พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,184 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 113/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขนย้ายข้าวผ่านเขตควบคุม: ไม่ถือเป็นการขนย้ายออกจากเขตตาม พรบ.ควบคุมข้าว
พระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าว 2489 มาตรา 10 ห้ามมิให้ขนย้ายข้าวออกจากเขต ซึ่งคณะกรรมการประกาศกำหนด มิได้ห้ามการขนผ่านเขต (อ้างฎีกาที่ 1220/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 101/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแจ้งเท็จเพื่อรับมรดก: จำเลยต้องรู้ว่าโจทก์เป็นบุตรผู้ตายจึงมีผิด
ในคดีที่โจทก์อ้างว่าเป็นบุตรผู้ตาย หาว่าจำเลยแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดินในการขอรับมรดกที่ดินโดยกล่าวว่าผู้ตายไม่มีบุตรไม่มีเมียนั้น เมื่อคดีไม่มีเหตุพอจะฟังว่าจำเลยได้รู้ว่าโจทก์เป็นบุตรผู้ตายก็ถือไม่ได้ว่า จำเลยจงใจแจ้งเท็จ จำเลยย่อมไม่มีผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 101/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแจ้งความเท็จเรื่องมรดก: จำเลยต้องรู้ว่าโจทก์เป็นบุตรผู้ตาย จึงถือว่าจงใจแจ้งเท็จได้
ในคดีที่โจทก์อ้างว่าเป็นบุตรผู้ตาย หาว่าจำเลยแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดินในการขอรับมฤดกที่ดินโดยกล่าวว่าผู้ตายไม่มีบุตร ไม่มีเมียนั้น เมื่อคดีไม่มีเหตุพอจะฟังว่าจำเลยได้รู้ว่าโจทก์เป็นบุตรผู้ตาย ก็ถือไม่ได้ว่า จำเลยจงใจแจ้งเท็จ จำเลยย่อมไม่มีผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 99/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กำนันและราษฎรเรียกรับเงินจากผู้ต้องหาเพื่อปล่อยตัว เป็นความผิดเจ้าพนักงานทุจริต
จำเลยที่ 1 เป็นกำนัน จำเลยที่ 2 เป็นราษฎร ได้ไปจับกุมนายรัตน์ นายมิ่ง หาว่าเป็นคนร้ายใช้สากกระเดื่องขว้างปานายเหนาะน้องชายจำเลยที่ 2 มีบาดเจ็บแล้วคุมตัวนายรัตน นายมิ่งมาที่บ้านจำเลยที่ 1 จำเลยได้เรียกเอาเงินจากนายรัตน นายมิ่งคนละ 150 บาท และว่าถ้าให้เงินจะเลิกคดีปล่อยตัวไป นายรัตน นายมิ่งขอให้เงินเพียงคนละ 100 บาท จำเลยที่ 1 ก็ยอม พวกของนายรัตน นายมิ่งได้นำเงินมาให้แก่จำเลยที่ 1 ๆ รับเงินแล้วพูดว่าเลิกได้ แล้วนายรัตน, นายมิ่งก็พากันกลับบ้าน การกระทำดังนี้ย่อมเป็นความผิดฐานเจ้าพนักงานกระทำการทุจจริตในหน้าที่ ส่วนการที่จำเลยขู่ว่า ถ้าไม่หาเงินมาให้นั้นจะส่งไปให้พวกบ้านหนองนาแซงฆ่าเสียนั้น ถ้าเป็นความจริงกลับจะทำให้ความผิดของจำเลยมีโทษหนักขึ้น หาใช่จะทำให้ความผิดของจำเลยสูญหายไปหมดมิได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 99/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าพนักงานเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการปล่อยตัวผู้ต้องหา เป็นความผิดฐานเจ้าพนักงานกระทำทุจริตในหน้าที่
จำเลยที่ 1 เป็นกำนัน จำเลยที่ 2 เป็นราษฎร ได้ไปจับกุมนายรัตน์ นายมิ่งหาว่าเป็นคนร้ายใช้สากกระเดื่องขว้างปานายเหนาะน้องชายจำเลยที่ 2 มีบาดเจ็บ แล้วคุมตัวนายรัตน์นายมิ่งมาที่บ้านจำเลยที่ 1 จำเลยได้เรียกเอาจากนายรัตน์นายมิ่งคนละ 150 บาท และว่าถ้าให้เงินจะเลิกคดีปล่อยตัวไปนายรัตน์นายมิ่งขอให้เงินเพียงคนละ 100 บาท จำเลยที่ 1 ก็ยอม พวกของนายรัตน์นายมิ่งได้นำเงินมาให้แก่จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 รับเงินแล้วพูดว่าเลิกได้ แล้วนายรัตน์นายมิ่งก็พากันกลับบ้านการกระทำดังนี้ย่อมเป็นความผิดฐานเจ้าพนักงานกระทำการทุจริตในหน้าที่ ส่วนการที่จำเลยขู่ว่า ถ้าไม่หาเงินมาให้นั้นจะส่งไปให้พวกบ้านหนองนาแซงฆ่าเสียนั้น ถ้าเป็นความจริงกลับจะทำให้ความผิดของจำเลยมีโทษหนักขึ้น หาใช่จะทำให้ความผิดของจำเลยสูญหายไปหมดมิได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 88/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแจ้งปริมาณข้าวหลังประกาศ: ไม่ผิดตามประกาศหากได้ข้าวหลังกำหนด
ประกาศคณะกรรมการสำรวจและห้ามกักกันข้าวกำหนดให้ผู้มีข้าวสารอยู่ในครอบครองไปแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายในวันที่ 15 ตุลาคม2489 ย่อมไม่หมายความให้ผู้ได้ข้าวมาและอยู่ในความครอบครองหลังวันที่ 15 ตุลาคม 2489 ไปแจ้งความตามประกาศนี้ เพราะย่อมปฏิบัติตามไม่ได้ เมื่อโจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยกักกันข้าวในวันที่11 พฤศจิกายน 2489 ซึ่งเป็นเวลาภายหลังวันที่ 15 ตุลาคม 2489 จำเลยจึงไม่ได้ทำการฝ่าฝืนประกาศ และไม่มีผิดดังฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 88/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแจ้งปริมาณข้าวหลังประกาศคณะกรรมการสำรวจและห้ามกักกันข้าว ไม่ถือว่าผิดประกาศ
ประกาศคณะกรรมการสำรวจและห้ามกักกันข้าวกำหนดให้ ผู้มีข้าวสารอยู่ในครอบครองไปแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2489 ย่อมไม่หมายความให้ผู้ได้ข้าวมาและอยู่ในความครอบครองหลังวันที่ 15 ตุลาคม 2489 ไปแจ้งความตามประกาศนี้ เพราะย่อมปฏิบัติตามไม่ได้ เมื่อโจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยกักกันข้าวในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2489 ซึ่งเป็นเวลาภายหลังวันที่ 15 ตุลาคม 2489 จำเลยจึงไม่ได้ทำการฝ่าฝืนประกาศ และไม่มีผิดดังฟ้อง./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 59/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การนับ 'ครั้ง' ตาม พ.ร.บ.กักกันผู้ร้าย: พิจารณาจากคำพิพากษา ไม่ใช่การพ้นโทษ
คำว่า ครั้ง ในมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ. กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย หมายถึง ครั้งตามคำพิพากษา ไม่ใช่ครั้งแห่งการหลุดพ้นโทษจำคุกมาแล้ว
(อ้างฎีกาที่ 1514/82)
จำเลยต้องคำพิพากษาจำคุก ฐานพยายามลักทรัพย์ พ้นโทษมาแล้ว ได้ต้องคำพิพากษาจำคุกฐานลักทรัพย์ แต่ต้องจำคุกไม่ครบกำหนดโทษ ได้หลบหนีเรือนจำมากระทำผิดฐานลักทรัพย์อีก ดังนี้ มีเหตุสมควรที่จะใช้ พ.ร.บ. กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้ายแก่จำเลยเพราะประพฤติตนเป็นโจรเสมอมานับได้ว่ามีสันดานเป็นผู้ร้าย./
(อ้างฎีกาที่ 1514/82)
จำเลยต้องคำพิพากษาจำคุก ฐานพยายามลักทรัพย์ พ้นโทษมาแล้ว ได้ต้องคำพิพากษาจำคุกฐานลักทรัพย์ แต่ต้องจำคุกไม่ครบกำหนดโทษ ได้หลบหนีเรือนจำมากระทำผิดฐานลักทรัพย์อีก ดังนี้ มีเหตุสมควรที่จะใช้ พ.ร.บ. กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้ายแก่จำเลยเพราะประพฤติตนเป็นโจรเสมอมานับได้ว่ามีสันดานเป็นผู้ร้าย./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 59/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้ พ.ร.บ.กักกันผู้ร้าย: 'ครั้ง' หมายถึงคำพิพากษา ไม่ใช่การหลุดพ้นโทษ
คำว่า ครั้ง ในมาตรา 8แห่ง พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย หมายถึง ครั้งตามคำพิพากษา ไม่ใช่ ครั้ง แห่งการหลุดพ้นโทษจำคุกมาแล้ว (อ้างฎีกาที่ 1514/2482)
จำเลยต้องคำพิพากษาจำคุก ฐานพยายามลักทรัพย์ พ้นโทษมาแล้วได้ต้องคำพิพากษาจำคุกฐานลักทรัพย์ แต่ต้องจำคุกไม่ครบกำหนดโทษได้หลบหนีเรือนจำมากระทำผิดฐานลักทรัพย์อีกดังนี้ มีเหตุสมควรที่จะใช้พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้ายแก่จำเลยเพราะประพฤติตนเป็นโจรเสมอมานับได้ว่า มีสันดานเป็นผู้ร้าย
จำเลยต้องคำพิพากษาจำคุก ฐานพยายามลักทรัพย์ พ้นโทษมาแล้วได้ต้องคำพิพากษาจำคุกฐานลักทรัพย์ แต่ต้องจำคุกไม่ครบกำหนดโทษได้หลบหนีเรือนจำมากระทำผิดฐานลักทรัพย์อีกดังนี้ มีเหตุสมควรที่จะใช้พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้ายแก่จำเลยเพราะประพฤติตนเป็นโจรเสมอมานับได้ว่า มีสันดานเป็นผู้ร้าย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 52/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเช่าตึกเพื่ออยู่อาศัยหรือประกอบธุรกิจ: การคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเช่าตึกพิพาทเพื่อประกอบการค้าเป็นส่วนใหญ่ขอให้ขับไล่ แต่โจทก์ยอมรับว่าจำเลยได้อยู่อาศัยในที่เช่าด้วยดังนี้ มีประเด็นเป็นข้อเท็จจริงที่จะต้องพิจารณาต่อไปว่าตึกพิพาทที่จำเลยเช่าอยู่นี้จำเลยได้เช่าเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยหรือเพียงแต่อยู่ในฐานะเพื่อประกอบธุรกิจการค้า หรืออุตสาหกรรม เพราะถ้าจำเลยเข้าอยู่ตามความในวรรคหลังพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ ก็ไม่คุ้มครองจำเลย (อ้างฎีกาที่ 1099/2491,1147/2491)