ตายและพยายามฆ่าผู้เสียหาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2426/2526 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความร่วมมือทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตายและพยายามฆ่า ถือเป็นตัวการร่วมกัน
การที่จำเลยทั้งสองร่วมกับพวกพากันไปทำร้ายพนักงานขับรถขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพที่มีเรื่องกับพวกของจำเลย เมื่อพบผู้ตายและผู้เสียหายซึ่งแต่งเครื่องแบบพนักงานองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพก็ร่วมกันเข้าทำร้ายทันที แม้จำเลยทั้งสองจะไม่ได้แทงผู้ตายและผู้เสียหาย ก็ถือว่าจำเลยทั้งสองเป็นตัวการในการแทงทำร้ายด้วยเพราะจำเลยทั้งสองกับพวกมีเจตนาร่วมกันมาแต่แรก ไม่ใช่กรณีต่างคนต่างทำร้ายโดยไม่ได้นัดหมายกันมาก่อน
ผู้ตายถูกแทงมีบาดแผลที่บริเวณสีข้างซ้ายทะลุเข้าช่องท้องถูกลำไส้เล็ก ม้ามและกระเพาะอาหารทะลุ มีโลหิตตกในช่องท้องถึงแก่ความตายเกือบจะทันทีทันใด ส่วนผู้เสียหายศีรษะด้านขวาแตกยาว 3 เซนติเมตร หน้าอกแถบขวาและซ้ายระดับราวนมมีแผลยาว 1 เซนติเมตรลึกเข้าภายใน มีโลหิตออกในช่องปอด แสดงว่าจำเลยกับพวกตีและแทงผู้ตายและผู้เสียหายที่อวัยวะสำคัญ แพทย์ผู้ชันสูตรบาดแผลเบิกความว่าถ้าผู้ถูกทำร้ายปอดแฟบหรือโลหิตออกมากก็อาจทำให้ตายได้ ซึ่งจำเลยกับพวกย่อมสามารถเล็งเห็นผลในการกระทำของตน จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานฆ่าผู้ตายและพยายามฆ่าผู้เสียหาย
ผู้ตายถูกแทงมีบาดแผลที่บริเวณสีข้างซ้ายทะลุเข้าช่องท้องถูกลำไส้เล็ก ม้ามและกระเพาะอาหารทะลุ มีโลหิตตกในช่องท้องถึงแก่ความตายเกือบจะทันทีทันใด ส่วนผู้เสียหายศีรษะด้านขวาแตกยาว 3 เซนติเมตร หน้าอกแถบขวาและซ้ายระดับราวนมมีแผลยาว 1 เซนติเมตรลึกเข้าภายใน มีโลหิตออกในช่องปอด แสดงว่าจำเลยกับพวกตีและแทงผู้ตายและผู้เสียหายที่อวัยวะสำคัญ แพทย์ผู้ชันสูตรบาดแผลเบิกความว่าถ้าผู้ถูกทำร้ายปอดแฟบหรือโลหิตออกมากก็อาจทำให้ตายได้ ซึ่งจำเลยกับพวกย่อมสามารถเล็งเห็นผลในการกระทำของตน จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานฆ่าผู้ตายและพยายามฆ่าผู้เสียหาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2320/2526
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาฆ่าจากพฤติการณ์ทำร้าย: ศาลยืนตามคำพิพากษาเดิมว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย
จำเลยเพิ่งรู้จักหญิงผู้เสียหายได้ 1 วัน วันรุ่งขึ้นก็ชวนผู้เสียหายไปที่ห้องทำงานของจำเลย แล้วใช้เน็คไทรัดคอ ชกต่อย ใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงผู้เสียหายที่ใกล้ลิ้นปี่ลึกถึงเยื่อหุ้มหัวใจ ดังนี้ จำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2184/2526
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาฆ่าหรือไม่: ทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีด ความรุนแรงของบาดแผลและพฤติการณ์เป็นปัจจัยสำคัญ
ผู้เสียหายกับจำเลยเป็นเพื่อนบ้านที่สนิทสนมกัน สาเหตุเกิดเพราะผู้เสียหายห้ามไม่ให้จำเลยยุ่งเกี่ยวกับหลานสาวที่ริมคลอง เมื่อเดินกลับมาบ้าน จำเลยเข้ารัดคอผู้เสียหายและใช้เหล็กขูดชาฟท์เฉพาะตัวเหล็กยาว 3 นิ้วเศษแทงที่ช่องกระดูกหน้าอกและช่องซี่โครงบาดแผลยาวแห่งละ 0.5 เซนติเมตร ลึกครึ่งเซนติเมตร ไม่มีเลือดหรือลมในช่องปอดรักษาที่ โรงพยาบาล 2 วันก็กลับบ้านไปโรงเรียนได้ตามปกติ และรวมเวลารักษาตัวเพียง 7 วัน ดังนี้ ตามพฤติการณ์และบาดแผลยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่า คงมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายเท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1791/2526
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมเดียวผิดหลายบท: ยาเสพติดครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามส่งออกนอกราชอาณาจักร
จำเลยมีไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามส่งออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายซึ่งเฮโรอีนของกลางอันเป็น เฮโรอีนจำนวนเดียวกัน แม้จำเลยจะมีเฮโรอีนของกลางไว้เพื่อจำหน่าย แต่การกระทำของจำเลยมีเจตนาประสงค์ต่อผลประการเดียวที่จะนำเฮโรอีนของกลางออกนอกราชอาณาจักรถึงโจทก์จะบรรยายฟ้องแยกการกระทำของจำเลยเป็นสองตอนก็ถือได้ว่าเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมาย หลายบท ลงโทษบทหนัก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1791/2526 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมเดียวผิดหลายบท กรณีครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่ายและพยายามส่งออกนอกราชอาณาจักร
จำเลยมีไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามส่งออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายซึ่งเฮโรอีนของกลางอันเป็นเฮโรอีนจำนวนเดียวกัน แม้จำเลยจะมีเฮโรอีนของกลางไว้เพื่อจำหน่าย แต่การกระทำของจำเลยมีเจตนาประสงค์ต่อผลประการเดียวที่จะนำเฮโรอีนของกลางออกนอกราชอาณาจักร ถึงโจทก์จะบรรยายฟ้องแยกการกระทำของจำเลยเป็นสองตอน ก็ถือได้ว่าเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษบทหนัก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1691/2526
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดพยายามส่งออกเฮโรอีน แม้มีเจตนาเสพเองก็เป็นความผิดตามกฎหมายยาเสพติด
หลังจากผ่านการตรวจค้นหาวัตถุระเบิดและอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำท่าอากาศยานกรุงเทพ อันเป็นการตรวจขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่จะขึ้นเครื่องบิน เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจค้นพบเฮโรอีนของกลางบรรจุถุงพลาสติก 1 ถุง ซ่อนอยู่ในรองเท้าของจำเลย ส่อเจตนาที่จะนำของกลางออกนอกราชอาณาจักร จำเลยลงมือกระทำความผิดแล้วแต่กระทำไปไม่ตลอดจึงมีความผิดฐานพยายามส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งเฮโรอีน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1559/2526 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำผิดหลายกรรมต่างวาระ ฐานฆ่าและพยายามฆ่า จำเลยต้องรับโทษทุกกรรมตามกฎหมาย
ขณะที่ ส. กับน้องชายจำเลยกำลังทะเลาะวิวาทและต่างคนต่างใช้เท้าเตะถีบกันอยู่นั้น จำเลยได้ใช้ปืนยิง ส. หนึ่งนัด กระสุนปืนถูก ส. ล้มลง จากนั้นจำเลยถือปืนวิ่งไปหา พ. ซึ่งยืนดูอยู่ห่างออกไปประมาณ 1 วาเศษ แล้วใช้อาวุธปืนตบตีศีรษะ พ. หนึ่งครั้งและยิงที่บริเวณศีรษะอีกหนึ่งนัด พ. ล้มลง จำเลยวิ่งกลับไปยิง ส. อีก 2-3 นัด โจทก์ร่วมซึ่งเป็นมารดาของ พ. และเป็นแม่ยายของ ส. เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงได้วิ่งหนีไปจากที่เกิดเหตุ จำเลยวิ่งตามและใช้ปืนยิงโจทก์ร่วมหนึ่งนัด แต่กระสุนไม่ถูก เมื่อโจทก์ร่วมล้มลงจำเลยวิ่งไล่ไปทันและได้ใช้อาวุธปืนตีทำร้ายที่ศีรษะโจทก์ร่วมจนเป็นอันตรายแก่กายถึงบาดเจ็บ ส่วน ส. และพ. ได้ถึงแก่ความตายในเวลาต่อมาเพราะบาดแผลที่จำเลยยิง การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระกัน กรณีต้องด้วยมาตรา 91 แห่งประมวลกฎหมายอาญา